สิ่งแปลกปลอม เช่น ฝุ่น ผงดินทราย เศษเหล็ก สะเก็ดปูน เศษไม้เล็กๆ แมลง เป็นต้น เมื่อเข้าตาจะทำให้มีอาการเคืองตา ปวดตา น้ำตาไหล ตาแดง และอาจติดเชื้ออักเสบเป็นหนองได้ หากไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง อาจทำให้กลายเป็นแผลที่กระจกตา หรือเชื้อโรคอาจลุกลามเข้าไปในลูกตา ทำให้ลูกตาอักเสบทั่วไป

สิ่งแปลกปลอมเข้าตา

การช่วยเหลือ
ล้างตาด้วยวิธีน้ำไหล (flowing water) มีวิธีทำที่ง่ายที่สุด คือ ให้ผู้ป่วยนอนตะแคงหน้าไปทางฝั่งที่ต้องการจะล้างตา (จะล้างตาขวา ก็นอนตะแคงขวา) แล้วค่อยๆเทน้ำสะอาดจากแก้วลงที่หัวตาผู้ป่วยช้าๆ และนุ่มนวล ให้ปากแก้วห่างจากหัวตาประมาณ 1.5 นิ้ว หลังจากล้างตาให้แล้ว ถ้าสิ่งแปลกปลอมยังไม่ออกให้ใช้อีกวิธีหนึ่ง คือ วิธีเขี่ย ซึ่งมีวิธีการดังนี้

ที่หนังตาบน (uper eye lid) ให้จับหนังตาบนด้วยนิ้วหัวแม่มือกับนิ้วชี้ แล้วพับหนังตาขึ้นโดยใช้ไม้พันสำลีกด ก่อนที่จะกดไม้พันสำลีต้องบอกให้ผู้ป่วยมองต่ำ แล้วจึงพลิกหนังตาขึ้น วิธีนี้ทำให้ มองเห็นว่าผิวของเปลือกตาบนและผิวของดวงตามีสิ่งแปลกปลอมติดอยู่หรือไม่ ถ้ามีให้ใช้มุมผ้าเช็ดหน้าผืนเล็กๆและบางๆเขี่ยออก

ที่หนังตาล่าง (lower eye lid) กดหนังตาล่างด้วยนิ้วหัวแม่มือหรือนิ้วชี้แล้วดึงลงข้างล่าง พร้อมบอกให้ผู้ป่วยเหลือบตามองสูง วิธีนี้จะทำให้มองเห็นว่าผิวเปลือกตาล่าง และผิวดวงตามีสิ่งแปลกปลอมติดอยู่หรือไม่ ถ้ามีให้ใช้มุมผ้าเช็ดหน้าผืนเล็กๆและบางๆเขี่ยออก เช่นเดียวกัน

ถ้าปฏิบัติโดยวิธีดังกล่าวแล้ว สิ่งแปลกปลอมยังไม่ออก ควรปิดตาผู้ป่วยทั้งสองข้างอย่างหลวมๆ ด้วยผ้าที่บางและเบา (เพราะตาทั้งสองข้างทำงานไปพร้อมๆกัน จึงต้องปิดสองข้าง) จากนั้นนำส่งโรงพยาบาลเพื่อช่วยเหลือด้วยวิธีที่เหมาะสมต่อไป

และถ้าสิ่งแปลกปลอมมีขนาดใหญ่ปักค้างอยู่ที่ดวงตาหรือที่เนื้อเยื่ออ่อนรอบๆตา ผู้ปฐมพยาบาลไม่ควรพยายามดึงออก แต่ควรปฏิบัติตามที่ได้กล่าวมาแล้ว โดยพยายามให้สิ่งแปลกปลอมอยู่ให้นิ่งที่สุด (ปิดตาเพื่อไม่ให้ผู้บาดเจ็บขยับดวงตา) การบาดเจ็บรุนแรงเช่นนี้ทำให้ตาบอดได้ ดังนั้นการดูแลรักษาทุกขั้นตอนจะต้องทำด้วยความมั่นใจและถูกต้องที่สุด