Archive for February, 2011

อันตรายที่เกิดขึ้นเนื่องจากการทำงานกับเครื่องจักร มักปรากฏขึ้นในสถานประกอบการต่างๆอยู่เสมอ จากสถิติการประสบอันตรายจากการทำงานของสำนักกองทุนเงินทดแทน ปี พ.ศ. 2549 พบว่ามีคนงานที่ประสบอุบัติเหตุขณะทำงาน โดยถูกเครื่องจักร ชน กระแทก หนีบ หรือดึง เป็นจำนวนถึง 26,955 ราย หรือคิดเป็นร้อยละ 13.20 ของจำนวนผู้ประสบอันตรายทั้งหมด 204,257 ราย สาเหตุของอันตรายที่เกิดขึ้นมักเกิดจากเครื่องจักรชำรุด เครื่องจักรมีสภาพที่ไม่ปลอดภัย รวมถึงความประมาทของผู้ทำงานกับเครื่องจักร จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องหาวิธีการป้องกันอันตรายมิให้เกิดขึ้นได้ และการป้องกันที่ได้ผลวิธีหนึ่ง คือ การติดตั้งเซฟการ์ด หรือ ฝาครอบเครื่องจักรที่เหมาะสมที่เครื่องจักร ณ จุดที่ก่อให้เกิดอันตรายได้ รวมถึงการแขวนป้ายเตือน ป้ายห้ามเดินเครื่องจักรในระหว่างการซ่อมบำรุง

เซฟการ์ด

ลักษณะของเครื่องจักรที่ต้องใช้เซฟการ์ด

แบ่งได้เป็น 3 ประเภทใหญ่ๆ คือ

1. เครื่องส่งถ่ายกำลัง ได้แก่ เพลา สายพาน โซ่ กระเดื่อง เฟือง ปุลเล่ เกียร์ อันตรายที่เกิดกับคนงานส่วนใหญ่จะอยู่ในลักษณะถูกชน กระแทก หนีบ รั้งเข้าไป ทำให้สูญเสียอวัยวะ เช่น มือ แขน เท้า ขา ใบหน้า ศีรษะ ผิวหนัง เป็นต้น ทำให้คนงานพิการหรือเสียชีวิต

2. เครื่องจักรซ่อมบำรุง ได้แก่ เครื่องกลึง เครื่องกัด เครื่องไส เครื่องเจาะ เครื่องเจียร ลักษณะของอันตรายมักอยู่ในรูปแบบของอุบัติเหตุที่เกิดแก่ นิ้งมือ แขน เท้า ใบหน้า ลำตัว ศรีษะ และผิวหนัง และมักเกิดแก่คนที่ทำงานกับเครื่องจักรนั้นโดยตรง

3. เครื่องจักรในกระบวนการผลิต ได้แก่ สายพานลำเลียงวัสดุ เครื่องปั๊มโลหะ ปั้นจั่นยกเคลื่อนย้ายวัสดุ เครื่องเป่า ฉีด หรือ เครื่องจักรขึ้นรูปโลหะ/อโลหะต่างๆ อันตรายที่เกิดแก่คนงานเกิดจาดวัสดุกระเด็น วัสดุมีคมบาดมือ เท้า หรือเครื่องจักรหนีบ ฉุดดึงมือ/เสื้อผ้า เข้าไป

ทำไมจึงต้องใช้เซฟการ์ด

- เพื่อป้องกันไม่ให้คนสัมผัสส่วนที่เคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลาของเครื่องจักร เช่น เกียร์ ปุลเล่ สายพาน เฟือง ใบมีดตัด ฯลฯ

- ป้องกันไม่ให้คนสัมผัส กับลักษณะงานที่เป็นอันตรายมาก เช่น ป้องกันการกระเด็นของวัตถมาโดนดวงตา ใบหน้า ป้องกันถูกเลื่อยตัด

- ป้องกันอันตรายที่เกิดจากการชำรุดของเครื่องจักร เนื่องจากเครื่องจักรขาดการบำรุงรักษา ใช้ผิดวัตถุประสงค์ หรือใช้เครื่องจักรเกินกำลัง เป็นเหตุให้เกิดอันตรายต่อผู้ใช้เครื่องจักรนั้น

- ป้องกันการเกิดเพลิงไหม้ หรือป้องกันอันตรายจากไฟฟ้า เนื่องจากระบบไฟฟ้าชำรุด หรือต่อไว้ไม่ถูกต้อง

- ป้องกันอันตรายเนื่องจากความบกพร่องของจัวผู้ใช้เอง เช่น ง่วง เหนื่อย เมื่อยล้า เจ็บป่วย เป็นต้น

เซฟการ์ด2

ลักษณะของเซฟการ์ดที่ดี

- ได้รับการออกแบบถูกต้องตามมาตรฐาน สามารถประกอบกับเครื่องจักรได้เหมาะสม ส่วนใหญ่ติดตั้งมาพร้อมกับเครื่องจักร

- สามารถป้องกันอันตรายได้มากที่สุด และทั่วบริเวณการทำงานของคนงาน

- เซฟการ์ดที่ติดตั้งจะต้องไม่รบกวนขัดขวางการทำงานจนทำให้ประสิทธิภาพการทำงานลดลง หรือเกิดความไม่สะดวกสบายต่อผู้ใช้เครื่องจักร

- มีความเหมาะสมกับงานหรือเครื่องจักรนั้นโดยเฉพาะ สะดวกต่อการปรับแต่ง การตรวจสอบ การบำรุงรักษา และซ่อมแซม

- ต้องทนทานต่อการกัดกร่อน ของ กรด ด่าง

- วัสดุที่ใช้ทำต้องคงทนแข็งแรง สามารถรับน้ำหนัก แรงกระแทก และแรงกดได้เป็นอย่างดี

วัสดุทำsafetyguard

วัสดุที่นิยมใช้ทำเซฟการ์ด

- ตะแกรงลวดถัก หรือตาข่าย

- ตาข่ายเหล็กยึด

- แผ่นเหล็กเจาะรู หรือไม่เจาะรู

- แท่งเหล็ก หรือแท่งไม้ ตีเป็นตาข่ายหรือตีขวาง

- แผ่นไม้อัด หรือแผ่นพลาสติก

- แผ่นหรือแท่งพลาสติกไฟเบอร์

ที่มาบทความ : เอกสารความปลอดภัย จากสถาบันความปลอดภัยในการทำงาน

ศุนย์ความปลอดภัยแรงงาน 12 พื้นที่ ในประเทศไทย มีดังนี้

ศูนย์ความปลอดภัยแรงงานพื้นที่ 1 (ตลิ่งชัน)

อาคารกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ส่วนแยกตลิ่งชัน ชั้น8

22/22 ถนนบรมราชชนนี แขวงฉิมพลี เขตตลิ่งชัน กรุงเทพฯ 10170

พื้นที่ความรับผิดชอบ : เขตดุสิต ป้อมปราบศัตรูพ่าย พระนคร สัมพันธวงศ์ จตุจักร ดอนเมือง บางซื่อ บางเขน หลักสี่ บางรัก ปทุมวัน ยานนาวา สาทร บางคอแหลม คลองสาน ธนบุรี บางกอกน้อย บางกอกใหญ่ บางพลัด ตลิ่งชัน ทวีวัฒนา บางแค ภาษีเจริญ หนองแขม จอมทอง ทุ่งครุ บางขุนเทียน บางบอน และราษฎร์บูรณะ
โทรศัพท์ : 02-4488338 ต่อ 840 โทรสาร : 02-4489150  มือถือ : 081-9333900

ศูนย์ความปลอดภัยแรงงานพื้นที่ 2 (ลาดกระบัง)

330/9 ถนนเจ้าคุณทหาร แขวงลำปลาทิว เขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ 10520

พื้นที่ความรับผิดชอบ : เขตดินแดง พญาไท ราชเทวี ห้วยขวาง คลองเตย บางนา ประเวศ พระโขนง วัฒนา สวนหลวง คันนายาว บางกะปิ ลาดพร้าว วังทองหลาง บึงกุ่ม คลองสามวา มีนบุรี ลาดกระบัง สะพานสูง หนองจอก และสายไหม

โทรศัพท์ : 02-7374602-3  , 02-7374903-4    โทรสาร : 02-7374603   มือถือ : 081-8601044

ศูนย์ความปลอดภัยแรงงานพื้นที่ 3 (ลำปาง)

384 ม.3 ถ.พหลโยธิน ต.ศาลา อ.เกาะคา จ.ลำปาง 52130

พื้นที่ความรับผิดชอบ : จังหวัดเชียงราย เชียงใหม่ น่าน แพร่ พะเยา แม่ฮ่องสอน ลำปาง และลำพูน

โทรศัพท์ : 054-282010 , 054-282001   โทรสาร : 054-282001   มือถือ : 081-8825701
HotLine : 28564

ศูนย์ความปลอดภัยแรงงานพื้นที่ 4 (นครสวรรค์)

23/17-18 ต.นครสวรรค์ตก อ.เมือง จ.นครสวรรค์ 60000
พื้นที่ความรับผิดชอบ : จังหวัดตาก พิษณุโลก เพชรบูรณ์ สุโขทัย อุตรดิตถ์ กำแพงเพชร นครสวรรค์ พิจิตร และอุทัยธานี

โทรศัพท์ : 056-220504-5  โทรสาร : 056-220504   มือถือ : 081-8295276  , 081-8814535

ศูนย์ความปลอดภัยแรงงานพื้นที่ 5 (พระนครศรีอยุธยา)

101-3-5 ม.9 ต.เชียงรากน้อย อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา 13160

พื้นที่ความรับผิดชอบ : จังหวัดนนทบุรี ปทุมธานี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ชัยนาท ลพบุรี สระบุรี และสิงหบุรี

โทรศัพท์ : 035-747684-5 , 035-747678  โทรสาร : 035-747685   มือถือ : 081-8295275

ศูนย์ความปลอดภัยแรงงานพื้นที่ 6 (ราชบุรี)

138/1 ม.4 ถ.สมบูรณ์กุล ต.ดอนตะโก อ.เมือง จ.ราชบุรี 70000

พื้นที่ความรับผิดชอบ : จังหวัดกาญจนบุรี นครปฐม ราชบุรี สุพรรณบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ สมุทรสงคราม และสมุทรสาคร

โทรศัพท์ : 032-325964-5  โทรสาร : 032-325965   มือถือ : 081-8295276 , 081-8295278

ศูนย์ความปลอดภัยแรงงานพื้นที่ 7 (ชลบุรี)

ภายในบริเวณสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน

145 ม.1 ถ.สุขุมวิท ต.หนองไม้แดง อ.เมือง จ.ชลบุรี 20000

พื้นที่ความรับผิดชอบ : จังหวัดฉะเชิงเทรา นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว จันทบุรี ชลบุรี ตราด และระยอง

โทรศัพท์ : 038-203615 , 038-273713  โทรสาร : 038-203615   มือถือ : 089-5002389

ศูนย์ความปลอดภัยแรงงานพื้นที่ 8 (สมุทรปราการ)

1940 ม.4 ถ.เทพารักษ์ ต.เทพารักษ์ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ 10270

พื้นที่ความรับผิดชอบ : จังหวัดสมุทรปราการ

โทรศัพท์ : 02-3806097-9  โทรสาร : 02-3806097   มือถือ : 081-9019802 , 081-8293873

ศูนย์ความปลอดภัยแรงงานพื้นที่ 9 (อุดรธานี)

599/187-188 หมู่ 2 ซ.บ้านโพธิ์สว่าง ถ.อุดร-หนองบัวลำภู ต.หมากแข้ง อ.เมือง จ.อุดรธานี 41000

พื้นที่ความรับผิดชอบ : จังหวัดหนองคาย หนองบัวลำภู เลย อุดรธานี กาฬสินธุ์ นครพนม มุกดาหาร สกลนคร ขอนแก่น มหาสารคาม และร้อยเอ็ด

โทรศัพท์ : 042-243648 , 042-243801  โทรสาร : 042-243644   มือถือ : 081-8294893

ศูนย์ความปลอดภัยแรงงานพื้นที่ 10 (นครราชสีมา)

442/212-213 หมู่1 ถ.ราชสีมา -โชคชัย ต.หัวทะเล อ.เมือง จ.นครราชสีมา 30000

พื้นที่ความรับผิดชอบ : จังหวัดชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ยโสธร ศรีษะเกษ อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี

โทรศัพท์ : 044-266029  โทรสาร : 044-266385   มือถือ : 081-8295277 , 081-8770806 , 081-8601045

HotLine : 36550

ศูนย์ความปลอดภัยแรงงานพื้นที่ 11 (สุราษฎร์ธานี)

ศูนย์ราชการกระทรวงแรงงาน ชั้น 4
15 ม.1 ถ.สุราษฏร์-นาสาร ต.ขุนทะเล อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี 84160

พื้นที่ความรับผิดชอบ : จังหวัดชุมพร ระนอง กระบี่ สุราษฎร์ธานี พังงา และภูเก็ต

โทรศัพท์ : 077-355876  โทรสาร : 077-355877   มือถือ : 081-8295277 , 081-8292641

ศูนย์ความปลอดภัยแรงงานพื้นที่ 12 (สงขลา)

ศาลากลางจังหวัด (หลังเก่า) ชั้น 2 ถ.ราชดำเนิน ต.บ่อยาง อ.เมือง จ.สงขลา 90000

พื้นที่ความรับผิดชอบ : จังหวัดตรัง นครศรีธรรมราช พัทลุง นราธิวาส ปัตตานี ยะลา สงขลา และสตูล

โทรศัพท์ : 074-326256-7  โทรสาร : 074-314698   มือถือ : 081-7383234
HotLine : 73459

confined-space-osha

โศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นจากการทำงานในสถานที่อับอากาศครั้งแล้วครั้งเล่าที่ผ่านมา เช่น อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับคนงานทำความสะอาดห้องเก็บของใด้ท้องเรือขนาดใหญ่ คนงานซ่อมแชมบ่อน้ำทิ้ง ฯลฯ    มีผลให้คนงานที่ประสบอันตรายสูญเสียชีวิตและในจำนวนนี้มักผนวกชีวิตของผู้ร่วมงานที่พยายามจะเข้าไปให้ ความช่วยเหลือผู้ เคราะห์ร้ายเหล่านั้นด้วย    อุบัติเหตุดังกล่าวจะเกิดขึ้นด่อไปอีกหากผู้ปฏิบัดิงานและผู้เกี่ยวข้องขาดความรู้เกี่ยวกับอันตรายและวิธีการทำงานในสถานที่อับอากาศ

สถานที่อับอากาศ คือ อะไร
สถานที่อับอากาศ หมายถึง สถานที่ที่มีการระบายอากาศไม่ดีพอ ทำให้อากาศหรือปริมาณก๊าซออกชิเจนในบรรยากาศมีไม่เพียงพอต่อการหายใจ หรือสถานที่นั้นมีก๊าชหรือไอพิษสะสมอยู่ เช่น บ่อหมักต่าง ๆ หรือถังที่ปิดฝาตลอดเวลา ท่อน้ำเสียขนาดใหญ่ ทางระบายน้ำที่ปิดทึบ นอกจากนี้ยังมีสถานที่ที่เราอาจไม่คาดคิดว่าจะเป็นลถานที่อับอากาศ เช่น ถังสูง ๆ ที่เปิดฝาทิ้งไว้    ห้องที่ปิดไว้ไม่มีการระบายอากาศ เตาเผาขนาดใหญ่ เป็นต้น

อะไร คือ สาเหตุของการเสียชีวิต ขณะทำงานในสถานที่อับอากาศ
การทำงานในสถานที่ อับอากาศเสี่ยงต่อการเสียชีวิต ได้ง่าย เนื่องจากการหายใจ เอาก๊าซพิษที่คงตกค้างอยู่ในสถานที่นั้น หรีอก๊าชพิษเกิดขี้นจากการเข้าไปทำงานในถัง หรือการขาดออกชิเจน นอกจากนี้ยังมีภัยที่เกิดจากการระเบิดและอัคคีภัย

ก๊าซหรือไอพิษที่เกิดขึ้นในสถานที่อับอากาศมาจากไหน ?

- ก๊าชหรือไอพิษที่เกิดจากการใช้สารตัวทำละลายทำความสะอาดสารประเภทไขมันในสถานที่อับอากาศ เช่น ไตรคลอโรอีเทน เมธิลคลอโรฟอร์ม เป็นต้น

- ก๊าชที่เกิดจากการหมักหรือปฏิกิริยาเคมีในการผสมสารต่าง ๆ เช่น ก๊าชคาร์บอนไดออกไซด์ ก๊าชไฮโดรเจนชัลไฟด์ หรือ ก๊าซไข่เน่า เป็นต้น

- ฟูมหรือก๊าชที่เกิดขึ้นจากการทำงานในสถานที่อับอากาศ เช่น การเชื่อมตัดด้วยก๊าซ การพ่นสี การใช้กาวหรือสารตัวทำละลายต่างๆ

- การทำงานที่ต้องใช้ก๊าซออกซิเจนปริมาณมาก เช่น งานตัตด้วยก๊าซออกซิ เจน และก๊าชโพรเพน ซึ่งจะมีออกชิเจนในบรรยากาศมากเกินไป
จนเป็นสาเหตุของการเกิดอัคคีภัย และการระเบิดได้ง่ายขึ้น

- ปฏิกิริยาการเกิดสนิมในถังเหล็ก ขนาดใหญ่ ที่ปิดฝาทิ้งไว้นาน ๆ จะทำให้ปริมาณออกชิเจนในถังมีน้อยลง เนื่องจากการเกิดสนิมต้องใช้ก๊าซออกซิเจนในบรรยากาศ ก๊าซ หรือ ไอพิษที่รั่วมาจากสถานที่ทำงานใกล้เคียง

ทำไมอุบัติเหตุจากการทำงานในสถานที่อับอากาศจึงเกิดขึ้น ครั้งแล้วครั้งเล่า
จากการวิเคราะห์ุบัติเหตุ พบว่า

- การทำงานในสถานที่อับอากาศมักไม่ใช่งานในหน้าที่ตามปกติของคนงาน แต่เป็นงานที่นานๆ ครั้งจึงมีการทำงาน    เช่น งานซ่อมแซม งานทำความสะอาดพื้นที่ จึงมักไม่ใช้เจ้าหน้าที่ประจำปฏิบัติงานแต่จะจ้างลูกจ้างชั่วคราวมาทำงาน

- ลูกจ้างเหล่านี้ไม่มีความรู้วิธีการทำงานให้ปลอดภัยในสถานที่อับอากาศ

- เจ้าหน้าที่ของโรงงานขาดความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการปฐมพยาบาลตลอดจนการช่วยชีวิตคนงานที่ประสบภัยขณะทำงานในสถานที่อับอากาศ

จะทำงานในสถานที่อับอากาศให้ปลอดภัยได้อย่างไร

- ทำการประเมินอันตรายที่อาจเกิดขึ้นในสถานที่อับอากาศว่าจะมีอะไรบ้าง เช่น ก๊าชพิษที่ยังคงอยู่ในสถานที่นั้นหรืออาจเกิดขึ้นขณะที่เข้าไปทำงาน หรืออาจมีก๊าชรั่วมาจากที่ทำงานข้างเคียง และมีวิธีการทำงานในสถานที่อับอากาศโดยไม่ต้องใช้คนงาน หรือไม่

- ในกรณีต้องให้คนงานเข้าไปทำงานต้องให้ความรู้แก่คนงานให้ทราบถึงอันตรายต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้น วิธีการทำงานให้ปลอดภัย การใช้เครื่องช่วยหายใจ เครื่องป้องกันต่าง ๆ รวมทั้งการปฐมพยาบาลและการช่วยชีวิตผู้ประสบภัย

- แยกสถานที่อับอากาศออกจากงานอื่น ๆ โดยเด็ดขาด ปิดการทำงาน    ปิดท่อน้ำเข้า    ล๊อคสวิทช์ และวาล์วต่าง ๆ เพื่อหยุดการทำงานของสถานที่นั้นโดยสิ้นเชิง

- ทำความสะอาดพื้นที่สถานที่อับอากาศ ด้วยการเคลื่อนย้ายสารเคมีต่าง ๆ ออกจากลถานที่นั้น    ชึ่งต้องทำอย่างละเอียดรอบคอบ เนื่องจากหากมีสารพิษติดค้างตามซอกรอยต่อต่าง ๆ ชึ่งยากต่อการทำความสะอาดจะเป็นแหล่งก่ออันตรายได้ในการทำความสะอาดสถานที่อับอากาศที่มีก๊าชอันตราย เช่น การทำดวามสะอาดที่มีตะกอนของเหลือทิ้ง    จำเป็นต้องสวมใส่ครื่องช่วยหายใจ และเตรียมอุปกรณ์ช่วยชีวิตให้พร้อมที่จะใช้ได้ยามฉุกเฉิน เมื่อการทำความสะอาดเลร็จสิ้นแล้วให้นำน้ำเสียทิ้งให้หมด

- เปิดฝาหรือประตูเข้า-ออกทุกทาง เพื่อให้มีการระบายอากาศได้เต็มที่ กรณีที่ใช้วิธีการทำความสะอาดด้วยไอน้ำควรไล่อากาศออก ในขณะที่สถานที่นั้นยังร้อนอยู่เพราะจะระบายอากาศได้เต็มที่    หากการระบายอากาศด้วยวิธีธรรมชาติไม่ได้ผลดีพอ ควรใช้พัดลมเป่า    พัดลมดูดอากาศ    หรืออากาศอัดช่วยในการระบายอากาศ หากสถานที่นั้นมีก๊าชไวไฟ ควรไล่ก๊าชไวไฟด้วย ก๊าซเฉื่อยเช่น ไนโตรเจน    คาร์บอนไดออกไชด์    เพื่อป้องกันการผสมกับอากาศและเกิดการระเบิดขึ้น    และหลังจากนั้นจึงไล่ก๊าซเฉื่อยด้วยอากาศอีกครั้งหนึ่ง    เพราะหากไม่ไล่ก๊าชเฉื่อยด้วยอากาศบริสุทธิ่ แล้วจะเกิดอันตรายแก่ผู้เข้าไปทำงานโด้
เนื่องจากขาดออกชิเจน

- ตรวจวัดก๊าชพิษและปริมาณออกซิเจน ชึ่งจะเป็นตัวชี้ว่าการเข้าไปทำงานในสถานที่นั้นมีความปลอดภัยมากน้อยเพียงใด และมีความจำเป็นต้องสวมใส่อุปกรณ์ช่วยหายใจหรือไม่ หรือ สามารถทำงานได้โดยไม่ใช้อุปกรณ์ช่วยหายใจได้เป็นระยะเวลา นานเท่าใดในแต่ละครั้ง

- ตรวจวัดก๊าชพิษและปริมาณออกซิเจน ชึ่งจะเป็นตัวชี้ว่าการเข้าไปทำงานในสถานที่นั้นมีความปลอดภัยมากน้อยเพียงใด และมีความจำเป็นต้องสวมใส่อุปกรณ์ช่วยหายใจหรือไม่    หรือ สามารถทำงานได้โดยไม่ใช้อุปกรณ์ช่วยหายใจได้เป็นระยะเวลานานเท่าใดในแต่ละครั้ง

- ให้คนงานที่ลงไปทำงานในสถานที่อับอากาศผูกเชือกช่วยชีวิตโดยมีคนงานอีกคนหนี่งเป็นผู้สังเกตการณ์   ถือหางเชือกอยู่ ปากทางเข้า-ออก    ชึ่งจะเป็นผู้ให้ความช่วยเหลือแก่คนงานใน สถานที่อับอากาศได้ทันที หากมีอันตรายเกิดขึ้น ควรมีคนงานอื่น ๆ ทำงานอยู่ในระยะใกล้พอที่จะเรียกขอความช่วยเหลือได้หากเกิด อุบัติเหตุใด ๆ และหากเป็นไปได้คนงานที่ทำงานในสถานที่อับอากาศ    และคนงานที่คอยช่วยเหลึออยู่ด้านนอกควรมีการติดต่อกันอยู่ตลอดเวลา    เนื่องจากบางครั้งผู้สังเกตการณ์ด้านนอกไม่สามารถสังเกตอากัปกิริยาของคนงานที่หมดสติอยู่ข้างในได้ จึงอาจให้คนงานที่ทำงานด้านในพกสัญญาณติดต่อที่จะดังทุก 5 นาที    และคนงานด้านในจะกดสวิทซ์ปิดเองหากยังคงอยู่ในภาวะปลอดภัย    แต่หากประสบอันตรายสัญญาณดังกล่าวจะขาดการควบคุมทำให้ดังติดต่อกันเป็นการแจ้งให้ทราบว่าเกิดอันตรายขึ้น

- การทำงานในสถานที่อับอากาศโดยไม่ใช้อุปกรณ์ช่วยหายใจจะต้องให้ความระมัดระวังเรื่องระบบการระบายอากาศต้องให้มีปริมาณเพียงพอที่จะช่วยให้ก๊าชพิษที่ เกิดขึ้นเจีอจางลง และเพียงพอต่อการหายใจของคนงานด้วย

ทำงานที่อับอากาศ

ที่มา : เอกสารความปลอดภัย สถาบันความปลอดภัยในการทำงาน กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน

การจัดโต๊ะทำงานให้รกมากๆ ทั้งโดยตั้งใจ เพื่อให้เจ้านายเห็นว่างานหนัก หรือไม่ตั้งใจ เพราะขี้เกียจจะเก็บ อาจเป็นสาเหตุของอุบัติภัยร้ายแรงได้

officeรกมาก

จากภาพด้านบน เป็นตัวอย่างของ โต๊ะทำงานที่อาจเกิดเพลิงไหม้ได้ คอมพิวเตอร์เป็นอุปกรณ์ที่มีความร้อน และกระดาษก็เป็นเชื้อเพลิงที่ติดไฟได้ง่าย ดังนั้นแม้ว่างานจะเยอะสักเท่าไรก็ควรจะสละเวลาสักนิดมาดูแลโต๊ะทำงานให้เป็นระเบียบ โดยคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นหลักสำคัญ

จะเห็นได้ว่าแม้แต่เรื่องเล็กน้อย เช่นนี้ หากละเลย มองข้ามอันตรายที่จะเกิดขึ้น ก็สามารถนำมาซึ่งอุบัติภัยร้ายแรงได้

ภาพที่นำมาให้ชมในวันนี้ เป็นภาพที่องค์กร prevent-it ของประเทศแคนาดา ทำขึ้นมาเพื่อต้องการสื่อให้เห็นถึงอุบัติเหตุที่มีสาเหตุมาจากการขาดสมาธิในการทำงาน  การขาดการฝึกอบรมในการทำงาน และการไม่ปฏิบัติตามป้ายความปลอดภัย

องค์กร prvent-it มักจะจัดทำสื่อออกมากระตุ้นให้ใส่ใจในการป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้นในสถานที่ทำงาน โดยเน้นภาพที่ค่อนข้างรุนแรง ทำให้บางครั้งก็เกิดการวิพากษ์วิจารณ์กันว่า ดูน่ากลัวเกินไปหรือไม่

สำหรับฝ่ายที่เห็นด้วยก็มองว่า ภาพที่น่ากลัวแบบนี้แหละที่สามารถทำให้ผู้ปฏิบัติงานเกิดความตระหนักถึงอันตรายในการทำงานขึ้นมาบ้าง

2 ภาพแรก ซึ่งก็ คือ อุบัติเหตุที่เกิดจากการไม่ปฏิบัติตามป้ายความปลอดภัย และอุบัติเหตุจากการขาดการฝึกอบรม(ไม่อ่านคู่มือการควบคุมรถโฟล์คลิฟท์) ภาพได้สื่ออกมาว่า ผู้ปฏิบัติงานโดยป้ายเซฟตี้ตัดแขน  และโดนคู่มือการควบคุมโฟล์กลิฟท์แทงหน้าอก ซึ่งเป็นการสื่อสารเชิงสัญลักษณ์

ขาดการทำตามป้ายเตือน

ขาดคู่มือการอบรม

ภาพสุดท้าย การทำงานโดยไม่มีสมาธิ prevent-it ได้เลือกสัญลักษณ์ในการนำเสนอเป็น หูฟังเพลง ขนาดใหญ่  มาเป็นสัญลักษณ์ให้ผู้ชมเข้าใจ

ขาดสมาธิ