Archive for November, 2010

จากตอนแรกในส่วนของ วิธีการจัดทำแผน เราได้ผ่านขั้นตอนของการวางนโยบายและเป้าหมายแล้ว ลำดับถัดมาที่ต้องทำ คือ

(3) สโลแกน หรือ คำขวัญ

เพื่อเสริมสร้างขวัญและกำลังใจให้กับพนักงานทุกๆคน หน่วยงานจึงควรมีสโลแกนซึ่งสื่อด้วยภาษาที่เรียบง่ายแต่แฝงไว้ด้วยความหมายที่ปลุกจิตสำนึกของการปฏิบัติตามแผนควบคุม

(4) หัวข้อปฏิบัติที่สำคัญ กับหัวข้อปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม

เริ่มจากทำความเข้าใจสภาพการณ์

A . จับประเด็นปัญหาที่ควรได้รับการแก้ไข
ด้วยเหตุที่หัวข้อปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมนั้น จะเป็นปัจจุยสำคัญที่นำไปสู่การบรรลุเป้าหมายโดยตั้งอยู่บนฐานของนโยบายพื้นฐาน จึงควรกำหนดหัวข้อที่สามารถหวังผลได้มากที่สุด

และเพื่อที่จะจัดทำแผนที่ดีสอดคล้องกับสภาพการณ์ที่แท้จริงของที่ทำงาน ควรทำความเข้าใจกับสภาพการณ์นั้นๆอย่างถ่องแท้พร้อมๆกับการสะท้อนความคิดเห็นของผู้เกี่ยวข้องให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

ซึ่งถ้าหากไม่สามารถทำความเข้าใจกับสภาพการณ์และสะท้อนความคิดเห็นของผู้เกี่ยวข้องได้ดีพอแล้ว จะก่อให้เกิดปัญหาต่อไปนี้ตามมา ซึ่งแผนที่ควบคุมได้จะมีข้อที่เปล่าประโยชน์มากมาย และยากแก่การดำเนินการให้มีประสิทธิผลด้วย

- มองข้ามปัญหาสำคัญซึ่งทำให้ไม่สามารถแก้ไขปรับปรุงถึงรากเหง้าของปัญหาได้
- จะกลายเป็นแผนซึ่งอยู่ในรูปของบทความ ไม่สามารถนำไปสู่การกำหนดทิศทางที่เหมาะสมกับที่ทำงานได้
- กลายเป็นแผนครอบจักรวาลซึ่งต้องมีจุดให้ควบคุมมากเกินความจำเป็น
- ไม่สามารถเป็นแรงจูงใจที่ดีพอ หน่วยงานต่างๆจึงไม่กระตือรือร้นที่จะปฏิบัติตาม

การทำความเข้าใจกับสภาพการณ์ของที่ทำงานหรือจุดปฏิบัติงานนั้น นอกจากจะสอบถามถึงปัญหาที่เผชิญอยู่จากผู้เกี่ยวข้องแล้ว ยังต้องทำการวิเคราะห์ถึงสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุและอุบัติภัย การตรวจตราความปลอดภัยที่กระทำเป็นกิจวัตร ตลอดจนความเป็นไปของกิจกรรมเสริมสร้างความปลอดภัยทุกรูปแบบ และผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงของแผนผลิตในปีต่อไปพร้อมๆกันไปด้วย ซึ่งหมายถึงว่าจะต้องทำรายการของปัญหาท่ควรแก้ไขจากทุกมุมมองสำหรับปีต่อไปขึ้นมา

B. จับประเด็นปัญหาที่ฝังรากลึก
ในเรื่องใดก็แล้วแต่หากมองเพียงสภาพการณ์ปัจจุบันแล้ว คงจะไม่สามารถดำเนินการแก้ไขชนิดถอนรากถอนโคนได้ ซึ่งก็หมายความว่ายังไม่ใช่มาตรการรับมือกับปัญหาอย่างถาวร
ฉะนั้น จึงควรจับประเด็นปัญหาที่ฝังรากลึกซึ่งควรได้รับการปรับปรุงแก้ไขขึ้นมาทีละประเด็น จากมุมมองของสภาพการณ์ปัจจุบัน แล้วตั้งคำถามว่า “เพราะอะไร” กับทุกๆปัญหานั้น
ประเด็นปัญหาที่ถูกยกขึ้นมานั้น ยกตัวอย่างเช่น “มักไม่มีการใช้ตาข่ายนิรภัยในการปฏิบัติงานในที่สูง” ซึ่งเป็นการกล่าวถึงสภาพการณ์ที่เป็นปัญหาอยู่ในขณะนั้น อันเป็นวิธีที่ใช้กันอยู่โดยทั่วไป ในที่สุดก็มักจะใช้วิธีแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ อย่างในกรณีนี้ก็คงจะเป็นการรณรงค์ให้ “พยายามใช้ตาข่ายนิรภัยอย่างเคร่งครัด” ซึ่งจะกลายเป็นการเชิญชวนที่ขาดน้ำหนัก และยากที่จะนำไปสู่การปฏิบัติอย่างจริงจังจนเห็นผล
เพราะฉะนั้น วิธีการแก้ปัญหาที่ถูกต้องจึงควรจะมองลึกลงไปถึงต้นเหตุหรือรากเหง้าของปัญหานั้นด้วยการตั้งคำถามว่า “เพราะอะไรจึงเป็นเช่นนั้น?”
คำถามที่จะค้นพบตามมาจึงอาจจะเป็นว่า “ยังมีจิตสำนึกต่อสิ่งนี้ไม่เพียงพอ” หรือ “ขาดการถูกอบรมให้รับรู้ถึงความจำเป็น” หรือ “ไม่มีจุดที่จะติดตั้งตาข่ายนิรภัย” เป็นต้น ซึ่งต้นตอของปัญหาอันสืบเนื่องมาจากวิธีการปฏิบัติงานหรือการควบคุมดูแลจะปรากฏเด่นชัดขึ้น ทำให้สามารถกำหนดมาตรการในการแก้ไขปรับปรุงได้อย่างเป็นรูปะรรม

สิ่งที่สำคัญ คือ เฟ้นหาประเด็นปัญหาที่สำคัญจากปัญหาที่ฝังรากลึกซึ่งได้หยิบยกกันขึ้นมา แล้วแก้ไขปรับปรุงไปทีละประเด็นตามลำดับ

C. กำหนดหัวข้อปฏิบัติที่สำคัญ กับ หัวข้อปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม
กำหนดมาตรการแก้ไขปรับปรุงอย่างเป็นรูปธรรมที่น่าจะมีประสิทธิผลมากที่สุดสำหรับแต่ละปัญหาที่ได้ถูกหยิบยกและคัดเลือกไว้แล้ว มาตรการการแก้ไขและปรับปรุงดังกล่าวจะเป็นหัวข้อปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมซึ่งจะต้องจัดแยกประเภทและกำหนดหัวข้ออีกทีหนึ่งเพื่อกำหนดเป็นหัวข้อปฏิบัติที่สำคัญเร่งด่วน

การนำเสนอหัวข้อทั้ง 2 ประเภทนี้ จะต้องเขียนขึ้นโดยแจกจแงรายละเอียดเป็นข้อๆด้วย ภาษาที่เข้าใจง่าย โดยอธิบายให้ละเอียดจนสามารถเห็นภาพได้อย่างชัดเจนว่าควรจะทำอะไรและอย่างไร

(5). แผนปฏิบัติการจริง

เพื่อไม่ให้แผนเป็นเพียงข้อความบนแผ่นกระดาษ เราจำเป็นต้องดำเนินการตามแผนนั้น แต่ถ้ามีเพียงการกำหนดหัวข้อที่ต้องปฏิบัติอย่างเป้นรูปธรรมเท่านั้น ก้คงไม่มีใครทราบได้ว่าควรจะปฏิบัติอย่างไรบ้างจึงจะเป้นการดำเนินการตามแผนอย่างเป้นรูปธรรม การลงมือปฏิบัติของหน่วยงานต่างๆ จึงดำเนินไปในทิศทางเดียวกันได้ยาก

เพราะฉะนั้นจึงจำเป้นอย่างยิ่งที่จะต้องวางกลยุทธ์เพื่อให้มีการปฏิบัติการตามแผนอย่างได้ผล สำหรับในแต่ละ “หัวข้อปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม” ที่กล่าวถึงมาตลอด โดยจัดทำเป็นแผนรายปีซึ่งระบุเป้าหมายที่จะปฏิบัติให้บรรลุผลในแต่ละเดือน

สำหรับแผนปฏิบัติการจริงนี้ อาจจะมีกรณีที่แจกแจงรายละเอียดของขั้นตอนดำเนินการสำหรับหัวข้อปฏิบัติที่ต้องเน้นความสำคัญแยกออกมาจากเอกสารแนบ แต่เชื่อว่าถ้าระบุรายละเอียดไว้ในแผนเลยก็จะประหยัดเวลาและดำเนินการได้ง่ายกว่า

5. แผนกิจกรรม

ควรจะต้องมีการจัดทำแผนกิจกรรมโดยรวมเป็นรายเดือน โดยยึดแผนควบคุมเพื่อความปลอดภัยและสุขอนามัยที่จัดทำไว้นั้นเป็นรากฐาน ซึ่งเป็นใบแทรกแนบอยู่ในแผน (ตัวอย่างแบบฟอร์มจะจัดให้โหลดในเว็บบอร์ดครับ)

กิจกรรมที่ว่านี้ส่วนใหญ่จะเป็นกิจกรรมที่ส่งผลกับพนักงานทั่วทั้งองค์กร ซึ่งจำเป็นต้องมีการเตรียมพร้อมเป็นอย่างดีจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรง อันได้แก่ การตรวจตราความปลอดภัยและสุขภาพอนามัย การประเมินสภาพแวดล้อมในการปฏิบัติงาน การเสนอผลงาน การจัดการแข่งขันกีฬา การตรวจสุขภาพ เป็นต้น โดยระบุไว้ให้เป็นแผนกิจกรรมที่กำหนดระยะเวลา วันเวลา และเนื้อหาของกิจกรรมให้ชัดเจน

ที่มา :  คู่มือการจัดทำแผนเพื่อควบคุมความปลอดภัยและสุขภาพอนามัย ของ ส.ส.ท.

1. หน่วยงานnี่จัดทำแผน
ต่อไปนี้จะขออธิบายถึงวีธีจัดทำแผนควบคุมเพื่อความปลอดภัยและสุขอนามัยโดยทั่วไปแบบเป็นรายปี

หน่วยงานที่จะจดัทำแผนดังกล่าว ย่อมจะแตกต่างไปตามขนาดของกิจการและสถานที่ปฏิบัติงาน สำหรับกิจการขนาดเล็กที่มีพนักงานประมาณ  100 – 200 คนนั้น ไม่จำเป็นต้องจัดทำแผนของแด่ละหน่วยงาน แต่น่าจะจัดทำแผนของทั้งบริษัทแล้วใช้ดำเนินการร่วมกันในทุกหน่วยงาน

ส่วนกิจการขนาดกลางซึ่งมีสำนักงานใหญ่เป็นสถานทีทำการเพึยงแห่งเดียว ซึ่งแบ่งย่อยออกเป็นจุดปฏิบัติงานทลายจุดและมีพนักงานอยู่หลายร้อยคนนั้น ควรจะใช้แผนของทั้งบริษัทเป็นหลักสำหรับสถานที่ทำการดังกล่าว    แล้วทำแผนสำหรับแต่ละจุดปฏิบัติงานที่เป็นรูปธรรมและเหมาะสมกับแต่ละจุดมากขึ้นโดยยึดแผนของทั้งบริษัทเป็นแนวทาง

และถ้าหากเป็นกิจการขนาดใหญ่ที่มีสถานที่ทำการหลายแห่ง ก็ควรจะต้องจัดทำแผนสำหรับของทั้งบริษัท และแผนสำหรับสถานที่ทำการแต่ละแห่ง และแผนสำหรับจุดปฏิบัติงานแต่ละจุดด้วย

ขนาด

หน่วยงานที่จัดทำแผน

สำนักงานใหญ่

สถานที่ทำการ

จุดปฏิบัติงาน

กิจการขนาดเล็ก

О

-

-

กิจการขนาดกลาง

О

-

О

กิจการขนาดใหญ่

О

О

О

2. ช่วงอายุของแผน

โดยหลักการพื้นฐานแล้ว แผนดังกล่าวควรมีการจัดทำขึ้นทุกปี

ส่วนช่วงอายุของแผนนั้น อาจจะเริ่มทำตั้งแต่เดือนมกราคมของทุกปีและไปหมดอายุเมื่อสิ้นเดือนธันวาคม โดยจัดทำแผนให้สอดคล้องกับนโยบายของบริษัทในแต่ละปี หรือจะเริ่มแผนใหม่ ณ ไตรมาศใดก็ได้โดยใช้แผนให้ครบปี แล้วแต่ว่ากิจการนั้นๆ มีจุดเริ่มต้นของนโยบาย หรือแผนทั่วไปใหม่ ณ เวลาใด

3. แบบแผน และ หัวข้อของการจัดทำแผน

เนื่องจากว่าการควบคุมเพื่อความปลอดภัยและการควบคุมสุขอนามัยในแต่ละหน่วยงานนั้น มักจะเป็นสิ่งที่เกี่ยวเนื่องสัมพันธ์กันเป็นส่วนใหญ่ ระยะหลังนี้กิจการและสถานที่ทำการได้รวมเอาแผนควบคุมเพื่อความปลอดภัยและสุขอนามัยเข้าด้วยกัน โดยจัดทำเป็นแผนควบคุมความปลอดภัยและสุขอนามัยเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

แผนควบคุมนี้ ไม่ว่าจะเป็นกิจการประเภทใด มีขนาดเท่าใด หรือหน่วยงานใดเป็นผู้จัดทำแผนก็ตาม โดยทั่วไปแล้วมักจะใช้แบบแผนซึ่งจะระบุ นโยบายพื้นฐาน ,เป้าหมาย ,สโลแกน หรือ คำขวัญ ,หัวข้อปฏิบัติที่สำคัญ ,หัวข้อปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม และแผนที่ปฏิบัติการจริงเอาไว้

ท่านสามารภดาวน์โหลดตัวอย่างแบบฟอร์ม ได้ที่  http://forums.thaisafetywork.com/index.php?topic=1367.msg4829

4. วิธีการจัดทำแผน

(1) นโยบายพื้นฐาน

นโยบายพื้นฐานของบริษัทหรือองค์กร ถือเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะเป็นตัวบ่งชี้ถึงท่าทีที่มีต่อการป้องกันอุบัติเหตุจากการปฏิบัติงานของผู้บริหารระดับสูง และเป็นรากฐานของนโยบายโดยรวม
นอกจากจะต้องระบุถึงลำดับความสำคัญของความปลอดภัยและสุขอนามัย ตลอดจนทิศทางอย่างเป็นรูปธรรมของการควบคุมความปลอดภัยและสุขอนามัยในแง่ของการบริหารงานแล้ว  ยังจำเป็นต้องระบุถึงเจตนาที่ชัดเจนของผู้บริหารระดับสูงด้วย

นโยบายพื้นฐานนี้ไม่วา่จะถูกนำเสนอในรูปของบทความหรือหัวข้อก็ตามแต่ ควรนำเสนอด้วยภาษาที่เรียบง่าย เข้าใจง่าย

(2) เป้าหมาย

ต้องกำหนดเป้าหมายอย่างเป็นรูปธรรมที่ต้องการจะบรรลุให้ถึงในปีต่อไปจากการดำเนินการตามแผนควบคุมดังกล่าว

เป้าหมายดังกล่าวนี้ ควรระบุเป็นตัวเลข เพื่องบ่งชี้ถึงเป้าหมายของการควบคุมเพื่อความปลอดภัยควบคู่กับการควบคุมสุขอนามัยและสุขภาพอย่างเป็นรูปธรรม

ความปลอดภัยที่กล่าวถึงนี้ ครอบคลุมถึงอัตราของจำนวนครั้งและจำนวนรายของอุบัติเหตุ จำนวนวันและเวลาของการบรรลุเป้าหมายของสถิติการเกิดอุบัติเหตุที่เป็นศุนย์ จนถึงจำนวนรายของการรายงานจากฝ่ายที่รับฟังปัญหาและจำนวนรายที่แล้วเสร็จของการวางมาตรฐานการปฏิบัติงาน

ส่วนสุขอนามัยที่ต้องควบคุมนั้น จะครอบคลุมตั้งแต่อัตราและจำนวนของการลาป่วยเพราะโรคระบาดไปจนถึงเป้าหมายของการสร้างสภาพแวดล้อมของการปฏิบัติงานและการควบคุมสุขภาพของพนักงาน

ถ้าหากแผนนั้นครอบคลุมถึงความปลอดภัยในการคมนาคมด้วยแล้ว ก็จะต้องระบุถึงจำนวนรายของอุบัติเหตุและอุบัติภัยที่เกิดจากการคมนาคมด้วย

อย่างไรก็ตาม ควรมีทัศนคติที่ว่า หากตั้งใจจริงและพยายามให้เต้มที่แล้ว ย่อมจะบรรลุเป้าหมาย

แต่ว่ามาในระยะหลังนี้ เนื่องจากมีทัศนคติที่เหนียวแน่นว่า ไม่ควรมีการก่อให้เกิดอุบัติเหตุกับพนีกงานเลยแม้แต่คนเดียว การระบุถึงอัตราที่ลดลงของจำนวนรายของการเกิดอุบัติเหตุในการกำหนดเป้าหมายจึงลดลง และหันมาเน้นที่เป้าหมายให้ “อุบัตเหตุร้ายแรงเป้นศูนย์” หรือ”อุบัติภัยที่ก่อให้เกิดการหยุดพักงานเป็นศูนย์” เพิ่มมากขึ้น

เพราะอุบัติภัยที่ก่อให้เกิดการหยุดพักงานนั้น ในกรณีที่ตั้งเป้าหมายไว้ว่าจะพยายามให้ลดลงจาก 5 ราย เหลือ 3 ราย ซึ่งถึงแม้ว่าผลจากความตั้งใจจริงของทุกฝ่ายจะสามารถทำให้ลดลงจนเหลือเพียง 2 รายก็ตาม แต่ทรัพยากรบุคคลดังกล่าวไม่มีใครสามารถทดแทนใครได้ ในเมื่อมีพนักงานต้องประสบกับอุบัติเหตุจากการทำงานถึง 2 คน แม้จะน่าชมเชยในความพยายามที่สามารถบรรลุเป้าหมายได้ แต่ก็ยังไม่ใช่สิ่งที่น่ายินดีแต่อย่างใด

+++++++

วันนี้ขอจบแค่นี้ก่อนนะครับ ติดตามอ่านต่อได้ในตอนที่ 2

จากเหตุการณ์อุบัติเหตุรถตู้ตกจากทางด่วนพระราม 6  เมื่ออ่านข่าว ทำให้ทราบว่าที่ตรงนั้นเคยเกิดอุบัติเหตุขึ้นมาแล้ว ซึ่งในข่าวรายงานไว้ว่า ที่ตรงนั้นเกิดอุบัติเหตุบ่อยเพราะเป็นช่วงกระชั้นชิดที่ป้ายบอกทางระบุไว้ ทำให้คนขับรถซึ่งขับรถมาด้วยความเร็วและไม่คุ้นเคยกับเส้นทางตัดสินใจเบี่ยงลงถนนพระราม 6 ไม่ทันก่อนเสียหลักประสบอุบัติเหตุ โดยที่ตรงนี้เคยเกิดเหตุรถตู้ตกทางด่วนมาแล้ว เมื่อ มกราคม ปีนี้เอง

โดยความเป็นจริงแล้ว ผู้ที่เกี่ยวข้องและรับผิดชอบ ควรดำเนินการป้องกันเพิ่มเติม อย่าเพียงแต่กล่าวโทษไปที่คนขับรถว่าประมาท แล้วไม่ได้ทำอะไรเลย

นอกจากนั้น เหตุการณ์รถตู้ตกทางด่วนก็ควรนำไปเป็นกรณีศึกษา และป้องกันในบริเวณอื่นที่มีลักษณะคล้ายกันด้วย

ตอนนี้การติดต่อสื่อสารค่อนข้างลำบาก ทวิตเตอร์เป็นอีกช่องทางที่มีประโยชน์ แม้ว่าจะมีการตอบกลับน้อย แต่ก็ดีกว่าไม่ทำอะไรครับ

ผมเชื่อว่ามีหลายคนที่ต้องการความช่วยเหลือด่วน เช่น คนแก่  คนที่เจ็บป่วยอยู่แล้ว  คนที่เจอสถานการณ์น้ำท่วมสูงโดยที่บ้านมีระดับต่ำ  ผู้หญิงตั้งครรภ์ เป็นต้น

วิธีทวิตเตอร์แจ้งขอความช่วยเหลือ และรายงานเรื่องน้ำท่วมในหาดใหญ่

ตอนนี้ Tag ที่ใช้ คือ #twitHY #thaiflood    #HYFlood  #HDYflood  #SouthFlood

วิธีการคือ ถ้าคุณมีบัญชี twitter อยู่แล้ว ให้โพสข้อความโดยใส่ tag เหล่านี้ต่อท้ายครับ เหมือนในภาพ

ทวิตเตอร์แจ้งเหตุน้ำท่วม

นอกจากนี้ให้ Follow หน่วยงานต่างๆด้วยครับ เช่น
@floodcenter ศูนย์ประสานการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบอุทกภัย National Flood Relief Coordination Center
สำหรับเบอร์โทรศัพท์ฉุกเฉิน ตามนี้เลยครับ

  • คุณสุรชาติ 081-896-8657 ปลัดเทศบาลนครหาดใหญ่
  • สวท. สงขลา 089-739-9257 และ 084-119-5454
  • วิทยุ มอ. FM88 074-585777 และ 074-585888
  • เยาวรัตน์ 087-287-8713 กลุ่มนักศึกษา มอ. อาสาฯ
  • มูลนิธิกู้ชีพพะตงเทิดธรรม 074-291185 และ 074-471699
  • นายกสมาคมกู้ชีพบ้านพรุ นายชูศักดิ์ ศุกยะเลิศ 089-658-9763
  • กู้ภัยมิตรภาพสามัคคี 074-350955
  • ปภ. หาดใหญ่ 074–200000, 200007 หรือ สายด่วน 1559
  • ศูนย์นเรนทร สงขลา 1669
  • ศูนย์ อปพร.ย่อยคอหงส์ 081-8981749
  • เทศบาลเมืองคอหงส์ 074-280004
  • ความถี่วิทยุข่าย มอ. 144.225 MHz ( HS9ZE ทำหน้าที่แม่ข่าย)
  • ชมรมวิทยุสมัครเล่นสงขลา HS9AS ความถี่ 145.675 MHz ฟังทางเน็ต http://bit.ly/aD18rQ

ท่านใดมีช่องทางติดต่อที่สะดวกช่วยแนะนำกันมาด้วยนะครับ บางพื้นที่ในหาดใหญ่โทรศัพท์มือถือก็ใช้ไม่ได้ ขาดๆหายๆ วิธีที่ดีคือส่งข้อความ sms ติดต่อสื่อสารกัน เมื่อติดต่อกันได้แล้ว ให้ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ที่สื่อสารได้ มีอินเตอร์เน็ตช่วยเหลือในการส่งข่าวสารไปยังหน่วยงานต่างๆด้วยครับ

ในรอบปีนี้ทั่วโลกมีภัยพิบัติเกิดขึ้นมากมายจริงๆ เป็นภัยพิบัติโดยธรรมชาติ ไม่ว่าจะความแห้งแล้ง แผ่นดินไหว สึนามิ น้ำท่วม แผ่นดินยุบ

ประเทศไทยเราเพิ่งเมื่อต้นปี ที่ภาคอีสานยังแห้งแล้ง จนแม่น้ำโขงแห้งเหือด แต่ตอนนี้กลับต้องผจญกับเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่ สร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้านทุกครัวเรือนในภาคอีสาน และภาคกลางบางจังหวัดอย่างมาก

สำหรับวันนี้ภาคใต้ ที่ จังหวัดสงขลา ก็เกิดเหตุการณ์น้ำท่วมขึ้นอีก เป็นผลจากพายุดีเปรสชั่น ส่งผลให้มีฝนตกหนักตลอด ยังไงก็อยากฝากทุกคนให้เตรียมพร้อมรับมือกับน้ำท่วมไว้ด้วยครับ

ไปอ่านรายละเอียดการเตรียมการป้องกันน้ำท่วมได้ที่ วิธีรับมือน้ำท่วม

เตือนภัยธงเหลือง

ทั้งนี้หากเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมและต้องการความช่วยเหลือให้ติดต่อที่ศูนย์อำนวยการและบรรเทาอุทกภัยได้ตามรายละเอียดข้างล่างข้อความนี้เลยนะครับ

1. ศูนย์อำนวยการป้องกันและบรรเทาอุกทกภัย เทศบาลนครหาดใหญ่ (ห้องประชุมสภาเทศบาล
นครหาดใหญ่) หมายเลขโทรศัพท์ 074-200006 , 074-200000
2. ศูนย์อำนวยการย่อย เขต 1 โรงเรียนเทศบาล 3 (โศภณพิทยาคุณานุสรณ์)
หมายเลขโทรศัพท์ 074-211599
3. ศูนย์อำนวยการย่อย เขต 2 บ้านพักพนักงานครู เทศบาลนครหาดใหญ่
หมายเลขโทรศัพท์ 074-239978
4. ศูนย์อำนวยการย่อย เขต 3 โรงเรียนเทศบาล 4 (วัดคลองเรียน)
หมายเลขโทรศัพท์ 074- 245992
5. ศูนย์อำนวยการย่อย เขต 4 โรงเรียนเทศบาล 2 (บ้านหาดใหญ่)
หมายเลขโทรศัพท์ 074 -252324

โดย ศูนย์อำนวยการป้องกันและบรรเทาอุทกภัยทุกศูนย์จะเปิดรับให้ความช่วยเหลือ ตลอด 24 ชั่วโมง และสามารถแจ้งเหตุขอความช่วยเหลือได้เพิ่มเติมที่ สายด่วนกุญชร 1559 เทศบาลนครหาดใหญ่

น้ำจะล้นละ