Archive for October, 2009

ปัจจุบัน เราให้ความใส่ใจในการดูแลสุขภาพกันมากขึ้น การวิ่ง เป็น การออกกำลังกายที่นิยมกันมาก และสำหรับหลายๆคนที่ไม่มีเวลา หรือ บางคนที่สภาพร่างกายไม่พร้อมในการวิ่ง การเดินจึงเป็นอีกทางเลือกที่ดีในการออกกำลังกาย

ในการออกกำลังกายด้วยการเดิน เรามักจะใช้วิธีการนับก้าวที่เราเดินในแต่ละวัน ว่าเราเดินเป็นจำนวนกี่ก้าว คำนวนเป็นระยะทางประมาณเท่าไร

ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่ทำกายภาพบำบัด บางท่าน ที่อยู่ในการดูแลของแพทย์ จะโดนกำชับให้เดินเป็นจำนวนก้าว ไม่น้อยกว่าที่แพทย์กำหนด

ด้วยเทคโนโลยีในปัจจุบันก็มีอุปกรณ์ที่ช่วยอำนวยความสะดวก ไม่ต้องมาคอยนับเองในแต่ละวัน อุปกรณ์นี้ มีชื่อว่า pedometer หรือ step monitor

สนนราคาของเครื่องนี้ก็อยู่ที่ประมาณเกือบๆสองพันบาท ขึ้นอยู่กับยี่ห้อและรุ่น ของสินต้า

สำหรับตัวอย่างรุ่นต่างของ pedometer ก็ดูได้ตามนี้เลยนะครับ (ดูได้อย่างเดียวนะครับ ซื้อไม่ได้ เพราะเป็นของต่างประเทศ) : pedometers

ปล. คุ้นๆว่าเคยเห็น ของจีน จะขายประมาณ 300 กว่าบาท

B04-5

จากภาพ เป็นการประเมินความสามารถในการรับน้ำหนักของสลิง ที่จะแตกต่างออกไปตามองศาของสลิงกับระดับพื้น เราจะเห็นได้ว่ายิ่งสลิงกางออกมาก (มุมภายในระหว่างสลิงกับพื้นเป็นมุมต่ำ) เท่าไร ความสามารถในการรับน้ำหนักของสลิงก็จะลดลง

มุม 90 องศา สลิงจะรับน้ำหนักได้เต็มความสามารถ 100%
มุม 60 องศา สลิงจะรับน้ำหนักได้ 86.5%  ( สลิง 1 ตัน จะรับน้ำหนักได้ 865 กิโลกรัม )
……
มุม 10 องศา สลิงจะรับน้ำหนักได้เพียง 17.25% เท่านั้น (สลิง 1 ตันจะรับน้ำหนักได้เพียง 172 .5 ก.ก.)

ในงานยกของหนัก มีหลายคนที่ไม่ทราบรายละเอียดในเรื่องนี้ คิดว่าสลิงไม่ว่าจะเปลี่ยนมุม หรือเปลี่ยนวิธีการผูกสลิง ก็ยังรับน้ำหนักได้เต็มความสามารถ ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ผิด และสามารถก่อให้เกิดอุบัติเหตุที่รุนแรงได้ ในกรณีที่เกิดการขาดของสลิงระหว่างการยกของหนัก

เครนกระดก
รถเครนที่กำลังกระดก ยกท้ายขึ้น อยู่ในภาพที่ท่านเห็น ไม่ได้เป็นการแสดงผาดโผน ในวันครบรอบการประดิษฐ์เครนของโลกหรอกนะครับ แต่เป็นภาพอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น เนื่องมาจากการใช้รถเครนยกของผิดวิธี โชคดีที่ไม่ได้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ

รถเครนคันนี้เป็นรถเครน 25 ตัน ที่ถูกต่อจิ๊บ ( fly jib boom) เพื่อเพิ่มความสูงในการยกของขึ้นไปด้านบนโครงสร้างอาคารเหล็ก เนื่องมาจากความสูงธรรมดาของเครนคันนี้ยกของขึ้นไปไม่ได้

อุบัติเหตุเกิดขึ้นจากการยกตู้อบลวดเชื่อมที่มีน้ำหนักไม่ถึง 100 กิโลกรัม จากด้านบนโครงสร้างเหล็ก ลงมายังด้านล่าง
DSC00418

โดยทั่วไปเราจะทราบกันอยู่แล้วว่า เครนที่ยืดบูม(แขนเครน)ยาวขึ้น ความสามารถในการรับน้ำหนักจะลดลง และ เครนที่นอนบูมต่ำ (องศาของแขนเครนกับพื้นดินต่ำ) ความสามารถในการยกก็ยิ่งลดลง

เครนคันนี้ต่อจิ๊บบูมอยู่ ซึ่งเป็นการเพิ่มความยาวของแขนเครนทำให้ความสามารถในการยกลดลง นอกจากนั้นผู้ควบคุมเครนและผู้ให้สัญญาณเครน ได้ให้เครนนอนบูมต่ำเพื่ิอที่จะยกตู้อบลวดมาวางให้ได้ไกลที่สุด (เพราะขี้เกียจยกของ) จึงทำให้เกิดเหตุการดังกล่าวขึ้น

จากการสอบสวนอุบัติเหตุ ผู้ควบคุมเครนมีประสบการณ์ในการทำงานมากว่า 10 ปี ได้ปิดระบบsafety ของเครน(ความจริงระบบsafetyของเครนได้ตัดการทำงานแล้ว) และฝืนทำงานต่อตามที่ผู้ให้สัญญาณเครนบอก เนื่องจากเห็นว่าเหลือระยะในการยกของอีกแค่นิดเดียว อีกทั้งของที่ยกก็ไม่ได้มีน้ำหนักมาก ผลที่เกิดขึ้นจึงเป็นอย่างในภาพที่ทุกคนเห็น…

คุณสมบัติของ จป.ในการทำงาน  ระดับต่างๆ ถูกระบุอยู่ในกฏกระทรวงแรงงาน เรื่อง “กําหนดมาตรฐานในการบริหารและการจัดการดานความปลอดภัย อาชีวอนามัย  และสภาพแวดลอมในการทํางาน พ.ศ.  ๒๕๔๙

รายละเอียดของ จป. (เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน) ระดับต่างๆ มีดังนี้

1. เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับหัวหน้างาน
ต้องเป็นลูกจ้างในระดับหัวหน้างาน และต้องมีคุณสมบัติ อย่างใด อย่างหนึ่ง ดังนี้
- ผานการฝกอบรมตามหลักเกณฑและวิธีการที่อธิบดีประกาศกําหนด (อบรม จป.หัวหน้างาน)
- เปนหรือเคยเปนเจาหนาที่ความปลอดภัยในการทํางานระดับหัวหนางานตามประกาศ
กระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม  เรื่อง  ความปลอดภัยในการทํางานของลูกจาง  ลงวันที่  ๓๑  มีนาคม  พ.ศ.  ๒๕๔๐

2. เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับเทคนิค
ต้องมีคุณคุณสมบัติ อย่างหนึ่ง อย่างใด ดังนี้
- สําเร็จการศึกษาไมต่ํากวาระดับปริญญาตรีสาขาอาชีวอนามัย  หรือเทียบเทา
- เปนเจาหนาที่ความปลอดภัยในการทํางานระดับหัวหนางาน  และผานการฝกอบรมตามหลักเกณฑและวิธีการที่อธิบดีประกาศกําหนด ( อบรม จป.ระดับเทคนิค)
- เปนหรือเคยเปนเจาหนาที่ความปลอดภัยในการทํางานระดับพื้นฐานตามประกาศ กระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม  เรื่อง  ความปลอดภัยในการทํางานของลูกจาง  ลงวันที่ 31 มีนาคม  พ.ศ.  ๒๕๔๐

3. เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับเทคนิค ขั้นสูง
ต้องมีคุณสมบัติเฉพาะ อย่างหนึ่ง อย่างใด ดังต่อไปนี้
- สําเร็จการศึกษาไมต่ำกวาระดับปริญญาตรีสาขาอาชีวอนามัย  หรือเทียบเทา
- สําเร็จการศึกษาไมต่ำกวาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพเทคนิค  ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง  ประกาศนียบัตรการศึกษาชั้นสูง  อน ุปริญญา  หรือเทียบเทา  และผานการอบรมและทดสอบตามหลักเกณฑ และวิธีการที่อธิบดีประกาศกําหนด  (วุฒิการศึกษาทั่วไป ต้องได้ตามที่ระบุไว้ ถึงสามารถเข้าอบรมเป็น จป. เทคนิค ขั้นสูงได้)
- สําเร็จการศึกษาไมต่ำกวามัธยมศึกษาปที่  ๖  หรือระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ  หรือเทียบเทา  และไดทํางานเปนเจาหนาที่ความปลอดภัยในการทํางานระดับเทคนิคหรือระดับพื้นฐานมาแลว ไมนอยกวาหาป  และผานการอบรมและทดสอบตามหลักเกณฑและวิธีการที่อธิบดีประกาศกําหนด (แปลว่า จป.ระดับเทคนิค หรือ พื้นฐานเดิม จะเข้าอบรมเป็นจป.เทคนิคขั้นสูงได้ ก็ต้องมีวุฒิการศึกษาไม่ต่ำกว่า ม.6 หรือ เทียบเท่า  )

4.เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน ระดับวิชาชีพ
ต้องมีคุณสมบัติ อย่างหนึ่ง อย่างใด ดังต่อไปนี้
- สําเร็จการศึกษาไมต่ํากวาระดับปริญญาตรีสาขาอาชีวอนามัย  หรือเทียบเทา (จป. สายตรง)
- สําเร็จการศึกษาไมต่ํากวาระดับปริญญาตรี  และไดทํางานเปนเจาหนาที่ความปลอดภัย
ในการทํางานระดับเทคนิคขั้นสูงมาแลวไมนอยกวาหาป  และผานการอบรมและทดสอบตามหลักเกณฑ และวิธีการที่อธิบดีประกาศกําหนดจากหนวยงานที่กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานรับรอง
- เปนหรือเคยเปนเจ าหนาที่ความปลอดภัยในการทํางานระดับวิชาชีพตามประกาศ กระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม  เรื่อง  ความปลอดภัยในการทํางานของลูกจาง  ลงวันที่  ๓๑  มีนาคม  พ.ศ.  ๒๕๔๐  และผานการอบรมเพิ่มและทดสอบตามหลักเกณฑและวิธีการที่อธิบดีประกาศกําหนด จากหนวยงานที่กรมสวัสดิการและคุมครองแรงงานรับรอง (อบรมเพิ่มเติม 42 ชั่วโมง) ี้  ภายในหาปนับแตวันที่กฎกระทรวงนี้มีผลใชบังคับ (บังคับใช้ ปี 2549  ภายใน 5ปี ไปคำนวนกันเอง )

นี่ก็เป็นคุณสมบัติของเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับต่างๆ ซึ่งนอกจากจะต้องเป็นไปตามคุณสมบัติแล้ว กฏหมายฉบับเดียวกันนี้ ยังได้กำหนดถึง “หน้าที่ของเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน ระดับต่างๆ” เอาไว้ด้วย

สลิงเป็นอุปกรณ์การยกที่สำคัญ หลายต่อหลายครั้งที่อุบัติเหตุรุนแรงมีสาเหตุมาจากสลิงขาด เนื่องจากการใช้งานสลิงที่ไม่ได้คุณภาพ หรือ ใช้สลิงเกินความสามารถในการรับน้ำหนัก (หลายคนรู้ว่า สลิงมีค่าความปลอดภัย  5 เท่า จึงใช้เกินน้ำหนักที่กำหนด แต่ไม่ได้คิดว่าค่าความปลอดภัยที่ควบคุมไว้ ก็เพื่อป้องกันในกรณีที่สลิงเก่า)

ประเภทของสลิง
สลิงมีหลายประเภทครับ แต่ในการตรวจสอบสลิง เรามักจะแบ่งสลิงเป็น 3 ประเภท ดังนี้

1.สลิงโซ่  – Chain Sling

สลิงโซ่มีข้อดี คือ มีความแข็งแรงสูง สามารถปรับให้โค้งงอตามวัสดุที่ยกได้ง่าย หากสลิงโซ่ที่ใช้เป็นโลหะผสมจะต้องระมัดระวังเป็นพิเศษเพราะแรงช็อกที่เกิดจากการยก จะทำให้สลิงโซ่ขาดได้ ห้ามใช้สลิงผิดวิธีการอย่างเด็ดขาด

สลิงโซ่เป็นทางเลือกที่ดี ในการยกของที่มีความร้อน เพราะสามารถทนความร้อนได้ถึง538 องศาเซลเซียส  แต่ถ้าเป็นโลหะผสมจะทนความร้อนได้ประมาณ 316 องศาเซลเซียส (ผู้ควบคุมการยก ต้องตรวจสอบรายละเอียดจากบริษัทผู้ผลิตก่อน เพราะในการยกของที่มีความร้อน ความสามารถในการยกของสลิงจะลดลง)

ข้อเสีย ของสลิงโซ่ คือ การตรวจสอบค่อนข้างยาก จะต้องตรวจสอบทุกข้อโซ่ ต้องไม่มีร่องรอยการบิดงอ การแตกร้าว

2. สลิงลวด – wire rope

สลิงลวด ทำมาจากเส้นลวดที่นำมาหมุนพันเป็นเกลียว จากนั้นสลิงในแต่ละเกลียวก็นำไปพันรอบแกนกลาง ซึ่งแกนกลางก็จะมีทั้งชนิดทำจาก Fiber ,ลวดตีเกลียว ,หรือเชือกลวดเหล็กกล้า ซึ่งจะมีคุณสมบัติในการรับน้ำหนักต่างกัน

ประเภทการใช้งานของสลิงลวดยังแบ่งตามลักษณะการพันเกลียวของเส้นลวด

* Regular Ray คือ
(ลวดวางตัวในแนวที่ขวางกับทิศทางการตีเกลียว) การเรียงตัวแบบนี้ทำให้มีโอกาสเกิดรอยแตก (kiln) น้อย และมีโอกาสที่จะเกิดความเสียหายจากแรงกระชาก หรือการบิดตัวก็จะน้อยด้วย เชือกลวดเหล็กกล้าแบบนี้ถูกนำไปใช้งานหลากหลายที่สุด โดยจะมีความสามารถต้านทานต่อแรงกระแทก (crushing) มากกวางแบบแลงส์ และจะไม่มีการบิดตัวในขณะที่ใช้งานภายใต้แรงกระทำที่รุนแรง เมื่อปลายข้างหนึ่งของเชือกลวดเหล็กกล้าไม่ได้ถูกยึดให้อยู่กับที่

* Lang Ray คือ
ลวดจะเรียงตัวทำมุมขวางกับแนวตามยาวของเชือกลวดเหล็กกล้า (ลวดวางในแนวเดียวกับทิศทางของการตีเกลียว) เชือกลวดเหล็กกล้าแบบนี้มีข้อได้เปรียบที่สำคัญ 2 ประการ คือ จะมีความต้านทานต่อความล้า และการสึกหรอจากจากเสียดสีในขณะใช้งานที่ดีกว่าเชือกลวดเหล็กกล้าแบบธรรมดา (regular lay) และเนื่องจากบริเวณพื้นที่ผิวของลวดเหล็กแต่ละเส้นมีมากกว่า ดังนั้นเวลาที่อยู่ภายใต้สภาวะการใช้งานที่เชือกลวดเหล็กกล้าต้องถูกดัดโค้ง จึงมีแรงดัดโค้งมากระทำน้อยกว่า ดังนั้นจะพบว่าเชือกลวดเหล็กกล้าแบบแลงส์จะมีความยืดหยุ่นดีกว่า และมีอายุการใช้งานภายใต้สภาวะที่มีแรงดัดโค้งมากระทำเป็นหลัก ได้นานกว่าแบบธรรมดา (regular lay) ได้ประมาณ 15-20% แต่มีโอกาสที่เกิดรอยแตก (kiln) มากกว่า และทนต่อแรงกระแทกได้น้อยกว่าแบบธรรมดา

ปล. ข้อมูลเรื่องการพันเกลียวของสลิงลวดมีหลากหลายมาก ผมขอเลือกนำมาจาก เว็บไซท์สถาบันเหล็กและเหล็กกล้าแห่งประเทศไทย

ข้อดีของสลิงลวดเป็นเรื่องของ ความแข็งแรงเมื่อเทียบกับขนาด มีความแข็งแรงทนทานสูง ข้อเสีย คือ บิดงอให้เข้ากับวัตถุที่ยกได้ยาก (ถ้ายกโดยบิดงอสลิงจะทำให้เสียรูปทรงแล้วเสื่อมคุณภาพ)

ห้ามใช้สลิงลวดดังต่อไปนี้ จาก (กฎ กระทรวง กำหนดมาตรฐานในการบริหารและการจัดการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักร ปั้นจั่น และหม้อน้ำ พ.ศ.2552)
- ลวดสลิงที่ลวดเส้นนอกสึกไปตั้งแต่หนึ่งในสามของเส้นผ่านศูนย์กลางเส้นลวด
- ลวดสลิงที่ขมวด ถูกบดกระแทก แตกเกลียวหรือชำรุด ซึ่งทำให้ประสิทธิภาพในการใช้งานของลวดสลิงลดลง
- ลวดสลิงมีเส้นผ่านศูนย์กลางเล็กลงเกินร้อยละห้าของเส้นผ่านศูนย์กลางเดิม
- ลวดสลิงถูกความร้อนทำลายหรือเป็นสนิมมากจนเห็นได้ชัดเจน
- ลวดสลิงถูกกัดกร่อนชำรุดมากจนเห็นได้ชัดเจน
- ลวด สลิงเคลื่อนที่ที่มีเส้นลวดในหนึ่งช่วงเกลียว ขาดตั้งแต่สามเส้นขึ้นไปในเกลียวเดียวกันหรือขาดตั้งแต่หกเส้นขึ้นไปในหลาย ช่วงเกลียวรวมกัน
- ลวดสลิงยึดโยงที่มีเส้นลวดขาดตรงข้อต่อตั้งแต่สองเส้นขึ้นไปในหนึ่งช่วงเกลียว

3. สลิงไฟเบอร์ หรือ สลิงสังเคราะห์

สลิงไฟเบอร์ หรือ สลิงสังเคราะห็ บางครั้งก็เรียก Soft Sling หรือ Belt (ในเมืองไทย) ซึ่งมีทั้งแบบแบน แบบกลม
ข้อดีของสลิงประเภทนี้ คือ สามารถบิดงอได้สะดวก ,ราคาถูก ,ไม่ทำให้วัตถุที่ยกเสียหาย ,ดูดซับแรงช็อกที่เกิดจากการยกได้ , ทนความร้อนได้ ประมาณ 80องศาเซลเซียส (ดูคู่มือผู้ผลิตด้วย)

ข้อเสีย คือ ไม่ทนทานต่อสารเคมี , ฉีกขาด ชำรุดได้ง่าย

ปกติแล้ว ในการใช้งานนั่งร้าน จะมีระบบการตรวจสอบนั่งร้าน และมีการแจ้งสถานะของนั่งร้านให้ทราบ ด้วยการใช้ป้ายแสดงสถานะ เพื่อให้ทราบว่านั่งร้านสามารถใช้งาน ได้หรือไม่ ซึ่งป้ายแสดงสถานะนั่งร้านที่เป็นมาตรฐานก็จะมีด้วยกัน 3 ชนิด 3 สี  (รายละอียดขอเว้นไว้ก่อน)

สำหรับวันนี้ผมมีเป็นตัวอย่างป้ายห้ามใช้นั่งร้าน ใช้ติดเพิ่มเติม เพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้น ใครต้องการก็สามารถลงชื่อและอีเมล์ ที่ comment ไว้ได้นะครับ

no scaffold

เป็นสัญลักษณ์ ดังรูปเลยนะครับ ส่วนคำอธิบายไปใส่กันเอาเองนะครับ

ผม upload เป็นไฟล์ word ให้แล้วนะครับ สนใจไปดาวน์โหลด คลิ๊กที่นี่ครับ

วีดีโอสุดคลาสสิค อันนี้ หลายๆคนคงได้ดูกันมาแล้ว เนื่องจากมีการอบรมทีไรก็มักจะมีการเปิดให้ดูกันทุกที เป็นเรื่องราวที่สะท้อนถึงการเกิดอุบัติเหตุจากความักง่ายอย่างแท้จริง ซึ่งหลายๆครั้งที่อุบัติเหตุรุนแรงเกิดขึ้นก็เกิดจากความมักง่ายของคนบางคน ส่งผลให้ผู้อื่นเดือดร้อนไปด้วย เช่น เหตุการณ์ไฟไฟม้โรงงานตุ๊กตาเคเดอร์ ก็มีสาเหตุมาจากคนสูบบุหรี่เพียงแค่คนเดียวเท่านั้น

จากวีดีโอที่ทุกคนเห็น มีปัจจัยในการเกิดอุบัติเหตุหลายอย่าง ซึ่งเมื่อเกิดจุดเริ่มต้นของอุบัติเหตุอย่างนึง ก็ไปส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุอื่นๆอีกหลายอย่างตามมา จนกลายเป็นอุบัติเหตุรุนแรงในที่สุด

ลองช่วยกันวิเคราะห์ดูก็ได้นะครับ ว่าถ้าในวีดีโอ นี่ คือ บริษัทท่าน มีอะไรบ้าง ที่ไม่ปลอดภัย และควรแก้ไข