Archive for January, 2011

เฮี๊ยบ – Hiab เป็นเครนไฮดรอลิคชนิดพับ (Knuck Boom Crane) ทำงานด้วยระบบแรงดัน น้ำมัน ไฮโดรลิค ซึ่งเป็นเครนที่นิยมใช้ติดบนรถบรรทุก ใช้ในงานขนส่ง ขนย้ายทั่วไป เครน Hiab มีถิ่นกำเนิดจากประเทศสวีเดน ประมาณกลางปี ค.ศ. 1947

Knuckle_Boom_Crane

ปัจจุบันเครน เฮี๊ยบ ได้พัฒนา เป็นเครนที่สามารถพับเก็บได้ มีประสิทธิภาพในการยกน้ำหนักได้สูงเมื่อเทียบกับน้ำหนักของตัวเครน มีขนาดกระทัดรัด ใช้พื้นที่ในการติดตั้งน้อย ช่วยเพิ่มเนื้อที่ส่วนที่จะใช้บรรทุกได้มากขึ้น

workhigh

อันตรายจากของตกลงมาจากข้างบนสูงๆ เท่าที่ผ่านมาจะมีความรุนแรงจากน้อยไปหามาก ในบางรายอาจถึงชีวิต ฉะนั้นใครก้ตามที่รู้ตัวว่าทำงานในที่เสี่ยงภัยจากของตกด้วยแรงดึงดูดของโลก หรือกระเด็นมาจากที่อื่น ควรจะหามาตรการป้องกันเสียแต่เนิ่นๆ  เช่น ย้ายสถานที่ทำงานไปยังที่ใหม่ที่พ้นจากรัศมีของอันตรายที่ว่านี้ หรือรีบแจ้งให้ผู้บังคับบัญชาโดยตรงทราบโดยด่วนถึงสถานการณ์ปัจจุบันที่เป็นอยู่ แต่ถ้าจำเป็นต้องทำงานอยู่ต่อไปควรสวมหมวกแข็งหรือหมวกนิรภัย สวมแว่นนิรภัย รองเท้าหัวโลหะ ตลอดจนสวมเสื้อผ้าและอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยประจำกายอย่างอื่นที่เหมาะสม และนอกจากนี้ควรมีข้อควรระวังเพิ่มเติมถึงสภาพการณ์ที่ไม่ปลอดภัยต่างๆ ที่อยู่เหนือศีรษะ วิธีการดังที่กล่าวมานี้เท่านั้นที่จะช่วยให้เราปลอดภัย หรือหลีกเลี่ยงอันตรายต่อสิ่งของที่กระเด็นมาถูก หรือตกลงมาจากที่สูง

ตัวอย่างเช่น ถ้าเราอยู่ ณ บริเวณที่มีการทำงานเหนือศีรษะ เราต้องแน่ใจว่าปลอดภัยแม้ว่าจะมีสิ่งของตกลงมาจากข้างบน จงจำไว้ว่าแม้แต่สิ่งของที่วางอยู่เฉยๆ ก็อาจตกลงมาได้ด้วยความสั่นสะเทือนของพื้นที่ที่รองรับสิ่งของนั้น

อีกตัวอย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นได้ทั่วไปก็คือ การอยู่ภายในบริเวณที่มีการยกของด้วยเชือก หรือลวดสลิง ถ้าท่านเป็นผู้จับ-เกาะเกี่ยวตะขอที่ยกน้ำหนักด้วยโซ่หรือสลิง จงตรวจสอบดูว่ามันเข้าที่และได้ศูนย์ของการทรงตัว ไม่หลุดหลวม ไม่แกว่งไปมา และก่อนที่จะส่งสัญญาณให้ผู้ควบคุมเครื่องทำการยก จะต้องเอามือออกให้พ้นอันตรายที่จะถูกบีบ หรือถูกหนีบภายหลังจากการเริ่มยกสิ่งของนั้น  ควรตรวจสอบพิกัดอย่าให้มีการยกของเกินอัตราที่กำหนดไว้ หากมีข้อสงสัยประการใดควรปรึกษาผู้บังคับบัญชา หรือตรวจสอบกับผู้เกี่ยวข้องโดยตรง

การยกของด้วยลวดสลิงควรทดสอบทุกครั้งด้วยการยกขึ้นเตี้ยๆ และหยุดเสียก่อนสักครึ่งเมตร แล้วจึงค่อยยกต่อไปจนเสร็จ ถ้าจำเป็นจะต้องใช้มือจับสิ่งของที่ยกเพื่อกำหนดทิศทาง หรือขยับให้ตรงตามต้องการควรใช้เชือกผูกอีกต่อหนึ่ง และต้องไม่ปล่อยให้ของที่ยกอยู่เหนือศีรษะ

cranetagline

ทุกครั้งที่ยกของด้วยลวดสลิง เป็นการยากที่จะบังคับไม่ให้แกว่งไปมา จึงควรจะต้องคอยจับตาดูการแกว่งและถอยห่างออกไป ในระยะที่ปลอดภัย เพราะการแกว่งดังกล่าวอาจทำให้คนที่อยู่ใกล้ ถูกอัดหรือบีบระหว่างสิ่งของที่ยกกับสิ่งของที่อยู่กับที่ เช่น เสาหรือกำแพง ได้ง่าย และขอย้ำอีกทีว่า การสวมหมวกแข็ง แว่นนิรภัย รองเท้าหัวเหล็ก และเครื่องสวมใส่ป้องกันอันตรายต่อร่างกายเป็นสิ่งสำคัญยิ่งในเรื่องนี้

ผู้ทำงานอยู่ข้างบน

ถ้าท่านเป็นผู้หนึ่งที่ต้องทำงานอยู่ข้างบน ในกรณีนี้ท่านจะต้องมีหน้าที่รับผิดชอบอยู่ 2 ประการ คือ ประการที่หนึ่งรับผิดชอบในงานที่ทำอยู่ ไม่ว่าจะเป็นการปฏิบัติต่อเครื่องมือ หรือวัสดุสิ่งของที่เกี่ยวข้องกับงานนั้นๆ และความรับผิดชอบประการที่สอง คือ ต้องคอยรำลึกถึง และส่งสัญญาณคนที่อยู่ข้างล่าง

ถ้าท่านมีหน้าที่ควบคุม หรือ บังคับอุปกรณ์ยกของด้วยลวดสลิง จะต้องคำนึงถึงความปลอดภัยอยู่ตลอดเวลา เช่น อุปกรณ์ยกของดังกล่าวอยู่ในสภาพที่ดี และคอยดูสัญญาณจากผู้ที่เกี่ยวข้องที่ชัดเจนอย่างระมัดระวัง อย่าด่วนหรือรีบยกของถ้าสังเกตุว่ายังมีคนยืนอยู่ข้างล่าง ปราศจากอุปกรณ์คุ้มครองร่างกาย หรือมีบุคคลภายนอก ตลอดจนยังมีปัญหาใดๆเกี่ยวกับอุปกรณ์ที่ยังไม่พร้อมที่จะผูกหรือมัดสิ่งของหรือน้ำหนักที่จะทำการยก

แม้จะเป็นงานที่ทำอยู่ประจำก็มีโอกาสเสี่ยงต่อการบาดเจ็บ หรือมีอันตรายได้ เช่น เวลาขึ้นไปเปลี่ยนหลอดไฟก็ควรให้สัญญาณ หรือมีป้ายเตือนคนข้างล่างให้เห็นอย่างชัดเจน ถ้าไม่แน่ใจอาจต้องมีรั้วกั้นหรือใช้เชือกขึงรอบๆบริเวณ ไม่ให้ผู้อื่นเข้าไปโดยไม่รู้ตัว

baricadearea

ไม่ว่าท่านจะทำงานอยู่สูงๆ เช่น ตอนบนของบันได ระเบียงหรือมุข พื้นที่ชั้นบน นั่งร้าน ถังน้ำมัน จะต้องพยายามดูแลเครื่องมือ เครื่องใช้ อยู่ในที่ที่ปลอดภัย ไม่หมิ่นเหม่ต่อการกลิ้งลื่น หรือหล่นลงมาถูกคนข้างล่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าสิ่งของดังกล่าววางอยู่ในพื้นที่ที่เอียง หรือลาดชัน  หรือโค้ง ต้องคำนึงอยู่เสมอถึงโอกาสที่ของเหล่านี้จะตกลงมาข้างล่างด้วยความสั้นสะเทือน

ในระหว่างปฏิบัติงานอยู่ข้างบนจะต้องจับเครื่องมือให้แน่น อย่าทิ้งหรือวางเรี่ยราดบนพื้น เพราะอาจมีใครเตะหรือสะดุด ตกลงมาถูกคนข้างล่างได้ หรือเก็บเครื่องมือในหีบหรือกล่องที่จัดไว้โดยเฉพาะ และวางไว้ในที่ผูกหรือยึดไว้โดยแน่นหนา ไม่ตกลงมาข้างล่างได้ง่าย

ที่มา : วิศกรรมความปลอดภัย  กระจ่าง ทิวะศะศิธร์

ป้องกันไฟไหม้บ้าน

1. ตรวจสอบระบบไฟฟ้าอยู่เสมอ ไม่ควรใช้กระแสไฟฟ้าเกินกว่าขนาดของสายไฟฟ้า หากมีร่องรอยความร้อนสูงผิดปกติที่อุปกรณ์ใด ควรรีบแก้ไขอุปกรณ์ที่ชำรุด หรือ หมดอายุ

2. อุปกรณ์ไฟฟ้าทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็น ตู้เย็น เครื่องปรับอากาศ เครื่องซักผ้า เครื่องอบผ้า เตาไฟฟ้า พัทลม วิทยุ และโทรทัศน์ ควรคำนึงถึงความร้อนที่จะเกิดขึ้นระหว่างการทำงาน ควรจัดให้มีการถ่ายเท และระบายความร้อนได้อย่างสะดวก และอย่าให้เกิดการสะสมของคราบน้ำมัน หยากใย่ เศษขยะมูลฝอย อันเป็นเชื้อเพลิงที่ง่ายแก่การลุกไหม้ บริเวณเครื่องใช้ไฟฟ้าดังกล่าว ควรศึกษาคู้มือการใช้งานของเครื่องใช้ดังกล่าวให้เข้าใจอย่างถูกต้อง

3. จัดให้มีอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัย เช่น เครื่องตรวจสอบควันไฟ (Smoke Detector)  เครื่องตรวจสอบความร้อน (Heat Detector) และถังดับเพลิง ประจำไว้ในบ้าน และฝึกให้ทุกคนมีความสามารถใช้งานได้อย่างถูกต้อง

4. ควรจัดให้มีที่เขี่ยบุหรี่ในทุกๆสถานที่ที่มีการสูบบุหรี่ เพื่อป้องกันการทิ้งก้นบุหรี่ ลงไปในที่ที่จะเกิดอันตราย เช่น ในห้องรับแขก ห้องน้ำ ห้องนอน เป็นต้น

5. ควรฝึกฝนให้สมาชิกทุกคนของครอบครัว มีสัญชาติญาณความปลอดภัย เ้ช่น สามารถทราบว่าแก๊สรั่วไหลหากได้กลิ่น และรู้ว่าควรปฏิบัติอย่างไรเพื่อให้ไม่เกิดอันตราย