Archive for November, 2010

ผมไปเจอภาพวิธีการนำรถที่ล้อตกหลุมขึ้นมาจากหลุม เห็นว่ามีประโยชน์เลยนำมาลงให้เพื่อนๆได้ชมกันครับ

การนำรถขึ้นจากหลุม

สำหรับเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน ที่ปฏิบัติงานในไซท์งานก่อสร้างคงเจอปัญหารถตกหลุมแล้ววิ่งขึ้นไม่ได้กันมาบ้าง เนื่องจากงานก่อสร้างในช่วงเริ่มต้น สภาพพื้นที่ทำงานจะเป็นดินที่ทำการเปิดหน้าดินไว้ เมื่อเข้าหน้าฝนเมื่อไร ก็รับรองได้เลยว่าเละเทะไปหมด และเมื่อรถบรรทุกหรือรถเครนวิ่งเข้าไปในพื้นที่ ก็ทำให้ดินยุบ เกิดเป็นหลุมเล็กหลุมน้อย เ้ต็มไปหมด

หลุมพวกนี้เมื่อรถวิ่งเข้าไปในพื้นที่แล้วล้อตกลงไปในหลุม ก็จะวิ่งออกมาไม่ได้ การแก้ไขส่วนใหญ่ก็จะเอาท่อนไม้มาหนุนไว้ที่หน้าล้อซึ่งตกหลุม (หลักการเหมือนในภาพข้างบน เพียงแต่หลุมในไซท์งานที่เกิดจากดินยุบตัวไม่ได้ลึกแบบนี้ จึงไม่ได้ทำแบบในภาพ ) เพื่อให้ล้อรถไม่หมุนฟรี สามารถวิ่งขึ้นมาได้

หากยังขึ้นไม่ได้ก็ไม่น่าเป็นห่วง เพราะในไซท์งานก่อสร้างมีเครื่องจักรอื่นๆอีกเยอะ เช่น รถbackhoe  หรือ รถเครน เป็นต้น

แต่หากเป็นกรณีรถตกหลุมที่ค่อนข้างลึก ในสภาพพื้นที่ที่ไม่มีเครื่องจักร วิธีอย่างในภาพก็สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้นะครับ

รายละเอียดของข่าวคิดว่าหลายคนคงได้รับทราบกันแล้ว สำหรับเหตุการณ์ความสูญเสียครั้งใหญ่ของชาวเขมร ในงานเทศกาลลอยกระทง ที่เปลี่ยนความสุขในการเฉลิมฉลอง ไปเป็นความเศร้าของคนทั้งประเทศกัมพูชา

เหตุการณ์เกิดจากคนจำนวนมากแออัดอยู่บนสะพานและเมื่อมีผู้เป็นลมหมดสติล้มลงไป ก็ทำให้เกิดความแตกตื่นของผู้คนบนสะพาน มีการเบียดเสียดกัน ผู้ที่ทนไม่ไหวก็ล้มลงไป ทำให้โดนเหยียบ โดนทับ จนขาดอากาศหายใจ

เรื่องราวอุบัติเหตุจากการเบียดเสียดของฝูงชนแบบนี้เกิดขึ้นอยู่บ่อยๆ ที่ไม่นานมานี้ก็เช่น ในสนามฟุตบอลของประเทศเคนยา มีผู้เสียชีวิตหกศพ  , ในงานคอนเสิร์ตประเทศเยอรมัน เป็นต้น

สำหรับประเทศไทยเอง มีงานเฉลิมฉลองบ่อยครั้ง ต้องนำเรื่องนี้มาเป็นอุทาหรณ์สอนใจเอาไว้ด้วยนะครับ อย่าคิดว่าจะไม่เกิดกับประเทศไทย แล้วประมาท ไม่ป้องกัน

กัมพูชาเหยียบกันตาย

ไฟไหม้ฟูโจว

เกิดเหตุการณ์ไฟไหม้ในวันอาทิตย์ที่ 21 พฤศจิกายน 2553 เวลาประมาณ 21:50 น. ตามเวลาในประเทศจีน โดยไฟไหม้ครั้งนี้เกิดขึ้นที่ ฟูโจว ซึ่งตั้งอยู่ตอนใต้ของจีน ในจังหวัดฟูเจียน

ไฟได้เผาผลาญบ้านเรือนไปกว่า 14 หลังคาเรือน และเนื่องจากบ้านส่วนใหญ่ทำด้วยไหม้ ทำให้เวลาเพียงแค่ 1 ชม. บ้านทั้ง 14 หลังก็ถูกไฟไหม้จนหมด

ขณะนี้ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต และสาเหตุของเพลิงไหม้ ก็เชื่อว่ามาจากการทำอาหารของบ้านบางครอบครัว

ไฟไหม้ฟูเจียน2

จากเหตุการณ์คนงานเหมืองชิลีติดอยู่ใต้ดินซึ่งเป็นข่าวโด่งดังไปทั่วโลก ทำให้ประเทศจีนซึ่งเป็นอีกประเทศหนึ่งที่มีการทำเหมืองเยอะมาก และก็มักเกิดอุบัติเหตุกับคนงานในเหมืองบ่อยครั้ง หันกลับมามองตนเอง และประดิษฐ์แคปซูลหลบภัยขึ้นมาใช้งาน

แคปซูลหลบภัย

แคปซูลหลบภัยแบบเคลื่อนย้ายได้นี้ ประดิษฐ์โดยบริษัท Henan Zhong Ping Energy Chemical Group

ภายในแคปซูลหลบภัยนี้ ได้ติดตั้งระบบติดต่อสื่อสาร รวมถึงมีอาหาร น้ำดื่ม ออกซิเจน และอุปกรณ์ปฐมพยาบาล โดยแคปซูลนี้รองรับคนงานเหมือง 10 คน ต่อหนึ่งแคปซูล ทุกอย่างที่จัดเตรียมไว้จะทำให้ปลอดภัยอยู่ภายในเป็นเวลา 96 ชั่วโมง

แคปซูลหลบภัย2

ตามรายงานแจ้งว่ายอดผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุงานเหมืองของจีนในรอบปี ได้ลดลงจากประมาณ 7,000 คน เป็น 2631 คน

แคปซูลหลบภัย3

แคปซูลหลบภัย4

ความหมายของสารออกซิไดซ์ อ้างอิงจาก เว็บไซท์ระบบจัดการข้อมูลสารเคมี chemsafe.chula.ac.th เป็นดังนี้

ตัวอย่างอ๊อกซิไดซ์

สารออกซิไดซ์ หมายถึง สารที่ไม่ติดไฟแต่ให้ออกซิเจนซึ่งช่วยให้วัตถุอื่นเกิดการ ลุกไหม้ ตัวอย่างของสารกลุ่มนี้ได้แก่ แคลเซียมไฮโปคลอไรท์ และโซเดียมคลอเรต เป็นต้น

สำหรับการจัดเก็บสารออกซิไดซ์ ซึ่งเป็นสารที่ช่วยให้วัตถุอื่นเกิดการลุกไหม้หรือช่วยในการเผาสารที่ลุกไหม้ ควรเก็บแยกต่างหากจากสารประเภทอื่นหรือหากจำเป็นต้องเก็บในบริเวณเดียวกัน ควรเก็บห่างจากกันอย่างน้อย 10 เมตร

สำหรับป้ายเตือนความปลอดภัย สารออกซิไดซ์ เพื่อนๆสามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ ที่นี่

มีผู้เสียชีวิตแล้ว 49 คน จากเหตุการณ์ไฟไหม้อาคาร 28 ชั้น ซึ่งตั้งอยู่ที่สี่แยกระหว่างถนน Jiaozhou  และถนน Yuyao ในตำบลจิ้งอัน เซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน

โดยเพลิงได้ลุกไหม้ในวันจันทร์ที่ 15 พฤศจิกายน 2553 เวลาประมาณบ่าย 2 โมง ตามเวลาของเซี่ยงไฮ้

สำหรับสาเหตุการเกิดเพลิงใหม่ ยังอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ไฟไหม้ตึกในเซี่ยงไฮ้

ไฟไหม้ตึกในเซี่ยงไฮ้2

ไฟไหม้ตึกในเซี่ยงไฮ้3

ไฟไหม้ตึกในเซี่ยงไฮ้4

ไฟไหม้ตึกในเซี่ยงไฮ้6

ไฟไหม้ตึกในเซี่ยงไฮ้7

วันนี้ผมไปเจอเรื่องราวของบริษัทในต่างประเทศบริษัทหนึ่ง ซึ่งมีแนวคิดในการกระตุ้นจิตสำนึกของผู้ปฏิบัติงานในองค์กร ให้ตระหนักถึงความสำคัญของความปลอดภัยมากขึ้น ด้วยการจัดทำเป็นตู้ขายของอัตโนมัติขึ้นมาตู้หนึ่ง เป็นตู้จำลอง มีลักษณะหมือนกับตู้ขายน้ำอัตโนมัติในบ้านเรา

safety idea1

สิ่งที่แตกต่างจากตู้ขายของอัตโนมัติทั่วไป คือ ภายในของเจ้าตู้นี้ ไม่ได้บรรจุสินค้าโดยทั่วไปเอาไว้ แต่สิ่งที่บรรจุไว้ก็คือ อวัยวะเทียม ซึ่งเป็นชิ้นส่วนของร่างกาย

safety idea

แนวคิดนี้ต้องการสื่อให้ผู้ปฏิบัติงานเห็นว่า หากไม่ทำตามระเบียบความปลอดภัย ก็จะนำมาซึ่งอุบัติเหตุ ที่รุนแรงถึงขั้นเสียอวัยวะของร่างกายได้ และอวัยวะของร่างกาย ก็ไม่สามารถที่จะสร้างขึ้นมาใหม่ทดแทนให้ได้ สิ่งที่ทำได้คือใช้อวัยวะปลอม

ก็เป็นอีกหนึ่งไอเดียแปลกๆ ในการกระตุ้นจิตสำนึกด้านความปลอดภัย

อุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล จะถูกนำมาใช้ป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้นกับผู้ปฏิบัติงาน ในกรณีที่วิธีการป้องกันที่แหล่งกำเนิดอันตรายไม่สามารถกระทำได้ จึงต้องหันมาป้องกันที่ตัวบุคคลแทน ซึ่งการป้องกันที่ตัวบุคคลมีข้อเสียอยู่ที่ว่า นิสัยของคนแต่ละคนแตกต่างกัน ดังนั้นผู้ปฏิบัติงานบางคนก็ยินดีที่ได้ป้องกันตัวเอง แต่อีกหลายคนกลับมีความคิดที่ตรงกันข้าม คือ ไม่ชอบที่จะสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล

ผมเองเคยพบผู้ปฏิบัติงานหลายคน ซึ่งมีทัศนคติเชิงลบกับอุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคลอย่างมาก เขารู้สึกว่าอุปกรณ์ป้องกันอันตรายในการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นหมวกนิรภัย รองเท้านิรภัย แว่นตานิรภัย เข็มขัดนิรภัยกันตกจากที่สูง และอื่นๆ สร้างความอึดอัดและน่ารำคาญในการทำงาน เชื่อหรือไม่ครับว่า ถ้าไม่มีกฏระเบียบในหน่วยงานบังคับให้สวมเข็มขัดนิรภัยป้องกันการตกจากที่สูง หลายคนเลือกที่จะไม่ใส่ เพียงเพราะรู้สึกหนัก แต่ไม่ได้มองไปถึงอันตรายที่รุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตหากตกลงมา

บางคนถึงเดินสะดุดก้อนดินหกล้ม แล้วมาบอกผมว่าเป็นเพราะใส่รองเท้านิรภัย ทำให้เดินไม่ถนัด ก็มีเช่นกัน

การแก้ปัญหาให้พนักงานใช้อุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล คือ การสอนและแสดงให้เห็นถึงประโยชน์ของอุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล (ซึ่งส่วนใหญ่ก็รู้กันอยู่แล้ว) และ การกำหนดบทลงโทษหากละเลยการใช้อุปกรณ์ป้องกันอันตราย

แม้ว่าการลงโทษอาจจะดูเหมือนเป็นวิธีที่รุนแรง แต่เพื่อให้ความปลอดภัยเกิดขึ้น ก็จำเป็นต้องทำครับ

สำหรับบทความนี้ขอทิ้งท้ายด้วยภาพการใช้อุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคลที่สวมใส่ แต่ไม่ถูกต้องมาใช้ชมกันครับ

หมวกนิรภัย

การตรวจวัดอากาศ

จากภาพด้านบนที่ท่านเห็น เป็นการอธิบายหัวข้อของวันนี้ได้อย่างชัดเจนว่า เพราะเหตุในในการตรวจวัดอากาศในสถานที่อับอากาศ จำเป็นต้องตรวจให้ทั่วทั้งบริเวณที่ความสูงระดับต่างๆ ทั้งระดับล่าง ระดับ กลาง และระดับบน

สาเหตุเป็นเพราะว่าในชั้นบรรยากาศในที่อับอากาศ บางครั้งมีก๊าซที่เป็นอันตรายสะสมอยู่หลายประเภท ซึ่งก๊าซแต่ละประเภทก็มีน้ำหนักต่างกันเมื่อเทียบกับอากาศโดยทั่วไป  คือ  มีทั้งที่เบากว่าอากาศ  หนักเท่ากับอากาศทั่วไป  และหนักกว่าอากาศ

ก๊าซที่เบากว่าอากาศก็จะลอยอยู่ด้านบน  ส่วนที่หนักเท่ากับอากาศโดยทั่วไปนั้นก็จะลอยปะปนอยู่กับบรรยากาศทั่วไป และที่หนักกว่าอากาศก็จะลอยอยู่ด้านล่างในระดับต่ำ

ดังนั้นในการวัดอากาศก่อนเริ่มงานในที่อับอากาศต้องตรวจวัดให้ทั่วทั้งในระดับพื้น ระดับทั่วไป และระดับบน

ไฮโดรสตาติก เพรสเชอร์ เทส (Hydrostatic Pressure Test) หรือ ที่

มักเรียกกันย่อๆว่า ไฮโดร เทส

คือ การทดสอบสอบท่อ หรือถัง ด้วยแรงดันน้ำ เพื่อให้แน่ใจว่าท่อหรือถังที่นำไปติดตั้งเพื่อใช้งาน มีสภาพสมบูรณ์ ไม่มีรอยรั่ว สามารถรับแรงดันที่จะใช้ทำงานได้
โดยทั่วไปการทดสอบด้วยแรงดันน้ำ จะทดสอบด้วยแรงดันที่สูงกว่าแรงดันภายในท่อหรือถังที่ใช้งานจริง เช่นถ้าท่อหรือถังออกแบบมาเพื่อรับแรงดัน 1 กิโลกรัม/ตารางเซนติเมตร ก็อาจจะทดสอบแรงดันที่ 1.5 กิโลกรัม/ตารางเซนติเมตร เป็นต้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับมาตรฐาน และข้อกำหนด

เพรสเชอร์เทส

ไฮโดรสตาติก เทส เป็นอีกงานหนึ่งที่มีอันตรายสูงแรงดันน้ำที่ถูกอัดเข้าไปในถัง หรือ ท่อ สามารถทำให้ถังหรือท่อแตกได้ และหากมีการรั่วไหลของน้ำแรงดันสูงก็สามารถทำอันตรายกับผู้ที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงได้

การป้องกันอันตรายจากการทำไฮโดรสตาติก เพรสเชอร์ เทส ควรทำดังต่อไปนี้

การเตรียมพร้อมก่อนเริ่มทำไฮโดร เทส

1. เตรียมเอกสารของอุปกรณ์(ถัง หรือ ท่อ) ที่จะทดสอบแรงดันให้พร้อม เราต้องทราบอย่างชัดเจนว่า อุปกรณ์ที่จะทดสอบถูกออกแบบมาให้รับแรงดันได้เท่าไร และรับอุณหภูมิที่เท่าไร

2. ทราบถึงมาตรฐานในการทดสอบแรงดัน และอุณหภูมิ ว่าจะทำที่ระดับแรงดันและอุณหภูมิเท่าไร (อย่าทำเกินระดับมาตรฐานที่กำหนดไว้)

3. เตรียมเอกสารที่จำเป็นอื่นๆ เช่น แบบ drawing และอื่นๆ

4. แจ้งข่าวสารว่าจะมีการทดสอบแรงดันด้วยน้ำ ให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องทราบ อย่างน้อย 2 วันก่อน ก่อนทำงาน

5. ทำความเข้าใจในแผนงานที่จะทำไฮโดรเทส ให้เข้าใจตรงกัน ในกลุ่มผู้ปฏิบัติงาน

6. ตรวจสอบอุปกรณ์และเครื่องมือทั้งหมด ที่ใช้ในการทำไฮโดรเทส เพื่อให้แน่ใจว่ามีสภาพสมบูรณ์

7. เครื่องมือวัดแรงดัน จะต้องมีการปรับเทียบค่า ให้ถูกต้อง (Calibrate)

8. มาตรวัดความดันจะต้องมีความสามารถในการวัดแรงดันได้มากกว่าแรงดันที่จะทดสอบ อย่างน้อยควรมากกว่าแรงดันที่จะทดสอบสัก 50%

เกจวัดแรงดันน้ำ

9. มาตรวัดความดันน้ำ ต้องเป็นชนิด safety : Full safety pattern solid front blow out back

10.  มาตรวัดแรงดัน ต้องติดตั้งในตำแหน่งที่เหมาะสม สามารถอ่านค่าได้ง่าย ไม่มีอันตรายเพิ่มเติม (ไม่ใช่ไปติดในซอกหลืบ ที่ต้องมุด เข้าไปอ่านค่า)

11. อุปกรณ์ทั้งหมด เช่น วาล์ว หน้าแปลน ฟิตติ้ง และอื่นๆ(valve, fitting, hoses, flanges, blind plate)  จะต้องรับแรงดันได้มากกว่าที่จะทดสอบ

12. แยกระบบอุปกรณ์ และท่อ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการทำไฮโดร เทส

13. ตรวจสอบจุดระบายอากาศ (vent air) ว่าติดตั้งในตำแหน่งที่สูงพอในการระบายอะไรกาศ และก่อนทำไฮโดรเทส ต้องแน่ใจว่าจุดระบายอากาศใช้งานได้ไม่ได้ถูกบล็อก

14. ติดตั้งวาล์วระบายความดัน (Drain Valve) ในตำแหน่งที่ต่ำที่สุด เพื่อให้แน่ใจว่าในถังหรือท่อว่างเปล่าจริงๆ

15. ติดตั้ง Safety relief valve ตั้งค่าไว้ที่ 1.5 เท่า ของแรงดันสูงสุดที่อนุญาตในการทำงาน

16. Safety relief valve ผ่านการปรับเทียบแล้ว

17. กั้นพื้นที่ที่ทำการทดสอบไฮโดรเทส ติดป้ายสัญลักษณ์ความปลอดภัย ให้ทราบว่าเป็นบริการที่มีการทดสอบแรงดัน

กั้นพื้นที่

18. ห้ามผู้ไม่เกี่ยวข้องกับงานไฮโดร เทส เข้าไปในพื้นที่โดยเด็ดขาด

19. ถ้าเป็นไปได้ ให้ตรวจสอบจากระยะที่ไกล

20. แน่ใจว่าที่รองรับถังหรือท่อ(pire support – vessel) แข็งแรงเพียงพอ

21. ท่อสายยางทั้งหมดต้องต่อในแน่น

22. อุณหภูมิน้ำต้องมากกว่า 16 องศาเซเซียส หรือ 60ฟาเรนไฮน?

23. ปั๊มสำหรับไฮโดร เทส มีวาลว์ safety แล้ว

24. ผู้ปฏิบัติงานสวมอุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคลให้ครบถ้วน เหมาะสม (หมวก,แว่นตา ,รองเท้า ) หากขึ้นที่สูง ต้องมีเข็มขัดนิรภัยชนิดเต็มตัวด้วย

25.  ห้ามเริ่มทำไฮโดรสตาติก เทส หากทุกอย่างยังไม่พร้อมสมบูรณ์

26. ต้องมีใบอนุญาตทำงาน(work permit) และเซ็นอนุมัติโดยผู้มีอำนาจในหน่วยงาน

ระหว่างทำไฮโดร เทส

1.ไลอาศในถัง หรือ ในไลน์ท่อ ออกให้หมดด้วยน้ำ ทางช่อง vent

2. ดำเนินการเพิ่มแรงดัน อย่างช้าๆ

3. ทำเครื่องหมายในบริเวณที่รั่ว และซ่อมแซม ก่อนดำเนินการไฮโดรเทสต่อไป

4. ไม่ตรวจสอบโดยตรงในการทำการทดสอบแรงดันด้วยน้ำ( Hydrostatic Pressure Test) ด้วยการมองเข้าไปในส่วนที่เป็นกระจก

หลังจากเสร็จการทดสอบแรงดัน

1. เริ่มเปิด vent valve ช้าๆ

2. ห้ามเปิด Drain Valve ถ้า Vent valve ยังปิดอยู่ เพื่อหลีกเลี่ยงสูญญากาศในถัง

3. เปิดเดรน วาล์ว ในตำแหน่งที่ต่ำที่สุก เพื่อระบายน้ำออกให้หมด

4. แน่ใจว่าแรงดันทั้งหมดถูกระบายออกจากถัง หรือ ท่อ

++++

ทั้งหมดทุกข้อที่กล่าวมา สามารถนำไปทำเอกสารายการตรวจสอบได้ครับ เพื่อในแน่ใจว่างานทดสอบแรงดันด้วยน้ำ จะเป็นไปด้วยความปลอดภัยอย่างแท้จริง