Archive for July, 2010

ฆ่าเหา

เมื่อแม่ผมสังเกตุเห็นหลานสาวคันศรีษะ จึงลองตรวจสอบดู พบว่า ไข่เหาเพียบ วันนี้จีงไปซื้อยาฆ่าเหามาใส่ผมให้หลานสาว

วิธีการก็ใส่ยาในผมที่เปียกหมาดๆ แล้วใช้หวีซี่ถี่ๆ หวีผมหลายๆครั้ง เพื่อให้ไข่เหาออกมา

จากนั้นก็เอาที่คลุมผมมาคลุมไว้ และก็ปล่อยให้นอนคืนนึง

แต่ ทั้งนี้ทั้งนั้น ไม่รู้ว่าถ้าหายแล้ว จะไปติดใหม่ที่โรงเรียนอีกหรือไม่

เหา

กระจกนิรภัย

เมื่อคืนดูรายการทีวีทางช่อง ทรู จำไม่ได้ว่ารายการอะไร แต่เนื้อหาเกี่ยวกับอุบัติเหตุแปลกๆที่คาดไม่ถึงและนำมาซึ่งการเสียชีวิต หนึ่งในตอนที่ผมดู เป็นอุบัติเหตุที่เกิดมาจากความประมาท

เป็นเรื่องของทนายคนนึง วัย 39 ปี ทำงานอยู่บนตึกสูง (รู้สึกจะชั้นที่ 26 ) โดยในห้องทำงาน ผนังตึกทำด้วยกระจกนิรภัย โปร่งใส

ทนายอนาคตไกลท่านนี้ มักจะล้อเล่นกับคนอื่นๆ ด้วยการวิ่งแล้วกระโดดพุ่งตัวกระแทกกระจกให้ผู้อื่นตกใจ

เนื่องจากกระจกนิรภัยมีความหนากว่ากระจกทั่วไปถึง 6 เท่า ทนายคนนี้จึงมั่นใจว่ามันไม่มีทางแตก

ในที่สุดการกระโดดกระแทกผนังกระจกครั้งสุดท้ายของทนายก็เกิดขึ้น เมื่อกระจกแตก ส่งผลให้ร่างของทนายตกลงมาจากตึกสูง เสียชีวิต

รายการทิ้งท้ายด้วยคำสำภาษณ์ของผู้เชี่ยวชาญด้านกระจก ที่บอกว่ากระจกอาจจะแตกจากการถูกกระแทก ทำให้กระจกที่ถูกบีบแน่นจากขอบกระจกเริ่มแตก ซึ่งเมื่อแตกนิดเดียวก็จะแตกทั้งบานได้ และยังย้ำเตือนว่ากระจกนิรภัยที่ทำผนังอาคารออกแบบให้แข็งแรงพอที่จะป้องกันการแตกเนื่องจากคนมายืนพิง แต่ไม่แข็งแรงพอที่จะกระโดดกระแทก ซึ่งเป็นการใช้งานผิดวิธี

สรุปสุดท้าย และท้ายสุด คือ ไม่มีกระจกบานไหนที่ไม่แตก

ไปเที่ยวโลตัสมา เห็นอุปกรณ์ตัวหนึ่งเรียกว่า ที่นั่งถ่าย

ที่นั่งถ่าย

รายละเอียดก็ไม่มีอะไร แค่เป็นที่นั่งสำหรับเปลี่ยนโถส้วมแบบนั่งยอง เป็นแบบที่นั่งเหมือนชักโครก สำหรับผู้สูงอายุ และผู้ที่ไม่สามารถนั่งยองๆได้ เช่น ผู้ที่บาดเจ็บ หรือ พิการ เป็นต้น

เห็นเจ้าอุปกรณ์ตัวนี้ทำให้นึกถึงตอนเป็นเด็ก ซึ่งมีหลายสิ่งหลายอย่างที่ไม่เข้าใจผู้ใหญ่ ว่าทำทำไม หรือ คิดอะไร แต่เมื่อกาลเวลาผ่านไปจึงเริ่มเข้าใจมากขึ้น ในขณะเดียวกันเด็กๆก็คงไม่เข้าใจเรา เหมือนที่เราเคยไม่เข้าใจผู้ใหญ่ (แต่เราต้องเข้าใจเด็กสิ เพราะเราเคยเป็นเด็กมาก่อนนี่นา) เช่น เมื่อก่อนเวลาใส่กางเกงยีนส์นั่งทานข้าวที่พื้นบ้าน แม่มักจะบอกให้ไปเปลี่ยนกางเกงจะได้นั่งกินข้าวสบายๆ ในเวลานั้นก็ไม่รู้สึกว่าอึดอัดตรงไหน แต่เมื่อเวลาผ่านมา 10 กว่าปี ก็เริ่มรู้ละว่าอึดอัดมาก นั่งไม่สะดวก

สำหรับที่นั่งถ่ายตัวนี้ ผมคงไม่รู้ว่าใครต้องใช้บ้าง ถ้าไม่เคยดูโฆษณาตัวนึงมาก่อน เป็นโฆษณายาทาสำหรับนวดเพื่อแก้ปวด ที่มีเรื่องราวเกี่ยวกับอาม่าที่ไปเที่ยวกำแพงเมืองจีน แต่เมื่อเจอส้วมซึม ถึงกับร้อง ไอหยา! ก็เลยทำให้รู้ว่า ผู้สูงวัยนั่งยองๆลำบากมาก

ในอนาคตบางทีผมอาจจะต้องใช้อุปกรณ์ตัวนี้ ถ้าไม่ทำห้องน้ำใหม่ หรือ เปลี่ยนบ้านไปซะก่อน

ปล.ถ้าวันไหนรวย จะต้องลองสั่งส้วมแบบญี่ปุ่นมาใช้ดู ว่าสุดยอดจริงหรือไม่

ไม่มีบันได

ผมเจอภาพนี้ในกูเกิลครับ เป็นภาพชายคนนึงซึ่งต้องการขึ้นไปทำงานบนที่สูง แต่ไม่มีบันได เขาจึงใช้วิธีให้เครนยกขึ้นไป โดยใช้ขาข้างหนึ่งเหยียบที่ซอฟท์สลิงซึ่งเกี่ยวกับตะขอยกของเครน ส่วนมือก็จับที่ตะขอเครน โดยไม่มีอุปกรณ์ป้องกันการตกหล่นใดๆทั้งสิ้น

ภาพนี้ไม่ใช่คนไทยแน่นอน และดูจากป้ายแล้วก็คงจะพอรู้ว่าเป็นประเทศทางแถบไหน ซึ่งในแต่ประเทศกฏหมายและระเบียบต่างๆก็จะแตกต่างกันออกไป บางทีในประเทศของชายคนนี้การกระทำแบบนี้อาจจะเป็นเรื่องปกติ

สำหรับประเทศไทยเรามีกฏหมายความปลอดภัยในการทำงาน ซึ่งเขียนครอบคลุมเรื่องการทำงานบนที่สูงอยู่แล้ว และยิ่งถ้าเป็นงานก่อสร้างในนิคมอุตสาหกรรมก็จะยิ่งเข้มงวดมากขึ้น(โดยเฉพาะถ้าเป็นงานของชาวต่างชาติ)

จากตัวอย่างในภาพเป็นการกระทำที่มีความเสี่ยงสูงมากที่จะเกิดอุบัติเหตุรุนแรง และคิดว่าเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานทุกคนคงไม่สามารถยอมให้มีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอย่างแน่นอน

การขึ้นไปทำงานบนที่สูงที่ถูกต้องควรใช้บันไดหรือนั่งร้าน (ขึ้นอยู่กับลักษณะงาน และระดับความสูง) แต่ถ้าบันได และนั่งร้านไม่สามารถเข้าถึงได้ จำเป็นที่จะต้องใช้เครนยกผู้ปฏิบัติงานขึ้นไป ก็จะต้องใช้กระเช้าบรรทุกแล้วให้เครนยกขึ้นไป ซึ่งก่อนที่จะนำกระเช้ามาใช้งานได้ ก็ต้องผ่านการตรวจสอบและการทดสอบ เพื่อให้แน่ใจว่าผู้ปฏิบัติงานทุกคนที่ขึ้นไปทำงานปลอดภัย และผู้ปฏิบัติงานทุกคนก็จะต้องปฏิบัติตามกฏระเบียบที่กำหนดไว้อย่างเคร่งครัดด้วยทุกคน

กระเช้าบรรทุกคนขึ้นทำงานบนที่สูง

ห้องเย็น

ห้องเย็นแต่ละแห่งมีอุณหภูมิที่ต่างกัน บางแห่งอุณหภูมิอาจต่ำกว่า -40°C เลยที่เดียว อันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นเมื่อทำงานในห้องเย็น มีดังนี้

-           อุบัติเหตุเนื่องจากคนถูกขังติดอยู่ในห้องเย็น

-           อุบัติเหตุจากสารทำความเย็นรั่ว

-           การบาดเจ็บจากความเย็น

-           ความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นในการเกิดอุบัติเหตุ

-           อันตรายจากน้ำแข็งที่เกิดขึ้น

-           เพิ่มโอกาสมากขึ้นที่ทำให้อุปกรณ์เครื่องมือชำรุด

การทำงานในห้องเย็นจำเป็นต้องมีการประเมินความเสี่ยง

สารทำความเย็นสามารถแบ่งเป็น 3 กลุ่ม ได้ดังนี้ :

1 ฮาโลคาร์บอน(Halocarbons)
อันตราย :
- มีสถานะคงที่ มีความเป็นพิษต่ำ ติดไฟง่าย
- เข้าแทนที่ออกซิเจน ทำให้สำลักได้
การป้องกัน
:
- ติดตั้งเครื่องตรวจสอบและเตือนภัย จากการตรวจจับไอของสาร
- ติดตั้งระบบพัดลมระบายอากาศ ซึ่งทำงานเมื่อปริมาณความเข้มข้น เกินอัตรา LEL (lower explosive limit)

ที่กำหนด

2 แอมโมเนีย (Ammonia)

อันตราย :
- เป็นพิษ ติดไฟ

การป้องกัน :
- ติดตั้งเครื่องตรวจสอบและเตือนภัย จากการตรวจจับไอของสาร
- ติดตั้งระบบพัดลมระบายอากาศ ซึ่งทำงานเมื่อปริมาณความเข้มข้น เกิน 1% (V/V)  (P)

3 อีเทน โพรเพน บิวเทน ไอโซบิวเทน อีเทอลีน โพรไพลีน ( Ethane, propane, butane, isobutane, ethylene, propylene)
อันตราย :

- อัตราการติดไฟสูง มีความเสี่ยงที่จะระเบิด

การป้องกัน :
- ติดตั้งเครื่องตรวจสอบและเตือนภัย จากการตรวจจับไอของสาร
- ติดตั้งระบบพัดลมระบายอากาศ ซึ่งทำงานเมื่อปริมาณความเข้มข้น เกิน  25% ของ LEL

  • สำหรับสารทำความเย็น กลุ่ม 1 และ 2 เครื่องตรวจจับไอ ของแยกวงจรไฟฟ้าที่ไม่มีการป้องกันทั้งหมด
  • ในพื้นที่อันตรายให้ใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ออกแบบสำหรับทำงานในพื้นที่
  • จัดให้มีอุปกรณ์ช่วยหายใจ ในพื้นที่ที่เสี่ยงอันตรายจากสารทำความเย็น

การป้องกันอันตรายสำหรับการทำงานในห้องเย็น

  1. ห้องเย็นต้องสร้างขึ้นถูกต้องตามมาตรฐาน
  2. มาตรการป้องกันไม่ให้มีผู้ปฏิบัติงานหรือบุคคลอื่นๆถูกขังติดอยู่ในห้องเย็น :
    - เฉพาะผู้ที่ได้รับอนุญาตเท่านั้นที่เข้าไปภายในห้องเย็นได้
    - มีป้าย ห้ามผู้ไม่ได้รับอนุญาตเข้าไปข้างใน ติดเตือนอยู่หน้าประตูทางเข้าห้องเย็น
    - มีทางออกฉุกเฉินอย่างน้อย 1 ทาง , มีป้ายเตือนบอกทางในจำนวนที่เพียงพอ และไม่มีวัตถุใดๆกีดขวางทางออกฉุกเฉิน
    - มีสัญญาณเตือนภัยสำหรับให้ผู้ที่ติดในห้องเย็นใช้แจ้งให้ผู้อยู่ข้างนอกทราบว่ามีคนติดอยู่ในห้องเย็น ระบบควรทำงานโดยมีแบตเตอรี่สำรอง มีป้ายบอกและติดตั้งสัญญาณเตือนในตำแหน่งที่เหมาะสม
    - มีไฟฉุกเฉิน ที่ทำงานด้วยระบบแบตเตอรี่สำรอง
    - มีการบำรุงรักษาและทดสอบอุปกรณ์ระบบความปลอดภัย
    - ก่อนที่จะล็อกประตูต้องมีการตรวจสอบอย่างละเอียดทุกครั้ง
  3. การรั่วไหลของสารทำความเย็น
    มีแนวทางในการป้องกันอันตราย ดังนี้
    - ซ่อมบำรุงและควบคุมการทำงานของห้องเย็นโดยผู้เชี่ยวชาญ ที่ผ่านการฝึกมาเป็นอย่างดี
    - โรงงานที่มีห้องเย็นขนาดใหญ่จะต้องมีแผนงานในแต่ละช่วงเวลา ในการตรวจสอบห้องเย็นโดยผู้เชี่ยวชาญ  ทั้งในส่วนของอุปกรณ์และระบบท่อ ที่อาจจะทำให้เกิดอันตรายหากชำรุด
    - มีแผนฉุกเฉินในกรณีเกิดอุบัติเหตุ และสื่อสารให้ทุกคนรับทราบ
  4. การทำงานในสภาพพื้นที่ที่มีอุณหภูมิต่ำ
    - จัดหาชุดป้องกันความเย็นที่เหมาะสม
    - จัดให้มีห้องพักที่มีสภาพอากาศปกติ กับน้ำอุ่น สำหรับพักเบรก ส่วนระยะเวลาในการพักขึ้นอยู่กับ อุณห๓มิของห้องเย็นและลักษณะงาน
  5. ผู้ที่ทำงานในห้องเย็นต้องมีร่างกายที่แข็งแรง จะต้องจัดให้มีการตรวจร่างกายผู้ที่จะต้องทำงานในห้องเย็นก่อนเสมอ
  6. สะเก็ดน้ำแข็ง หรือน้ำแข็งที่เกิดขึ้น จะต้องจัดเก็บออกไปทุกวัน
  7. อุปกรณ์ที่ใช้งานในห้องเย็นควรจัดให้มีการตรวจสอบให้อยู่ในสภาพที่ไม่อันตราย การเลือกซื้ออุปกรณ์ที่นำมาใช้ ควรเลือกให้ถูกประเภทที่จะนำมาใช้ในห้องเย็น เช่น พาเลท หรือ ชั้นวางต่างๆ สามารถหาข้อมูลได้จากผู้จำหน่าย

คณะกรรมการความปลอดภัยในการทำงาน เป็นการรวมกลุ่มทำงานในสถานประกอบการ ที่กฏหมายกำหนดไว้ โดยสมาชิกของคณะกรรมการความปลอดภัยฯ จะมาจากฝ่ายบริหาร และฝ่ายพนักงานที่ถูกเลือกตั้ง อย่างละครึ่ง

สมาชิกของคณะกรรมการความปลอดภัย ไม่ควรถูกเลือกมาเพียงเพราะว่าคนคนนั้น เป็นคนเด่นคนดังในที่ทำงาน หรือเพียงเพราะว่าไม่รู้จะให้ใครมาเป็น แต่ควรเลือกมาจากกลุ่มคนที่มีความมุ่งมั่นที่จะทำให้สถานประกอบการมีความปลอดภัย มีความสามารถในการประสานงานกับผู้ปฏิบัติงานอื่นๆ มีความเป็นผู้นำ และสามารถทำงานรวมกลุ่มได้กับทุกระดับไม่ว่าจะเป็นฝ่านปฏิบัติการและฝ่ายบริหาร

เมื่อได้สมาชิกครบถ้วนแล้ว ทั้งจากที่ประธานเลือกมา และผู้ปฏิบัติงานเลือกกันมา ประธานมีหน้าที่ในการกำหนดบทบาททิศทางการทำงาน เพื่อให้การทำงานร่วมกันเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

กลยุทธสู่ความสำเร็จ

คณะกรรมการความปลอดภัยในการทำงานในสถานประกอบการที่มีประสิทธิภาพ เป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญภายในองค์กรที่จะนำมาซึ่งการพัฒนาในส่วนของความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม ในองค์กร

เพื่อรับประกันถึงความสำเร็จในการทำงาน  :
- ต้องแน่ใจว่าสมาชิกต้องการทำงานจริงๆ ไม่ได้ถูกบังคับมา และมีความเหมาะสมที่จะเป็นสมาชิกจริงๆ
- ติดตามปัญหาเพื่อต้องการให้ปัญหาหมดไปอย่างแท้จริง ไม่ใช่ตัดสินใจแก้ไขปัญหาเพียงเพื่อต้องการให้หัวข้อปัญหาถูกลบไปจากรายการ แต่เกิดปัญหาอื่นซ้ำซ้อน
- ส่งเสริมให้มีการเรียนรู้ และการพัฒนา
- มอบหมายในแต่ละสมาชิกมีโครงการต่างๆ และมีความรับผิดชอบในเรื่องต่างๆทุกคน อย่าให้สมาชิกคนใดคนนึงมานั่งเฉยๆ
- ให้ความสำคัญระหว่างการสื่อสารของลูกจ้าง ฝ่ายบริหาร และคณะกรรมการฯ

เครื่องจักรสายพานลำเลียง นำมาซึ่งความสะดวกและรวดเร็ว ในการลำเลียงวัตถุจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่งในสถานประกอบการ โดยไม่ต้องใช้โฟร์กลิฟท์ หรือ ใช้แรงคนยก แต่อย่างไรก็ตามการใช้งานสายพานลำเลียงก็นำมาซึ่งอันตรายรุนแรงได้ หากทำงานโดยไม่ระมัดระวัง

วันนี้จึงขอแนะนำคร่าวๆในเรื่องของการแต่งกาย และสิ่งที่ผู้ปฏิบัติงานควรทราบ เมื่อต้องทำงานกับเครื่องสายพานลำเลียง

เครื่องสายพานลำเลียง

แจ้งผู้ปฏิบัติงานที่ทำงานกับเครื่องสายพานลำเลียง ให้แต่งกายถูกต้อง เหมาะสม เพื่อความปลอดภัย ดังนี้
1. ไม่สวมเสื้อผ้าหลวมๆ รุ่มร่าม และกรณีที่ไว้ผมยาวต้องคลุมผม หรือผูกมัดผมไว้ข้างหลัง

2. สวมหมวกนิรภัย แว่นตานิรภัย และรองเท้านิรภัย

3. อาจจะต้องใช้หน้ากากนิรภัยกันฝุ่น หากสถานที่ปฏิบัติงานมีฝุ่น

ฝึกสอนลูกจ้างให้ปฏิบัติตามกฏระเบียบเหล่านี้ เมื่อทำงานในบริเวณเครื่องจักรสายพานลำเลียง

1. ไม่ใช้งานอุปกรณ์ หากตรวจพบด้วยว่ามีสภาพไม่สมบูรณ์ หรือผิดปกติ

2. แน่ใจว่ากำบังใบ (Guard) ถูกติดตั้งแล้ว

3. ต้องทราบว่าปุ่มเดินเครื่องจักร และหยุดเครื่องจักร อยู่ที่ไหน ? ปุ่มควบคุมเครื่องจักรต่างๆมีเครื่องหมาย หรือข้อความบอกว่าเป็นปุ่มอะไร ครบถ้วนหรือไม่ ต้องไม่มีสิ่งกีดขวางเส้นทางที่จะเข้าไปกดปุ่มควบคุม ในกรณีฉุกเฉินการเข้า่ถึงปุ่มหยุดเครื่องจักรเป็นเรื่องสำคัญมาก ซึ่งเครื่องสายพานส่วนใหญ่จะมีสายหยุดฉุกเฉินตลอดความยาวของสายพาน

4. ต้องทราบว่าจะต้องใช้อุปกรณ์ความปลอดภัยอะไรบ้างในการทำงาน

5. ทราบถึงสัญญาณเตือนเมื่อจะเริ่มเดินเครื่องสายพานลำเลียง ต้องแน่ใจว่าไม่มีเพื่อนร่วมงานอยู่ใกล้เครื่องสายพานลำเลียงก่อนที่จะกดปุ่มเดินเครื่อง

6. ปฏิบัติป้ายเตือนในพื้นที่อันตราย

7. ไม่ขึ้น หรือ โดยสารไปกับสายพานลำเลียง

8. ทราบว่าสายพานลำเลียงรับน้ำหนักได้มากที่สุดเท่าไร และต้องไม่ใช้งานเกินกว่านั้น

9. รู้จักถึงวิธีรักษาและทำความสะอาดรอบพื้นที่สายพานลำเลียง เศษขยะ ฝุ่นละออง อาจจทำให้เครื่องจักรติดขัด

10. หากสายพานมีการติดขัด หรือหยุดทำงาน จะต้องปิดสวิทซ์ก่อนทำการแก้ไข ซ่้อมแซม ทุกครั้ง และควรนำระบบ log out tag out มาใช้งานด้วย

11. หากสงสัยว่ามีความผิดปกติใดๆเกิดขึ้น ให้แจ้งหัวหน้างานทันที

12. เฉพาะบุคคลที่ได้รับมอบหมายเท่านั้น ที่ดำเนินการเปลี่ยน log out tag out ได้

วันนี้อ่านข่าวในเว็บไซท์ของ CNN พบว่า เกาะลิบง จังหวัดตรัง ของประเทศไทย ถูกจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในชายหาดที่ดีที่สุดซึ่งเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมโดยในการจัดอันดับ ชายหาดส่วนใหญ่ที่ติดอันดับจะเป็นชายหาดที่การไปถึงค่อนข้างยาก (ถ้าไปง่าย มนุษย์ก็จะทำลายสิ่งแวดล้อมให้เสื่อมโทรมอย่างรวดเร็ว)

เกาะลิบง

รายละเอียดที่เขียนถึงเกาะลิบง ย่อๆมีดังนี้

ในขณะที่ชายหาดที่มีชื่อเสียงหลายแห่งในประเทศไทยกลายเป็นถังขยะจากการกระทำของนักท่องเที่ยว  จังหวัดตรังยังคงมุ่งมั่นที่จะพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนในเชิงอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

เกาะลิบง เป็นเกาะที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในจังหวัดตรัง ที่ได้รับการช่วยเหลือในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม จากกลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมชาวสวีเดน เกาะลิบงเป็นพื้นที่ที่มีประชากรไม่หนาแน่น มีนักท่องเที่ยวไปไม่มากนัก ทำให้ธรรมชาติยังคงสมบูรณ์ ณ ชายหาดสีทองออกไป ยังคงมีปู เต่า นก และพยูน

++

น่าดีใจนะครับ เมื่อไรที่มีการจัดอันดับชายหาด หรือทะเล ที่สวยที่สุดในโลก ประเทศไทยจะติดอันดับเสมอ เป็นสิ่งที่ยืนยันได้ว่าประเทศไทยยังคงเป็นประเทศที่งดงามในสายตาชาวต่างชาติ  อย่างไรก็ตามหากเราไปเที่ยวกันแล้ว ก็อย่าทำลายสิ่งแวดล้อมของสถานที่นั้นๆนะครับ อย่าให้ชายหาดประเทศไทยกลายเป็นถังขยะในสายตานักท่องเที่ยว

อุปสรรคการจัดการความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม

เป็นผลสำรวจของ The Economist Intelligence Unit ตั้งแต่ปี 2008 ที่ทำการสำรวจเรื่องการจัดการความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมของบริษัทต่างๆในอเมริกา

ขออนุญาตตัดเอา ผลสำรวจเรื่องปัจจัยที่เป็นอุปสรรคในการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมของบริษัทต่างๆ มาให้พิจารณากัน ดังนี้ ครับ

1. ขาดความจริงใจในการรับผิดชอบต่อปัญหาสิ่งแวดล้อม

2. ขาดการประสานงานที่ดีในการทำงานร่วมกัน

3. ค่าใช้จ่ายในการจัดการความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม

4. ความยากในการจัดทำมาตรฐานชี้วัดถึงการประสบความสำเร็จในการจัดการความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม

5. มีการเปลี่ยนแปลงกฏระเบียบบ่อย

6. แนวโน้มของปัญหาเกี่ยวข้องกับอารมณ์ ความรู้สึกมากเกินไป

7. ความรับผิดชอบที่ถูกซ่อนไว้ในห่วงโซ่อุปทาน(ระบบขององค์กรที่เกี่ยวข้อง ทุกอย่างในการทำให้สินค้าไปสู่มือลูกค้า)

8. ความซับซ้อนของห่วงโซ่อุปทาน / ความสัมพันธ์กับคู่ค้าทางธุรกิจ

9. ขาดการตระหนักต่อความรับผิดชอบของลูกจ้าง

10. การมอบหมายหน้าที่จากผู้บริหารระดับสูง

11. ขาดการตระหนักต่อกฏหมายลูกจ้าง

12. ความไม่แน่นอนของราคา คาร์บอน

ปล. แปลโดยใช้ตัวช่วยเป็น google translate เป็นหลัก ตรงไหนผิดช่วยบอกกันด้วยนะครับ

โรคไข้เลือดออก

ไข้เลือดออก

เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัส “เด็งกี่” มีเชื้อ 4 ชนิด เมื่อได้รับเชื้อชนิดใดแล้ว จะมีภูมิต้านทานชนิดนั้นไปตลอดชีวิต ดังนั้นเราจึงมีโอกาสเป็นไข้เลือดออดได้ 4 ครั้ง

ซึ่งไข้เลือดออกจะเป็นได้กับคนทุกเพศ ทุกวัย แต่ส่วนมากจะพบในกลุ่มเด็กวัยเรียน มากกว่าวัยอื่นๆ

โรคไข้เลือดออกมียุงลายเป็นพาหะนำเชื้อจากผู้ป่วยมาสู่คน ยุงลายพาหะที่สำคัญ ได้แก่ ยุงลายบ้าน อาศัยและวางไข่อยู่ในอาคารบ้านเรือนของประชาชน อีกชนิดได้แก่ ยุงลายสวน อาศัยและวางไข่รอบๆบ้าน ในสวนยางพารา สวนผลไม้

อาการของผู้ป่วยไข้เลือดออก

- ไข้สูงเกิน 38.5 องศาเซลเซียส

- ปวดศีรษะอย่างรุนแรง

- หน้าแดง ปวดกระบอกตา ปวดกล้ามเนื้อ

- คลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร

- อาจพบจุดเลือดตามผิวหนัง

สัญญาณอันตรายหลังไข้ลด

- ตัวเย็น มือเท้าเย็น เหงื่อออกมาก

- อ่อนเพลีย ซึม

- ปวดท้องกระทันหัน ถ้ากดบริเวณชายโครงด้านขวาจะรู้สึกเจ็บ

- ปัสสาวะน้อยลง

- มีเลือดกำเดาไหล อาเจียนเป็นเลือด ถ่ายดำ

ถ้ามีสัญญาณอันตรายของโรคไข้เลือดออกดังที่กล่าวมาข้างต้น ให้รีบนำส่งโรงพยาบาลโดยด่วน

หยุดไข้เลือดออก

อย่าให้ยุงเกิด
- ขัดล้างขอบภาชนะ

- ปิดฝาให้มิดชิด

- เปลี่ยนน้ำทุก 7 วัน

- ปล่อยปลากินลูกน้ำ

- ใส่ทรายกำจัดลูกน้ำ

- จัดเก็บวัสดุเหลือใช้ไม่ให้มีน้ำขัง

อย่าให้ยุงกัด

- ทายากันยุง

- นอนในมุ้ง

- จุดยากันยุง

- เปิดพัดลมไล่ยุง

- จัดห้องให้มีแสงสว่างเพียงพอ

ที่มาของข้อมูล : แผ่นพับของกลุ่มโรคติดต่อนำโดยแมลง สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 12 จังหวัดสงขลา