สารไวไฟ : ของแข็งไวไฟ

By | January 23, 2013

โปสเตอร์ Permit to work 334

อันตรายจากของแข็งไวไฟมีน้อยกว่าของเหลวและก๊าซ ของแข็งบางชนิดมีคุณสมบัติในการลุกติดไฟเมื่อถูกอากาศ (pyrophoric) เช่น ผง nickel และ phosphorus แต่สารเคมีบางชนิดที่ไม่มีคุณสมบัติไวไฟ มีอันตรายจากการลุกไหม้และระเบิดได้ เมื่อผงหรือฝุ่นของมันผสมกับอากาศ ให้ของผสมที่ระเบิดได้ เช่น ผงถ่าน ผงกำมะถัน ฝุ่นตามโรงสี ฝุ่นแป้ง ซึ่งมักเป็นสาเหตุของอุบัติเหตุที่เกิดตามเหมืองถ่านหิน โรงเลื่อย โรงสี โรงโม่แป้ง ฯลฯ
โลหะ sodium, potassium

potassium fire ของแข็งไวไฟ

potassium fire ของแข็งไวไฟ – uncp.edu

เป็นโลหะที่มีคุณสมบัติลุกติดไฟได้เมื่อถูกอากาศ จึงต้องเก็บไว้ในน้ำมัน ใช้ในการสังเคราะห์สาร หรือใช้ในรูปของโลหะ amalgam ซึ่งเป็นโลหะ sodium กับปรอท โลหะผสมจะแสดงคุณสมบัติช้ากว่าตัวโลหะ sodium โลหะทั้งสองทำปฏิกิริยากับนํ้าให้ก๊าซ hydrogen ซึ่งจะลุกติดไฟและระเบิดได้

เปลวไฟของ sodium มีสีเหลือง ส่วนเปลวของ potassium เป็นสีม่วง เมื่อลุกไหม้จะเกิดเป็นสารประกอบพวก oxide, peroxide และ superoxide ซึ่งมีอันตราย จากการระเบิด ห้ามใช้ carbon tetrachloride ดับไฟที่เกิดจากโลหะนี้ เนื่องจากเกิดปฏิกิริยาที่มีการระเบิดได้
4Na + CCI4 —-> C + 4NaCI
carbon dioxide ใช้ดับไฟจากโลหะไม่ได้ผล เนื่องมาจากปฏิกิริยาเคมีที่เกิดขึ้นคือ
4Na + CO2     > 2 Na2O + C
ควรใช้กลบด้วย soda ash (sodium carbonate) หรือทรายโลหะผสม sodium potassium มีชื่อเรียกว่า NAK ใช้ เป็นตัวทำความเย็นในระบบการแลกเปลี่ยนความร้อน เช่นที่ใช้ในเรือดำนํ้าพลังนิวเคลียร์ Nautilus โลหะผสมนี้มีคุณสมบัติและอันตรายเหมือน potassium
โลหะ magnesium, aluminium, zinc, titanium, nickel
โลหะเหล่านี้มีอันตรายเมื่อเป็นผง เพราะจะเกิดการระเบิดได้เมื่อผสมกับอากาศ
Magnesium เป็นโลหะเบา ใช้ในการทำอุปกรณ์ที่ต้องการนํ้าหนักน้อย เช่น ในเครื่องบิน รถแข่ง ไวต่อนํ้า ให้ hydrogen และลุกติดไฟได้เองโดยไม่ต้องจุด แต่ถ้ามี oxide คลุมผิวอยู่ก็จะมีอันตรายน้อยลง magnesium ให้เปลวไฟที่ลว่างจ้าซึ่งเป็นอันตรายต่อม่านตา ไฟที่เกิดจาก magnesium ใช้นํ้าดับไม่ได้ เพราะจะให้ hydrogen ออกมา นอกจากจะฉีดนํ้าแรง ๆ เพื่อทำให้เย็นจน กระทั่งลุกไหม้ไม่ได้ ใช้ carbon dioxide หรือ carbon tetrachloride ดับไฟที่เกิดจาก magnesium ไม่ได้ เพราะมันทำปฏิกิริยากัน ไฟจะยังลุกอยู่ได้
2 Mg + CO2   —-> 2 MgO + C
และ        2MgO + CCI4  —–> 2 MgCI2 + CO2
วิธีที่ดีที่สุดคือใช้ทรายกลบ
Aluminium เป็นโลหะที่มีมากในผิวโลก เบา สามารถตีแผ่เป็นแผ่นได้ เมื่อเป็นผงจะระเบิดได้เมื่อถูกจุด oxide ช่วยคลุมผิวของโลหะ ทำให้มีความไวต่อปฏิกิริยาน้อยลง แต่ aluminium oxide ที่เกิดขึ้นตามสายไฟที่ทำด้วย aluminium ทำให้กระแสไฟไหลไม่สะดวก ลวดจะร้อน และถ้าร้อนมากอาจมีอันตรายได้
Zinc (สังกะสี) ใช้ผสมกับทองแดง ทำเป็นทองเหลือง เมื่อเป็นผงมีอันตรายจากการระเบิด,
Titanium มีราคาแพงจึงมีที่ใช้น้อย ส่วนมากนำไปใช้ในการประกอบอุปกรณ์ที่ต้องการนํ้าหนักเบา เช่น เครื่องยนต์ของเครื่องบิน ส่วนประกอบของเรือ เพราะทนทานต่อนํ้าทะเล ผงลุกติดไฟได้เช่นเดียวกับผง nickel
Phosphorus
Phosphorus ขาวมีพิษมีจุดติดไฟที่ 30°ซ ลุกติดไฟได้ในอากาศ มีลักษณะเป็นแท่งคล้ายเที่ยนไข เก็บในน้ำ phosphorus แดงมีความไวต่อปฏิกิริยาน้อยกว่า ไม่ต้องเก็บในน้ำ มีจุดติดไฟที่ 260°ซ มีพิษน้อยกว่าชนิดขาว ใช้ในการทำไม้ขีดไฟ phosphorus ขาวเป็นสาเหตุของโรคกระดูก กรามผุ (phossy jaw)  เวลา phosphorus ลุกไหม้จะให้ oxide ที่เป็นกรด ดังนั้นบรรยากาศในบริเวณนั้นจะเป็นกรดมาก ควันจะทำอันตรายปอด เมื่อละลายนํ้าจะเป็นกรดอย่างแรง ใช้ทรายดับไฟที่เกิดจาก phosphorus น้ำก็ใช้ได้แต่ต้องคำนึงกึงความเป็นกรดของควันด้วย
พลาสติก
พสาสติกหลายชนิดไวไฟ ไม่เหมาะที่จะนำมาทำเป็นเครื่องนุ่งห่ม เมื่อไฟไหม้การเยิ้มของพลาสติก เป็นการช่วยให้ไฟแผ่กระจาย แต่ในขณะเดียวกัน การหยดของพลาสติกก็ช่วยพาความร้อนออกไป ทำให้เย็นลงได้บ้าง polyurethane ที่เราเรียกว่า โฟม ใช้ทำเครื่องเรือน เบาะ ที่นอน เคยคิดว่าไม่ไวไฟ แต่ก็มีอุบัติเหตุเกิดบ่อยครั้งเมื่อร้อนมาก ๆ และมี oxygen แผ่นโฟมที่ร้อนมาก ๆ และวางซ้อนกันอยู่ จะมีความร้อนสะสมจนทำให้โฟมลุกติดไฟได้เอง เปลวไฟเป็นสีแดงของ nitrogen dioxide เมื่อไฟไหม้พลาสติก มักจะให้ก๊าซพิษหลายชนิด เช่น พรมที่ทำด้วย acrylic จะให้ก๊าช carbon monoxide, hydrogen cyanide และอาจสลายให้ monomer คือ acrolein ด้วย กระเบื้อง PVC (polyvinyl chloride) ไหม้ไฟให้ carbon monoxide hydrogen chloride, และ vinyl chloride ยางธรรมชาติเมื่อสลายให้ monomer คือ isoprene (2-methyl-1, 3-butadiene) ยางที่ vulcanise แล้ว เป็นยางที่เติมกำมะกัน และถ่าน เพื่อให้ยางแข็งแรง ยืดหยุ่นได้ น้ำและอากาศไม่ซึมผ่าน เมื่อไหม้ไฟจะให้ก๊าช hydrogen sulfide, sulfur dioxide และ carbon monoxide ในอุบัติเหตุไฟไหม้ การเสียชีวิตมักเกิดจากก๊าซพิษ หรือไม่มีอากาศหายใจ มากกว่าถูกไฟ ถ้าเป็นในที่คับแคบและปิด ของที่ทำด้วยพลาสติกทั้งหลายจะให้ก๊าซพิษออกมา ดังเช่นอุบัติเหตุครั้งใหญ่ เมื่อพ.ศ. 2452 ได้เกิดเพลิงไหม้ Cleaveland Clinic สหรัฐอเมริกา มีผู้เสียชีวิต 125 คน เนื่องมาจากพิษของ carbon monoxide และ oxide ของ nitrogen ซึ่งเกิดจากพิล์ม X-ray ไหม้ไฟ

ความปลอดภัยในการทำงานที่ควรอ่าน

Leave a Reply