Archive for March, 2010

ในบล็อกนี้ เคยเขียนถึงเรื่องวิธีการใช้ถังดับเพลิงไปแล้ว แต่เนื่องจากวันนี้ผมเจอภาพที่แสดงให้เห็นขั้นตอนการใช้ถังดับเพลิงอย่างชัดเจน จึงขอนำมาฉายซ้ำอีกครั้ง คิดว่าเป็นการทบทวนแล้วกันนะครับ (ขนาดอบรมดับเพลิงในสถานประกอบการ กฏหมายยังให้อบรมทุกปี)

ภาพที่กล่าวถึงเป็นโปสเตอร์ของหน่วยงานความปลอดภัย อาชีวอนามัย ของเครือซีพี ซึ่งทำออกมาสวยงาม

วิธีการใช้ถังดับเพลิง

รัฐมนตรีด้านทรัพยากรของจีน ออกมากล่าวเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาว่า ขณะนี้ได้เตรียมรวบรวมวิศวกรและผู้ปฏิบัติงาน มากกว่า 1,100 คน จากทั่วประเทศ เพื่อที่จะขุดบ่อน้ำมากกว่า 1,600 บ่อในเขตตะวันตกเฉียงใต้ของจีน

ผู้เชี่ยวชาญในการขุดบ่อน้ำจะเดินทางไปยังพื้นที่ที่ประสบภัยแล้ง ในวันที่ 1 เมษายน 2553 นี้

บ่อน่ำมากกว่า 1,600 บ่อที่ถูกเจาะลงไป จะให้น้ำดื่ม 200,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน สำหรับประชากร 2 ล้านคน และสัตว์ต่างๆในการทำปศุสัตว์อีก 1 ล้านตัว โดยรัฐมนตรีของจีนตั้งเป้าหมายว่าจะขุดบ่อน้ำได้ 1,400 บ่อ ภายใน วันที่ 10 พฤษภาคม

จากข่าวข้างต้นเราจะเห็นได้ว่าจีนได้ดำเนินการในการแก้ปัญหาภัยแล้งแล้ว ผมไม่แน่ใจว่าไทยเตรียมรับมือปัญหานี้บ้างแล้วหรือไม่ ถ้าเตรียมแผนการไว้แล้ว ออกมาบอกกล่าวให้ประชาชนชื่นใจก็ดีนะครับ

ภายหลังการเกิดวิกฤติการน้ำในแม่น้ำโขงแห้งเหือด สื่อจีนได้ออกมากล่าวถึงเรื่องนี้ ผ่านเว็บไซท์ china.org เรื่องการแบ่งปันน้ำในแม่น้ำโขง มีรายละเอียดโดยย่อ ดังนี้

ปัญหาภัยแล้งที่รุนแรงซึ่งเกิดกับแม่น้ำโขง ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ควรที่จะมีการร่วมมือกันแก้ปัญหาในระดับภูมิภาค มากกว่าที่จะกล่าวโทษประเทศจีนว่าทำผิด

เป็นเรื่องจริงที่บอกว่าปัญหาภัยแล้งของแม่น้ำโขงในครั้งนี้รุนแรงที่สุดใน 20 ปี ส่งผลกระทบต่อประเทศไทย ลาว เวียดนาม และกัมพูชา แต่ก็เป็นเรื่องจริงเช่นกันที่ปัญหาภัยแล้งเกิดขึ้นกับภูมิภาคตะวันตกเฉียงใต้ของจีนซึ่งนับได้ว่าเป็นภัยแล้งที่รุนแรงที่สุดในรอบศตวรรธ

แม่น้ำโขงเปรียบเสมือนสายธารชีวิตที่หล่อเลี้ยงประชากรมากกว่า 60 ล้านคน น้ำจากแม่น้ำโขงเป็นแหล่งน้ำดื่ม , ใช้ในการชลประทาน ,การประมง และการเดินทาง

แต่มีคนบางกลุ่มกล่าวว่าสาเหตุมาจากเขื่อนของประเทศจีนที่กั้นแม่น้ำหลันซ้าง(หลันซ้าง หรือ ล้านช้าง เป็นชื่อที่เรียกแม่น้ำโขงที่อยู่ในประเทศจีน) ทำให้ระดับน้ำต่ำเป็นประวัติการณ์

Thailand Threatened Mekong

จีนใช้น้ำจากแม่น้ำหลันซ้าง(หลันซ้าง) แต่ก็ให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเสมอมา ดังนั้นจึงไม่ถูกต้องที่จะให้จีนรับผิดชอบต่อภัยแล้งครั้งนี้

ภัยพิบัติทางธรรมชาติที่เกิดขึ้น เช่นครั้งนี้ ทุกประเทศในภูมิภาคควรที่จะร่วมมือกันหาทางแก้ปัญหา แทนที่จะชี้นิ้วโยนความผิดมาให้ประเทศจีนโดยไม่ทำอะไร

จีนจะเข้าร่วมประชุมกับสี่ประเทศในเดือนหน้าที่ประเทศไทย เพื่อพูดคุยกันในประเด็นเรื่องการแบ่งปันน้ำในแม่น้ำโขง หวังว่าการประชุมจะนำมาซึ่งรูปแบบการแก้ไขปัญหาที่ดีให้กับประชาชนที่ต้องอาศัยน้ำจากแม่น้ำโขง

ถ้าการแก้ไขปัญหา กลับมาสู่วิธีการชี้นิ้วโยนความผิด ประชาชนที่อาศัยแม่น้ำโขงก็จะเดือดร้อนต่อไปอีกยาวนาน

+++++

กล่าวกันมาหลายครั้งแล้วนะครับ อย่านิ่งนอนใจกับปัญหาภัยแล้งในครั้งนี้ สงกรานต์ปีนี้อยากให้ประหยัดน้ำกันเข้าไว้ อย่าสนุกเพลิดเพลินกันจนเกินไปนะครับ ส่วนปัญหาในระดับประเทศก็ถูกแล้วที่ควรมีการประชุมร่วมกันระหว่างประเทศต่างๆเพื่อหาทางออกที่ดีที่สุด

ทุกๆแผนงานโครงการความปลอดภัย เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับวิชาชีพ จะต้องทำการวิเคราะห์ การบริหารแผนงานทุกขั้นตอน โดยอาศัยวงจร PDCA

pdca

วงจร PDCA มีขั้นตอนดังต่อไปนี้

Plan = วางแผน
Do = ปฏิบัติ
Check = ตรวจสอบการปฏิบัติตามแผน
Act = แก้ไข ปรับปรุง

โดยเราจะเห็นได้ว่าวงจรนี้จะเริ่มจากวางแผน จนไปถึงแก้ไขปรับปรุง แล้วหมุนวนกลับไปวางแผนใหม่ เพื่อให้ได้แผนงานที่ดีที่สุด

สำหรับตัวอย่างการนำวงจร pdca มาใช้ในการวิเคราห์แผนงานโครงการความปลอดภัยในการทำงาน ผมขอนำตัวอย่างจากหนังสือคู่มือเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานมาลงให้ดูเป็นตัวอย่าง

ขั้นวางแผน Plan
1. วิเคราะห์แหล่งทรัพยากร เช่น
1.1 ผู้เกี่ยวข้องมีส่วนร่วมในการวางแผนหรือไม่
1.2 มีการใช้ปัจจัยต่างๆที่ต้องใช้ในการดำเนินการหรือไม่
เป็นต้น

2. วิเคราะห์สิ่งที่ต้องปฏิบัติ เช่น
2.1 มีการกำหนดวัตถุประสงค์และเป้าหมายที่สอดคล้องกับนโยบายและกฏหมาย หรือ ไม่
2.2 มีการวิเคราะห์ข้อมูลในอดีต และปัจจุบันเพื่อคาดการณ์อนาคตไว้หรือไม่
เป็นต้น

3. วิเคราะห์กระบวนการ เช่น
3.1 แผนงานนั้นเป็นส่วนหนึ่งของแผนการการดำเนินงานของบริษัทหรือไม่ อย่างไร เหมาะสมกับเวลาและโอกาสหรือไม่
3.2 นำปัจจัยภายใน/ภายนอก มาพิจารณาถึงความเป็นเหตุเป็นผลที่จะอธิบายถึงความสำเร็จของแผนงาน หรือไม่
เป็นต้น

ขั้นปฏิบัติตามแผน DO

1. วิเคราะห์แหล่งทรัพยากร เช่น
1.1 มีการจัดสรรเวลาในการเตรียมการ การดำเนินงานและการติดตามผลหรือไม่
1.2 เครื่องมือ และอุปกรณ์เหมาะสม เพียงพอต่อการดำเนินงานหรือไม่
เป็นต้น

2. วิเคราะห์สิ่งที่ต้องปฏิบัติ เช่น
2.1 มีการกำหนดหน้าที่ความรับผิดชอบของพนักงานทุกระดับ หรือไม่
2.2 ผู้เกี่ยวข้องได้รับการฝึกอบรม หรือชี้แจงการปฏิบัติตามแผนงาน หรือไม่

3. วิเคราะห์กระบวนการ เช่น
3.1 มีการกำหนดเป้าหมาย และตัวชี้วัด หรือไม่
3.2 ผู้บริหารมีบทบาทในการควบคุมกำกับดูแลการปฏิบัติงานหรือไม่

ขั้นตอนการตรวจสอบผลการปฏิบัติตามแผน Check

1. วิเคราะห์แหล่งทรัพยากร เช่น
1.1 มีผู้มีความสามารถเฉพาะเป็นผู้ดำเนินการหรือไม่
1.2 มีเครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่มีประสิทธิภาพสำหรับตรวจสอบแผนการดำเนินงาน หรือไม่

2. วิเคราะห์สิ่งที่ต้องปฏิบัติ เช่น
2.1 มีการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานกับแผนที่วางไว้หรือไม่
2.2 มีการตรวจสอบความคืบหน้าของการดำเนินการเป็นระยะหรือไม่
เป็นต้น

3. วิเคราะห์กระบวนการ เช่น
3.1 มีระบบการรายงานผล หรือไม่
3.2 มีการเสนอรายงานผลการปฏิบัติ ต่อคณะกรรมการความปลอดภัย หรือไม่
เป็นต้น

ขั้นแก้ไข ปรับปรุง Act

1. วิเคราะห์แหล่งทรัพยากร เช่น
1.1 มีเครื่องมือ หรือ อุปกรณ์เพื่อสนับสนุนการดำเนินการแก้ไข ปรับปรุง จุดบกพร่องหรือไม่
1.2 มีข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวข้องประกอบการดำเนินการหรือไม่
เป็นต้น

2. วิเคราะห์สิ่งที่ต้องปฏิบัติ เช่น
2.1 มีการจัดทำแผนการแก้ไข ปรับปรุง หรือไม่
2.2 มีการเปรียบเทียบผลการดำเนินงาน กับองค์กรอื่น เพื่อการปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้นหรือไม่
เป็นต้น

3. วิเคราะห์กระบวนการ เช่น
3.1 มีการประเมินอันตรายก่อนการปรับเปลี่ยนกระบวนการทำงานหรือไม่
3.2 มีการให้ข้อมูลหรืออบรมชี้แจงผู้ได้รับผลกระทบจากการปรับปรุง เปลี่ยนแปลงกระบวนการการทำงานหรือไม่
เป็นต้น

เมื่อเราวิเคราะห์แผนงานตามแนวทางข้างต้นแล้ว จะทำให้มีข้อมูลเชิงลึกที่จะตัดสินคุณค่าของแผนงานโครงการว่ามีประสิทธิภาพและประสิทธิผลหรือไม่

กล่าวคือ พิจารณาประสิทธิภาพจากปัจจัยที่ใช้ในการดำเนินการ กับผลที่ได้รับ ซึ่งนิยมวัดในรูปของตัวเงินหรือเวลาที่ใช้

และพิจารณาประสิทธิผลของแผนงานโครงการจากผลการดำเนินงานว่าบรรลุตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้หรือไม่ โดยดูจากตัวชี้วัดของวัตถุประสงค์แต่ละข้อ

ในขั้นสุดท้ายเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน ต้องสรุปข้อเสนอแนะให้ผู้บริหารตัดสินใจว่าจะคงแผนงานไว้เช่นเดิม หรือต้องแก้ไขปรับปรุงอย่างไร ควรพัฒนาต่อในรูปแบบไหน หรือควรระงับ หรือยกเลิก

__________

จบแล้วครับ สำหรับขั้นตอนการวิเคราะห์แผนงานความปลอดภัยในการทำงาน ก่อนที่จะนำไปเสนอผู้บริหารว่าเป็นแผนงานที่เหมาะสมหรือไม่ เนื้อหาอาจจะดูวิชาการไปหน่อย ถือว่าทบทวนความรู้แล้วกันนะครับ

EN-V

บริษัทเจเนรัล มอเตอร์ ซึ่งร่วมทุนกับ บริษัทของจีน คือ  SAIC Motor ได้นำยานพาหนะรุ่นใหม่ในอนาคต ที่มีชื่อว่า EN-V หรือ Electric Networked-Vehicle ออกมาแสดงในสาธารณชนได้เห็น เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2553 ที่ผ่านมา ณ กรุงเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน

สำหรับรถ EN-V เป็นยานพาหนะ 2 ที่นั่ง  มี 2 ล้อ ทรงตัวด้วยระบบที่น่ามหัศจรรย์ ใช้พลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ลิเธียม-ไออนเป็นเชื้อเพลิง โดยการชาร์ตหนึ่งครั้งจนเต็มจะทำให้รถวิ่งได้ไกลอย่างน้อย 25 ไมล์ (ประมาณ 40 กิโลเมตร)

สำหรับแนวคิดของรถ Electric Networked-Vehicle คันนี้ เป็นรถที่ออกแบบมาใช้สำหรับเมืองใหญ่ๆ และมีการเชื่อมโยงด้วยระบบเครือข่ายกับรถคันอื่นๆ เพื่อหลีกเลี่ยงเส้นทางที่มีอุบัติเหตุหรือรถติด

EN-V

น่าทึ่งจริงๆสำหรับเจ้ายานพาหนะสองล้อคันนี้ ไม่รู้ว่าบ้านเราจะเรียกมันว่าอะไร เพราะลักษณะคล้ายรถเก๋ง แต่มีสองล้อเหมือนมอเตอร์ไซด์

EN-V2

ปี 2553 นี้ ภัยแล้งเป็นอีกปัญหาใหญ่ที่เกิดขึ้น ถ้าติดตามข่าวจะเห็นได้ว่าแม่น้ำโขงแห้งเหือดลงไปเลย

ผมดูข่าวแล้วว่าทางการไทยจะไปเจรจากับจีนให้ปล่อยน้ำจากเขื่อนมาให้กับไทย แต่ล่าสุดทางสถานเอกอัครราชทูตของจีนได้ออกมาบอกว่า เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับจีน เพราะในจีนเองก็กำลังประสบภัยแล้งอยู่เช่นกัน (ผมดูข่าวในเว็บต่างประเทศ เมื่อไม่กี่วัน ก็เห็นภาพประชาชนในจีนต้องเอาถังมารอรับน้ำที่ทางการจัดให้ แสดงว่าคงแล้งจริงๆ)

สงกรานต์ปี 2553 ที่จะถึงนี้ หากปัญหาเรื่องน้ำเป็นที่ขาดแคลนจริงๆ ก็คงต้องเล่นน้ำให้น้อยลง อย่างไรก็ตามประเทศไทยเราก็ควรมีแผนการแก้ปัญหาในระยะยาวตามมาด้วย (แนวทางการแก้ไขระยะสั้น ได้ข่าวมาว่าอาจจะใช้การทำฝนเทียม)

ทิ้งท้ายไว้ที่ วันนี้สมาชิกในเว็บบอร์ดของเราท่านหนึ่งได้นำป้ายรณรงค์ประหยัดน้ำมาแจก โดยเป็นป้ายเตือนให้ทุกคนช่วยกันปิดก๊อกน้ำให้สนิทหลังจากเปิดน้ำใช้ ใครสนใจตามไปโหลดได้ที่ (ป้ายรณรงค์ประหยัดน้ำ)

แสดงแคลอรี่
หนึ่งในข้อกฏหมายเกี่ยวกับสุขภาพในอเมริกา ซึ่งเพิ่งนำออกมาใช้ คือ การกำหนดให้ร้านอาหารที่มีสาขามากกว่า 20 แห่ง จะต้องแสดงจำนวนปริมาณแคลอรี่ของอาหาร ถัดจากชื่อรายการอาหาร

และกฏหมายสุขภาพนี้ ยังต้องการ ให้มีข้อความสั้นๆที่เป็นคำแนะนำเรื่องปริมาณแคลอรี่ในแต่ละวัน ที่ผู้บริโภคสามารถเข้าใจได้

เคลรี่ บราวเนล ศาตราจารย์ด้านจิตวิทยา แห่งมหาวิทยาลัยเยล ได้วิจัยพบว่า ถ้ามีการแสดงปริมาณแคลอรี่ในเมนูอาหาร ผู้บริโภคจะเลือกอาหารทีมี่ปริมาณแคลอรี่ต่ำ และโดยเฉลี่ยแล้วผู้บริโภคจะรับประทานอาหาร 2,000 กิโลแคลอรี่ต่อวัน  แต่อย่างไรก็ตามผู้บริโภคส่วนใหญ่ยังคงไม่รู้ว่าตัวเลขปริมาณแคลอรี่ เมื่อทราบแล้วจะนำไปใช้อย่างไร

___

ปล. ผมเองก็ไม่รู้ว่าควรกินวันละกี่แคลอรี่ ไม่เคยมาคำนวนเลย กินอย่างเดียว

พายุทรายsanddust

ภาพที่ท่านเห็นข้างบน เป็นภาพถ่ายกลุ่มอาคารที่กรุงเป่ยจิง(ปักกิ่ง) ของประเทศจีน เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2553 ซึ่งอาคารทั้งหมดถูกปกคลุมไปด้วยฝุ่นทราย จากเหตุการณ์พายุทรายที่เกิดขึ้น

อย่างที่เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานอย่างพวกเราทราบดีว่าฝุ่นละอองเหล่านี้ ถ้าหายใจเข้าไปก่อให้เกิดโรคปอดได้ และฝุ่นละอองที่อันตรายมากก็คือฝุ่นละอองที่มีขนาดเล็ก(เล็กกว่า 0.3 ไมครอน) ผ้าธรรมดาที่นำมาปิดจมูกไม่สามารถกรองได้หมด

แต่อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะป้องกันได้มากหรือน้อยยังไงก็ต้องหาทางป้องกันตัวเองไว้ก่อน มาดูภาพการป้องกันตัวเองจากพายุฝุ่นของชาวจีนทิ้งท้ายกันครับ

(น่าเอาหน้ากากกรอง 3M ของพวกคนงานไทย ที่มีแต่ไม่ยอมใช้ ส่งไปให้จีนให้หมด 555)
พายุทราย

ถุง KFC ช่วยได้ ไอเดียสุดยอดจริงๆ นับถือๆ พายุหมดแล้วอย่าลืมไปรับค่าโฆษณานะ

พายุทราย2

พายุทราย3

ผ้าบางๆ ช่วยไม่ได้สักเท่าไร แต่ฉุกเฉินแบบนี้ มีแค่ไหนก็ต้องกันไว้ก่อน

พายุทราย4

หมาก็ป่วยได้นะ สัตว์เลี้ยงแสนรัก ต้องป้องกันไว้ก่อน (ไม่รู้ว่ากับเมียที่บ้าน จะดูแลแบบนี้ไม๊นะ)

ไปรษณีย์เคลื่อนที่

ภาพที่ท่านเห็น เป็นภาพบริเวณนอกห้างสรรพสินค้าลีการ์เด้นใน อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เป็นรถไปรษณีย์ ซึ่งมาจอดเพื่อให้บริการกับประชาชน โดยรถไปรษณีย์ดังกล่าวมีลักษณะเป็นเหมือนออฟฟิส เคลื่อนที่ เมื่อมาจอดก็จะมีสายไฟฟ้าเพื่อต่อกับระบบไฟด้านนอกรถ เข้าสู่ตัวรถ

ถือเป็นการพัฒนาระบบไปรษณีย์ไปอีกก้าวหนึ่ง ต่อไปอาจจะมีรถไปรษณีย์ไปรับพัสดุตามบ้านก็ได้ (เพราะยังไงก็ต้องวิ่งมาส่งไปรษณีย์อยู่แล้ว ) ปกติรถไปรษณีย์จะเป็นมอเตอร์ไซด์ ดังนั้นจะทำหน้าที่ส่งไปรษณีย์ได้อย่างเดียว พัสดุใหญ่ๆก็ส่งไม่ได้ ต้องเป็นหน้าที่ของผู้รับบริการไปรับเอง

ซึ่งถ้าหากเปลี่ยนเป็นรถตู้ ก็จะสามารถทำหน้าที่ทั้งส่งและรับได้ รวมถึงส่งพัสดุใหญ่ๆบางอย่างได้ด้วย(ถ้าไม่ใหญ่จนเกินไป)

แน่นอนว่าต้นทุนของไปรษณีย์จะสูงขึ้น แต่ต้นทุนอื่นๆของผู้ใช้บริการจะลดลง(ต้นทุนรวมของประเทศจะลดลง) การเดินทางจะน้อยลง การใช้น้ำมันจะลดลง อุบัติเหตุก็น้อยลงด้วย

ขอชมเชยการพัฒนาของไปรษณีย์ที่ดูเหมือนจะพัฒนากว่ารัฐวิสาหกิจบางแห่งที่ตกราง และสายเสมอ

เป็นตัวอย่างจากหนังสือคู่มือการฝึกอบรมหลักสูตรเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน ระดับวิชาชีพ ซึ่งผมเห็นว่าหากนำมาโพสลงในเว็บ น่าจะเพิ่มความสะดวกในการค้นหาข้อมูล เพราะหลายท่านคงไม่ได้พกหนังสือไปกลับระหว่างที่ทำงาน กับที่พัก ทุกๆวัน

ตัวอย่างการเขียนโครงการความปลอดภัย

ในการจัดทำแผนงานโครงการความปลอดภัย จะประกอบไปด้วยโครงการความปลอดภัยย่อยๆหลายโครงการมาประกอบกัน ซึ่งในแต่ละโครงการย่อยจำเป็นต้องเขียนรายละเอียดของแต่ละโครงการเพื่อนำเสนอต่อผู้บริหารของสถานประกอบการ เพื่อขออนุมัติ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีรูปแบบการเขียนโครงการ ตัวอย่างการเขียนโครงการมีดังนี้

โครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเสี่ยงของพนักงานในแผนก …………………………….

1. ความเป็นมาและสภาพปัญหา
จากสถิติการประสบอันตรายจากการทำงาน ซึ่งรวบรวมไว้ พบว่า การประสบอันตรายของบริษัทยังอยู่ในอัตราที่สูง ซึ่งบริษัทได้มีการตั้งเป้าหมายให้มีการลดการประสบอันตรายจากการทำงานลงให้ได้อย่างต่อเนื่อง จากการดำเนินงานการบริหารจัดการเพื่อลดสถิติการประสบอันตรายดังกล่าวพบว่า แม้บริษัทได้ดำเนินการปรับปรุงกฏระเบียบ ข้อบังคับ ในเรื่องความปลอดภัยในการทำงาน ดำเนินการปรับปรุงสถานที่ทำงานให้อยู่ในสภาพที่ปลอดภัย ดำเนินการซ่อมบำรุงเครื่องมือเครื่องจักร อุปกรณ์ต่างๆ และมีการกำกับดูแลให้ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบในการดูแลด้านความปลอดภัยในการทำงาน ได้ทำหน้าที่ของตนเองให้ครบถ้วนแล้ว แต่ยังปรากฏว่าสถิติการประสบอันตรายจากการทำงานของบริษัทยังคงไม่ลดลงตามเป้าหมายที่วางไว้ และจากการสอบสวนวิเคราะห์อุบัติเหตุแล้ว พบว่า สาเหตุของการประสบอันตราย ส่วนใหญ่มาจากการกระทำของพนักงานประมาณ 80 เปอร์เซ้นต์ ดังนั้นจึงควรได้ดำเนินกิจกรรมเพื่อการปรับเปลี่ยน พฤติกรรมเสี่ยงของพนักงาน ควบคู่ไปกับกิจกรรมต่างๆที่บริษัทได้จัดทำขึ้นเพื่อลดสถิติการประสบอันตรายดังกล่าวข้างต้น

2. หลักการเหตุผล
จากการศึกษาข้อมูลระบบการบริหารจัดการความปลอดภัยในการทำงานของต่างประเทศพบว่า การบังคับให้พนักงานปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฏระเบียบ หรือมาตรฐานความปลอดภัย ยังไม่เพียงพอต่อการที่จะลดสถิติการประสบอันตรายจากการทำงานให้ได้ตามเป้าหมาย ต้องมีการให้ความรู้ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเสี่ยงเพื่อสร้างวัฒนธรรมองค์กรด้านความปลอดภัยประกอบด้วย เป็นการใช้กลยุทธในการส่งเสริมสนับสนุนให้เกิดองค์ความรู้ ประกอบการปลูกจิตสำนึกรักความปลอดภัย เพื่อให้สามารถจัดระบบบริหารจัดการให้เหมาะกับประเภทของความเสี่ยงและปัญหาที่เป็นสาเหตุให้เกิดอุบัติเหตุในการทำงานของบริษัทได้ อันจะนำมาซึ่งความสำเร็จในการบริหารจัดการด้านความปลอดภัยฯอย่างยั่งยืน โดยหน่วยงานความปลอดภัยจะเป็นผู้ให้ความรู้ และคำแนะนำในการดำเนินการ
การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเสี่ยง เป็นการจัดการด้านความปลอดภัยด้วยการปลูกฝังพฤติกรรมการทำงานที่ถูกต้อง และความปลอดภัย โดยมีกระบวนการตั้งแต่ค้นหาพฤติกรรมเสี่ยงของพนักงานและดำเนินการปรับปรุงให้พนักงานมีการเปลี่ยนวิธีการทำงานให้ปลอดภัยขึ้น พร้อมทั้งส่งเสรอมให้มีการนำพฤติกรรมความปลอดภัยที่ดี มาปฏิบัติกันจนเป็นวัฒนธรรมของบริษัท

3. วัตถุประสงค์
3.1 เพื่อลดพฤติกรรมการทำงานที่ไม่ปลอดภัย และเพิ่มพฤติกรรมที่ปลอดภัยในการทำงาน
3.2 เพื่อลดสถิติการประสบอัรตรายจากการทำงาน
3.3 เพื่อส่งเสริมพฤติกรรมที่ปลอดภัยให้เป็นนิสัย

4. กลุ่มเป้าหมาย
4.1 พนักงานจากหน่วยงานที่มีการประสบอันตรายสูง
4.2 พนักงานทุกระดับของบริษัท

5. วิธีดำเนินการ
5.1 ฝึกอบรมผู้บริหารให้เข้าใจความจำเป็นในการปรับพฤติกรรมเสี่ยง
5.2 วิเคราะห์หาพฤติกรรมเสี่ยงที่มีอยู่ในสถานประกอบกิจการ โดยผู้บริหารและคณะกรรมการความปลอดภัยฯ
5.3 ฝึกอบรมและร่วมกันค้นหาพฤติกรรมเสี่ยง โดยหัวหน้าหน่วยงานและผู้แทนหน่วยงานที่เป็นเป้าหมาย
5.4 รวบรวมจัดทำทะเบียน จัดเรียงลำดับ และคัดเลือกพฤติกรรมเสี่ยงที่จะปรับเปลี่ยน
5.5 อบรมสื่อสารให้พนักงานทุกคนทราบและเข้าใจพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์
5.6 อบรมฝึกสังเกตและการกำชับเพื่อส่งเสริมพฤติกรรมปลอดภัยและแก้ไขพฤติกรรมเสี่ยง
5.7 ทีมตรวจสอบทำการวัดผลเป็นระยะๆ
5.8 ดำเนินการกับพฤติกรรมเสี่ยงตัวต่อไปจนกว่าจะหมด

6. กำหนดระยะเวลาและแผนการดำเนินงาน
ดำเนินการต่อเนื่อง 3 ปี พ.ศ. 2550 – 2552 โดยมีแผนงานสำหรับปีแรก (2550) ดังนี้
กำหนดระยะเวลาดำเนินการโครงการความปลอดภัย

7. งบประมาณ
งบประมาณในการดำเนินงาน จากงบประมาณปี 2550 งานความปลอดภัย อาชีวิอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน เป็นเงิน 25,000 บาท (สองหมื่นห้าพันบาทถ้วน)

8. ผลที่คาดว่าจะได้รับ
8.1 สามารถลดมูลค่าความสูญเสียที่เกิดจากการประสบอันตรายจากการทำงาน
8.2 ทำให้พนักงานมีขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ส่งผลทำให้ผลผลิตมีคุณภาพและปริมาณเพิ่มมากขึ้น
8.3 สามารถลดการประสบอันตรายได้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน
8.4 ภาพลักษณ์ของบริษัทเป็นที่ยอมรับในระดับสากล

9. ผู้เสนอโครงการ

(นายสำนึก รักษ์ปลอดภัย)
เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับวิชาชีพ
กรรมการและเลขานุการคณะกรรมการความปลอดภัยฯ

10. หน่วยงานที่รับผิดชอบโครงการ

ฝ่ายความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน

11. ผู้อนุมัติโครงการ

(นายรวย  มากคุณธรรม)
กรรมการผู้จัดการบริษัท เซฟตี้เฟิร์ส จำกัด

__________________________

จากตัวอย่างข้างต้น ก็คงจะเป็นแนวทางให้เพื่อนๆเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานทุกท่าน เขียนโครงการความปลอดภัยในการทำงานกันได้สะดวกขึ้น และก็นำโครงการย่อยๆทั้งหมดไปจัดทำเป็นแผนงานประจำปีของบริษัท เป็นอันเสร็จสิ้นหน้าที่การทำแผนงานความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน