จากเหตุการณ์ที่รถผมโดนชนขณะจอดอยู่หน้าโรงแรมแห่งหนึ่ง ใน จ.สุราษฏร์ธานี โดยที่ผมไม่ทราบคู่กรณี ผมจึงตัดสินใจโทรไปแจ้งที่เลขหมายแจ้งเหตุด่วนของสินทรัพย์ประกันภัย

ทางเจ้าหน้าที่รับแจ้งเหตุทางโทรศัพท์ได้คุยกับผมและรับเรื่องทั้งหมด โดยผมขอนำรถไปเข้าอู่ที่ จ.สงขลา เพราะต้องเดินทางกลับบ้าน เจ้าหน้าที่ท่านดังกล่าวจึงบอกให้ผมติดต่อที่ บ.สินทรัพย์ ประกันภัย สาขาหาดใหญ่ โดยได้บอกเลขที่แจ้งเหตุมาให้ผม เพื่อใช้ในการติดต่อเพื่อเคลมประกันกับสาขาหาดใหญ่

ทั้งหมดดูเหมือนเป็นไปด้วยดี จนกระทั่งเมื่อผมไปติดต่อ บ.สินทรัพย์ ประกันภัย สาขาหาดใหญ่ ในวันนี้ (12 กรกฏาคม 2553)

เมื่อผมไปถึง ทางเจ้าหน้าที่ ซึ่งเป็นผู้หญิงสองท่านก็แจ้งให้ผมทราบว่า กรณีที่รถผมโดนชนโดยไม่มีคู่กรณี หรือเกิดอุบัติเหตุใดๆก็ตามโดยไม่ทราบคู่กรณี ผมต้องเสียเงิน 1,000 บาท

ผมเองอยากขอเปลี่ยนการแจ้งเหตุ เป็นผมขับรถไปชนอะไรสักอย่างเอง ก็ไม่ได้ (ถ้าเหตุการณ์เปลี่ยนเป็นผมขับรถไปชนอะไรเอง ผมไม่ต้องเสียเงิน 1,000 บาท) แต่ก็เข้าใจว่าแจ้งไปแล้วคงเปลี่ยนไม่ได้แล้ว

เมื่อเปลี่ยนไม่ได้ก็เท่ากับผมต้องยอมเสียเงิน 1,000 บาท โดยเจ้าหน้าที่ทั้งสองท่านบอกว่า ให้ผมลองเขียนหนังสืออนุโลมขอไม่จ่ายเงินส่วนนี้ ซึ่งอาจจะช่วยให้ไม่เสียเงินได้ ผมก็เขียนไป โดยทำใจไว้แล้วว่ายังไงก็ต้องเสียเงินพันบาทแน่นอน (คิดไว้ในใจว่า ครั้งหน้าถ้าเกิดอุบัติเหตุอะไรแล้วไม่มีคู่กรณี คงจะต้องโกหกอย่างเดียวว่าขับรถไปชนอะไรเองสักอย่าง เช่น เสา , ขอบฟุตบาท เป็นต้น )

หลังจากนั้นเมื่อเจ้าหน้าที่ทั้งสองท่านออกมาถ่ายภาพ ร่องรอยที่รถ ปรากฏว่ามีรอยขูดเพิ่มเติม ที่ผมไม่ได้แจ้งไว้ ผมเองคาดว่าเกิดขึ้นกรณีเดียวกันจึงอยากขอแจ้งอุบัติเหตุเพิ่มกรณีนี้ด้วย แต่เจ้าหน้าที่ทั้งสองท่านบอกว่าเป็นคนละกรณี เพราะไม่ได้เป็นรอยยาวต่อเนื่องกันมา (ไม่รู้ว่าทราบได้ขนาดนี้เลยเหรอ รอยขูดไม่เห็นจำเป็นต้องยาวต่อเนื่องกันมาเลยนี่นา เพราะรถมีส่วนโค้ง ส่วนเว้า ซึ่งรอยขูดอาจจะเว้นหายไปก็ได้)

เมื่อแจ้งเหตุลงในเหตุการณ์เดียวกันไม่ได้ ทางเลือกที่เหลือ คือ แจ้งเคสอุบัติเหตุเพิ่ม แต่เจ้าหน้าที่ของสินทรัพย์ก็บอกว่า การแจ้งเหตุไม่สามารถเก็บอุบัติเหตุไว้เคลมทีเดียวได้ ถ้ามีอุบัติเหตุก็ต้องแจ้งทันที ไม่อย่างนั้นจะโดนปรับ 1,000 บาท

ดังนั้นจึงไม่มีทางเลือก ถ้าต้องการเคลมประกัน ผมก็ต้องแต่งเรื่องอุบัติเหตุขึ้นมาเอง โดยเหตุการณ์ต้องเกิดหลังเคสอุบัติเหตุแรก

หลังจากนั้น ผมเองตัดสินใจขอสำรวจรอบรถว่ามีร่องรอยอื่นๆที่ไหนบ้าง เพื่อที่จะเคลมทีเดียวเมื่อเข้าอู่ จะได้ไม่เสียเวลานำรถเข้าอู่หลายเที่ยว ซึ่งเจ้าหน้าที่ทั้งสองก็ดูเหมือนจะไม่มีปัญหา

แต่เมื่อถึงเวลาเขียนรายละเอียดเหตุการณ์ พอผมขอแจ้งอุบัติเหตุเพิ่ม เจ้าหน้าที่บ.สินทรัพย์ประกันภัย สาขาหาดใหญ่ ก็ให้ผมเขียนเหตุการณ์ลงในใบรายละเอียด แต่อยู่ๆก็ไม่ยอมจะให้ผมติดต่อเจ้าหน้าที่ฝ่ายเคลมประกัน อีกคนนึง ซึ่งไปงานศพอยู่และปิดโทรศัพท์ทำให้ติดต่อไม่ได้

ผมเองจึงต้องขอแจ้งประกันเฉพาะเคสแรก ส่วนเคสอื่นๆ คงต้องค่อยแจ้งโกหกภายหลัง เพราะไม่อย่างนั้นก็จะโดนปรับอีกไม่รู้กี่พัน (แจ้งย้อนหลังก็โดนปรับ , แจ้งอุบัติเหตุที่จับคู่กรณีไม่ได้ก็โดนปรับ)

ที่ผมไม่เข้าใจ คือ

1. ทำไมต้องกำหนดว่า ต้องแจ้งอุบัติเหตุทันที ไม่สามารถรวมแล้วมาแจ้งเคลมประกันทีเดียว  และหากไม่มีคู่กรณีจะต้องโดนปรับ 1,000 บาท

ลองคิดดูสิครับ หากผมจอดรถอยู่ แล้วรถผมโดนชนเล็กน้อย ไม่มาก เช่น สีลอก ค่าซ่อมแซมสักประมาณ 700 บาท โดยไม่รู้คู่กรณี หากผมต้องแจ้งเหตุทันที แปลว่า ผมต้องเสีย 1,000 บาท ผมเอาไปเข้าอู่เองแล้วเสียเงินก็ถูกกว่า

แต่ถ้าผมจะเก็บไว้เคลมทีเดียวกับเคสอื่น ผมก็เสียค่าปรับ 1,000 บาท เพราะไม่แจ้งทันทีเมื่อเกิดเหตุ

2.  ทำไมผมแจ้งเคสอุบัติเหตุเพิ่มไม่ได้ ทั้งๆที่เจ้าหน้าที่ถ่ายภาพร้องรอยทุกอย่างทั่วรถหมดแล้ว ถ้าเปลี่ยนเป็นแแ้จ้งหลังจากนี้ จะกลายเป็นผมแจ้งเหตุช้า ต้องเสียอีก 1,000 บาท หรือไม่

สรุป : วันนี้ผมได้ความรู้ว่า ถ้าจะนำรถไปเคลมประกัน จงโกหกเข้าไว้ จะประหยัดกว่าพูดความจริง

Tagged with:

Filed under: Uncategorized

Like this post? Subscribe to my RSS feed and get loads more!