Archive for April, 2011

รูปแบบกิจกรรมส่งเสริมความปลอดภัย

อุบัติเหตุหรืออันตรายในการทำงานเป็นสิ่งที่ทุกฝ่ายไม่ปรารถนาจะให้เกิดขึ้น แต่อุบัติเหตุและอันตรายก็ยังบังเกิดขึ้นเสมอกับผู้ปฏิบัติงาน โดยเฉพาะเกิดกับพนักงานหรือลูกจ้างระดับต่ำ  เพราะเขาเหล่านั้นจะเป็นระดับปฏิบัติการ ซึ่งสัมผัสหรือใกล้ชิดกับแหล่งกำเนิดของอุบัติเหตุและอันตรายตลอดเวลานั่นเอง  โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ปฏิบัติงานด้วยความประมาท โอกาสที่จะได้รับอันตรายในขณะทำงานก็ยิ่งจะมีมากขึ้น

ในปัจจุบันได้มีการพยายามนำกิจกรรมต่าง ๆ มาประยุกต์เข้ากับการทำงาน เพื่อลดอุบัติเหตุและอันตรายในการทำงาน ลดการสูญเสีย ซึ่งเป้าประสงค์สุดท้านก็คือ เพิ่มผลกำไรนั่นเอง  เพื่อวัตถุประสงค์ดังกล่าวนี้ ได้มีการนำกิจกรรมด้านอื่นๆ มาประยุกต์เข้ากับงานความปลอดภัยในลักษณะงานต่าง ๆ กัน ปรากฎว่าได้ผลเป็นที่น่าพอใจ กิจกรรมส่งเสริมความปลอดภัยนั้นอาจมีหลายกิจกรรม  ทั้งที่เป็นกิจกรรมที่ให้พนักงานปฏิบัติและกิจกรรมจูงใจ  ซึ่งหัวหน้างานจะต้องกระตุ้นและสนับสนุนให้ผู้ใต้บังคับบัญชาได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมส่งเสิรมความปลอดภัยแต่ละกิจกรรมด้วย  กิจกรรมส่งเสริมความปลอดภัยโดยทั่วไปมีดังนี้

1  การจัดนิทรรศการ

การจัดนิทรรศการเป็นเครื่องมืออย่างหนึ่งของการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ สร้างสรรค์ความรู้ ความเข้าใจ แก่ผู้ชม ซึ่งได้รับความนิยมมากในการจัดกิจกรรมความปลอดภัยในการทำงาน  แต่ความสำเร็จของการจัดกิจกรรมประเภทนี้ขึ้นอยู่กับวิธีการเสนอ ซึ่งสามารถเลือกได้หลายวิธีตามแต่ความพร้อมของสถานประกอบการแต่ละแห่ง อาทิเช่น

1.1  รูปแบบของการจัดนิทรรศการที่ประกอบด้วยเรื่องราวและแผ่นภาพต่าง ๆ

1.2 การนำชมนิทรรศการโดยมีวิทยากรนำกลุ่ม  เพื่อชี้แจงลำดับเรื่องราวพร้อมกับชี้ภาพประกอบของนิทรรศการด้วย

1.3 การแสดงเรื่องราวต่าง ๆ ด้วยการฉายภาพสไลด์ธรรมดา หรือสไลด์มัลติวิชั่น

1.4  นิทรรศการที่นำเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริงมาเสนอ

2  การบรรยายพิเศษ

การบรรยายพิเศษ  คือการเชิญวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิด้านความปลอดภัยในการทำงานมาบรรยายหัวข้อเรื่องหนึ่งเรื่องใด  ที่สถานประกอบการเห็นว่าเป็นประโยชน์ต่อการทำงานหรือมีจุดประสงค์จะให้วิทยากรช่วยแนะนำตักเตือนพนักงานให้ระมัดระวังทำงานด้วยความมีสติไม่ประมาทและปฏิบัติตามกฎของความปลอดภัยซึ่งปกติหัวหน้างานอาจจะได้แนะนำตักเตือนอยู่แล้วแต่พนักงานชินชาและไม่ค่อยให้ความสนใจ  การเชิญวิทยากรจากภายนอกมาบรรยายจึงเป็นวิธีการหนึ่งที่ช่วยแก้ไขปัญหาในเรื่องดังกล่าว

3  การสนทนาความปลอดภัย

การสนทนาความปลอดภัยเป็นขั้นตอนหนึ่งของขั้นตอนอีกหลาย ๆ ขั้นตอนของกระบวนการความปลอดภัยที่ทุกบริษัทจะต้องยึดถือและทำกิจกรรมดังกล่าวให้ต่อเนื่อง  เพื่อเกิดผลโดยตรงกับพนักงานและโรงงาน  การจะดำเนินการให้การสนทนาความปลอดภัยเป็นไปด้วยดีได้นั้น  จะต้องอาศัยหัวหน้างานหรือบุคลากรผู้นำที่มีประสบการณ์ มีความรู้ความชำนาญพร้อมมีวิธีการที่ชาญฉลาดเพื่อชักจูงแนะนำให้กับผู้ร่วมประชุมให้เห็นภาพและจุดประสงค์ของการสนทนาได้อย่างชัดเจน ทั้งสามารถนำไปปฏิบัติได้ถูกขั้นตอนของงานในแต่ละวันผู้บริหารของแต่ละบริษัทควรที่จะเห็นความจำเป็น ความสำคัญให้มีการดำเนินกิจกรรมนี้ และควรจะมีการปรับปรุงและแนะนำสำหรับผู้ที่จะทำการกล่าวนำ “การสนทนาความปลอดภัย” ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น  ซึ่งหากดำเนินการอย่างเหมาะสมจะทำให้เกิดผลดีและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

4  การประกวดคำขวัญความปลอดภัย

การจัดให้มีการประกวดคำขวัญความปลอดภัย เป็นกิจกรรมหนึ่งที่ช่วยรณรงค์ส่งเสริมความปลอดภัยในสถานประกอบการ  เป็นกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้พนักงานได้มีส่วนร่วมในการรณรงค์ เพื่อช่วยเหลือสังคมที่ตนสังกัดอยู่ในการที่จะเตือนใจเพื่อนร่วมงานให้ได้มีความระมัดระวังและมีสติในขณะปฏิบัติงาน  ขณะเดียวกันก็เป็นการพัฒนาจิตสำนึกและทัศนคติของตัวพนักงานเองให้ได้คิดใคร่ครวญ และทบทวนถึงวิธีการปฏิบัติงานของตนเองว่าถูกหรือผิดอย่างไร แล้วกลั่นกรองออกมาเป็นข้อความหรือคำขวัญที่เป็นการเตือน  การให้ระมัดระวัง ตลอดจนวิธีปฏิบัติตนอย่างปลอดภัย

5  การประกวดภาพโปสเตอร์

วัตถุประสงค์ของการจัดประกวดภาพโปสเตอร์ภายในสถานประกอบการ  เพื่อให้พนักงานได้มีส่วนร่วมในการผลิตสื่อประชาสัมพันธ์ในการกระตุ้นจิตสำนึกเรื่องความปลอดภัยในการทำงาน ทำให้พนักงานให้ความสนใจในกิจกรรมด้านความปลอดภัย และมีทัศนคติที่ดีผลจากการประกวดสถานประกอบการสามารถนำมาเผยแพร่เป็นการภายใน  และใช้ประโยชน์ในการย้ำเตือนให้พนักงานมีความระมัดระวังในขณะปฏิบัติงาน  นอกจากนี้แล้วยังอาจนำไปร่วมการประกวดภาพโปสเตอร์ความปลอดภัย ระดับชาติอีกด้วย

6  การรณรงค์การใช้อุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล

สภาพการทำงานของพนักงานในโรงงาน  อาจต้องทำงานในสภาพแวดล้อมที่เสี่ยงอันตรายต่อสุขภาพอนามัย  วิธีป้องกันอันตรายดังกล่าวที่ดีที่สุดคือ  การควบคุมขจัดสาเหตุของปัญหาในจุดที่เกิด เป็นต้น  ซึ่งการดำเนินงานแก้ไขหรือควบคุมเป็นวิธีการที่ต้องลงทุนสูง  และอาจเป็นอุปสรรคต่อการทำงานของพนักงาน  ดังนั้นวิธีการที่จะแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า หรือช่วยบรรเทาปัญหาคือ  การให้พนักงานได้ใช้อุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล เช่น การสวมหมวกนิรภัย ที่อุดหู หรือที่ครอบหูที่ปิดจมูกกันฝุ่น ป้องกันฟูม เป็นต้น  แต่บ่อยครั้งการลงทุนในด้านนี้ของสถานประกอบการเป็นการสูญเปล่า  เนื่องจากพนักงานไม่นิยมใช้  และไม่เคยชินกับการใช้  จึงไม่ให้ความร่วมมือทำให้ปัญหานี้ยังคงอยู่

เพื่อให้ปัญหาดังกล่าวได้มีการแก้ไข สถานประกอบการอาจจะใช้วาระของสัปดาห์ความปลอดภัยในการทำงานที่บริษัทจัดขึ้น  ดำเนินการรณรงค์ส่งเสริมให้พนักงานได้ใช้อุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคลก็ได้

7  การรณรงค์ความปลอดภัยด้วยโปสเตอร์และสัญลักษณ์ความปลอดภัย

โปสเตอร์และสัญลักษณ์ความปลอดภัยเป็นอุปกรณ์อย่างหนึ่งในการเตือนจิตสำนึกของพนักงานให้ตระหนักถึงความสำคัญของความปลอดภัยในการทำงานบางครั้งพนักงาน อาจจะหลงลืมไปว่าสิ่งที่กระทำอยู่นั้นมีอันตรายแอบแฝงอยู่ หรือแม้จะรู้อยู่แก่ใจแต่ไม่สนใจ และคิดว่าคงไม่มีอันตรายเกิดขึ้น  ดังนั้น  การติดแผ่นภาพโปสเตอร์พร้อมคำขวัญ  เพื่อเตือนสติและรูปภาพลักษณะที่กำหนดให้กระทำ  เตือนหรือละเว้นการกระทำใด ๆ ก็ตามจะช่วยกระตุ้นเตือนให้สมองสั่งการได้ถูกต้อง  และไม่กระทำการใด ๆ ที่จะเป็นสาเหตุของการประสบอันตราย

8 การประกวดรายงานสภาพงานที่ไม่ปลอดภัย

ในการดำเนินงานเพื่อลดการประสบอันตรายเนื่องจากการทำงาน  การลดอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นสามารถลดโดยการสำรวจสภาพการทำงานที่ไม่ปลอดภัยได้ถึง 98% ซึ่งมีผลต่อประสิทธิภาพการผลิต  ลดการสูญเสียต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น อันได้แก่ ค่ารักษาพยาบาล ค่าทดแทน การสูญเสียเวลา สูญเสียกำลังการผลิต สูญเสียเครื่องจักร วัสดุอุปกรณ์ ตลอดจนมีผลต่อขวัญและกำลังใจของพนักงาน อื่น ๆ

9  การกระจายเสียงบทความ

สถานประกอบการบางแห่งอาจมีศักยภาพในการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ในโรงงานด้วยการกระจายเสียงตามสาย  ในช่วงเวลาพักรับประทานอาหารกลางวัน  เป็นช่วงที่พนักงานมีเวลาว่างพักผ่อนขณะรับประทานอาหาร ช่วงก่อนเข้าทำงานช่วงบ่าย เวลาในช่วงนี้จึงมีประโยชน์ที่จะใช้ในการเผยแพร่ความรู้ด้านความปลอดภัย

10  การเผยแพร่บทความในวารสาร

มีสถานประกอบการที่จัดทำวารสารประชาสัมพันธ์แจกจ่ายแก่พนักงานเป็นรายปักษ์หรือรายเดือน  อาจจะนำบทความปลอดภัยในการทำงานที่มีการเผยแพร่ในวารสารต่าง ๆ นำไปเผยแพร่ให้พนักงานของตนเพื่อทราบต่อไป

11  การประกวดความสะอาด

ข้อพิจารณาในการตัดสินจะต้องตั้งเป้าหมาย และมาตรฐานความสะอาดให้ชัดเจนและจำเป็นต้องพิจารณาลักษณะของประเภทงานด้วย เพราะงานบางประเภทอาจก่อให้เกิดเศษวัสดุของเสียมลภาวะอยู่ตลอดเวลาในขณะที่งานบางประเภทจำเป็นต้องอยู่ในห้องปรับอากาศและมีเศษวัสดุของเสียหรือมลภาวะเกิดขึ้นน้อยมาก  การให้คะแนนจึงต้องแตกต่างกันตามสภาพดังกล่าว อย่างไรก็ตามจะต้องไม่ให้การทำงานสะอาดยุติลงพร้อมกับการประกาศผลการประกวดความสะอาด  ซึ่งทำให้การประกวดไม่เกิดผลดีแต่อย่างใด แก่การรณรงค์รักษาความสะอาดการประกวดความสะอาด อาจต้องใช้การเก็บคะแนนสะสมประจำสัปดาห์ ประจำเดือน และเมื่อครบปีประกาศผลมอบรางวัล

12  การรณรงค์กิจกรรม 5 ส

กิจกรรม 5 ส เป็นพื้นฐานการบริหารโรงงาน  โดยการจัดให้เป็นระเบียบและทำความสะอาดเกี่ยวกับสิ่งของเครื่องจักรอุปกรณ์ และบริเวณโดยรอบ ผลของการจัดกิจกรรม ดังกล่าวทำให้สินค้าที่คุณภาพ และขจัดความสูญเปล่า อีกทั้งทำให้เกิดความปลอดภัยในการทำงานมากยิ่งขึ้น  เพราะเมื่อใดที่โรงงานมีความเป็นระเบียบของสิ่งต่าง ๆ และไม่มีขยะคราบน้ำมันที่พื้น หรือสิ่งของที่ทิ้งระเกะระกะแล้ว จะไม่เป็นสาเหตุของการสะดุด ลื่นล้ม หล่นทับ อีกทั้งสุขภาพอนามัยและสภาวะจิตใจย่อมดีด้วยการจัดทำกิจกรรม 5 ส นั้น  พนักงานทุกคนต้องรับทราบหลักการและแนวทางปฏิบัติร่วมกันเพราะจะต้องปฏิบัติงานไปพร้อมกับดูแลความเป็นระเบียบและความสะอาดด้วย  จึงต้องมีการฝึกอบรมเสียก่อนแล้ว จึงลงปฏิบัติงาน

13  การรณรงค์ลดอุบัติเหตุเป็นศูนย์ (KYT)

KYT เป็นเทคนิคในการป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ โดยการฝึกให้พนักงานสามารถหยั่งรู้อันตรายที่จะเกิด และทุกครั้งที่จะปฏิบัติงานจะมีการย้ำเตือนตนเองเสมอ  เพื่อให้มีสติรู้กำลังทำอะไรอยู่ด้วยเทคนิคของ KYT จะทำให้สามารถรู้ล่วงหน้า หรือคาดหมายล่วงหน้าว่าจะเกิดอันตรายขึ้นอย่างไร  ทำให้มีการป้องกันแก้ไขไว้ก่อน  อุบัติเหตุจึงไม่เกิด  ผลคือการลดอุบัติเหตุเป็นศูนย์

14  การตอบปัญหาชิงรางวัล

สถานประกอบการอาจจะจัดให้มีการตอบปัญหาชิงรางวัลในช่วงสัปดาห์ความปลอดภัยของบริษัทได้

15 การทำแผ่นป้ายแสดงสถิติอุบัติเหตุหรือป้ายประกาศ

การจัดทำแผ่นป้ายแสดงสถิติอุบัติเหตุภายในสถานประกอบการ  โดยมีขนาดใหญ่และติดตั้งในจุดที่พนักงานทุกคนเห็นได้ชัดเจน  เช่น  บริเวณด้านหน้าของโรงงาน เป็นต้น  มีผลทางด้านจิตวิทยาและความร่วมมือของพนักงานที่ทุกคนจะมีส่วนช่วยกันไม่ให้ตัวเลขสถิตินี้เพิ่มขึ้น  และรู้ว่าเป้าหมายของสถานประกอบการต้องการให้ชั่วโมงการทำงานที่ปราศจากอุบัติเหตุนั้นเป็นจำนวนเท่าใด

ป้ายประกาศกิจกรรม เรื่องราวบทความเกี่ยวกับความปลอดภัย อาจติดตั้งหน้าโรงงานทุกหลัง หรือเฉพาะบริเวณที่ติดประกาศรวมของสถานประกอบการ หรือบริเวณที่พนักงานชุมนุมกันมาก

16  การแต่งตั้งคณะกรรมการความปลอดภัย

คณะกรรมการความปลอดภัยในการทำงานเป็นผู้ที่มีบทบาทความสำคัญในการช่วยลดอุบัติเหตุในการทำงาน  เนื่องจากมีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรงในการวางแผนงาน วิธีการดำเนินการตรวจตราดูแลและให้คำแนะนำ การประเมินผล การรายงาน การสอบสวนวิเคราะห์สาเหตุของการประสบอันตราย และการเสนอแนะต่อฝ่ายบริหารในการเป็นผู้ที่จะประสานงานระหว่างฝ่ายบริหารกับฝ่ายปฏิบัติการ  เพื่อให้เกิดความร่วมมือในการดำเนินงานให้เกิดความปลอดภัยขึ้น

17  การจัดฉายวีดีโอความปลอดภัย

การจัดฉายวีดีโอเกี่ยวกับความปลอดภัยในการทำงานให้พนักงานชมช่วงพักเที่ยงของทุกวัน  โดยการยืมวีดีโอจากหน่วยราชการ สถานบันการศึกษา สถานทูต หรือสมาคมต่าง ๆ เพื่อให้ความรู้สร้างความเข้าใจแก่พนักงาน วิธีจูงใจให้พนักงานสนใจ อาจผสมผสานไปกับการตอบปัญหาชิงรางวัล โดยให้พนักงานหาคำตอบจากการชมวีดีโอ และส่งคำตอบมาร่วมชิงรางวัล

18  การทัศนศึกษาในสถานประกอบการอื่น

การนำพนักงานไปทัศนศึกษาโรงงานอื่น  จะเป็นประโยชน์แก่ตัวพนักงานได้รู้ได้เห็นสิ่งแปลก ๆ ใหม่ ๆ และสามารถนำสิ่งที่เห็นมาพัฒนาหน่วยงานตนเองได้ แต่ก่อนที่จะทัศนศึกษาไปควรจะประชุมทำความเข้าใจถึงวัตถุประสงค์ของการทัศนศึกษาเสียก่อน  พร้อมทั้งแนะนำวิธีการทัศนศึกษาที่จะได้รับประโยชน์ เช่น อย่าสักแต่เดินไป ควรจะสังเกตสิ่งต่าง ๆ และหากมีโอกาสได้สอบถามปัญหา ควรตั้งคำถามอย่างไรและรู้จักปฏิบัติตนให้ถูกต้องไม่รุ่มร่าม หรือไปรบกวนการทำงานของพนักงานจะทำให้เสียชื่องเสียงของหน่วยงานของเรา และอาจไม่ได้รับความร่วมมือให้เข้าชมโรงงานนั้นต่อไป

19  กิจกรรมอื่น ๆ

19.1  แรลลี่ความปลอดภัย

19.2  การโต้วาทีหรือการแซววาที

19.3  การฝึกกายบริหาร

โดยทั่วไปจะนิยมใช้บอร์ดประชาสัมพันธ์ เพราะเป็นการส่งเสริมความปลอดภัยที่มีประสิทธิภาพวิธีหนึ่ง ตำแหน่งที่ควรจะติดตั้งคือที่ห้องเปลี่ยนเครื่องแต่งกาย (Change House) บริเวณโรงอาหาร บริเวณที่จัดCoffee Break หรือบริเวณที่มีการพักผ่อนเพื่อให้สามารถอ่านข้อความบนบอร์ดได้ในช่วงเวลาพักผ่อนเพียงไม่กี่นาที  แต่ไม่นิยมที่จะติดตั้งบอร์ดในบริเวณทางออก

ในแต่ละพื้นที่ทำงานหลัก ๆ ควรจะมีบอร์ด  เพื่อติดโปสเตอร์ที่เกี่ยวกับความปลอดภัย เพื่อช่วยเน้นย้ำในเรื่องความปลอดภัย  ผลจากการวิจัยพบว่าโปสเตอร์ที่ดึงดูดความสนใจจากสีสันที่สวยงาม  และมีข้อความระบุ เพื่อให้ผู้อ่านปฏิบัติหรือหลีกเลี่ยงการปฏิบัติ  รวมทั้งวิธีการป้องกันแก้ไขปัญหาที่องค์กรกำลังประสบอยู่จะทำให้ผู้อ่านเกิดความตระหนักได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสื่อที่ติดอยู่บนบอร์ดประชาสัมพันธ์ควรจะเปลี่ยนตามความเหมาะสมเพื่อให้การส่งเสริมความปลอดภัยนั้นมีประสิทธิภาพ

บริษัทและฝ่ายที่เก็บรวบรวมข้อมูล สถิติอุบัติเหตุ สามารถนำข้อมูลในส่วนของอัตราการเกิดอุบัติเหตุและจำนวนวันหยุดงาน  มาใช้เพื่อสร้างความสนใจใช้เป็นกลยุทธ์ในการประชาสัมพันธ์ในแต่ละหน่วยงานได้ การแข่งขันแต่การประกวดระหว่างหน่วยงานโดยใช้สถิติอุบัติเหตุนั้น ไม่แนะนำให้ปฏิบัติ เพราะระดับของอันตรายของแต่ละหน่วยงานในบริษัทไม่เท่ากันทำให้การเปรียบเทียบไม่เหมาะสม  อีกทั้งยังจะทำให้เกิดความเสียหายมากกว่าที่จะเกิดประโยชน์  ผลตอบแทนที่ได้รับจากการประกวดนั้นจะกระตุ้นให้คนเกิดการเรียนรู้ ปฏิบัติและจดจำในเรื่องความปลอดภัย

Newsletter และเอกสารเผยแพร่(Bulletins) รวมทั้งวารสารและสื่อสิ่งพิมพ์อื่น ๆ ที่จะแจกจ่ายไปยังพนักงาน  เพื่อที่จะช่วยให้เกิดความสนใจในการส่งเสริมความปลอดภัย  นั้นจะใช้สื่อเหล่านี้เป็นเครื่องมือในการให้ความรู้ในเรื่องพฤติกรรมที่ปลอดภัยนั้นมีความสำคัญอย่างไร  และการส่งสื่อสิ่งพิมพ์เหล่านี้ไปยังบ้านของพนักงานจะช่วยสนับสนุนและส่งเสริมความปลอดภัยนอกเวลางานและความปลอดภัยในครอบครัวด้วย

การให้รางวัลกับพนักงานและการส่งเสริมกระตุ้นให้เกิดความสนใจในกิจกรรมความปลอดภัย  ซึ่งกิจกรรมความปลอดภัยนั้นควรจะจัดให้ผู้บริหารและพนักงานมีส่วนร่วมในกิจกรรม หรือมีการทำกิจกรรมความปลอดภัยร่วมกัน  การส่งเสริมให้เกิดพฤติกรรมด้านความปลอดภัยนั้นจะมีประสิทธิผลมากกว่าที่จะจัดให้มีการแข่งขัน การประกวดในเรื่องสถิติการเกิดอุบัติเหตุ โดยที่การใช้สถิติอุบัติเหตุมาเป็นหัวข้อในการประกวดนั้น  จะทำให้พนักงานไม่รายงานการเกิดอุบัติเหตุ ซึ่งข้อมูลการเกิดอุบัติเหตุนั้น เป็นข้อมูลที่มีความสำคัญเป็นอย่างมาก  แม้ว่าเวลาที่สูญเสียไปในการรักษาพยาบาลผู้บาดเจ็บ/เจ็บป่วย  จะมีจำนวนน้อยเมื่อเปรียบเทียบกับจำนวนอุบัติเหตุ/เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด การจัดการประกวดหรือการแข่งขันจะมีประสิทธิภาพมากเมื่อมีการจัดในเรื่องของโปรแกรมความปลอดภัย เช่น ความรู้เรื่องกฎระเบียบความปลอดภัย การเรียนรู้ข้อมูลความปลอดภัย การจัดสถานที่ทำงานให้เป็นระเบียบเรียบร้อย (Housekeeping)รางวัลที่จะให้นั้นขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพในการดำเนินกิจกรรมความปลอดภัย

โปรแกรมการให้รางวัล

รางวัลด้านความปลอดภัยจำนวนมากแสดงให้เห็นถึงผลตอบแทนของการกระทำดี ด้านความปลอดภัยให้กับพนักงานที่ปฏิบัติตามโปรแกรมความปลอดภัยที่กำหนด เช่น สวมอุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคค(PPE)ตามช่วงเวลาที่จัดประกวดโดยไม่มีอุบัติเหตุเกิดขึ้น

รางวัลตามโปรแกรมความปลอดภัย  โดยปกตินั้นจะจัดให้โดยองค์กรนั่นเอง  หรือจะเป็นการจัดการประกวดในระดับประเทศในองค์การการค้า สมาชิกบริษัทประกันภัย เพราะรางวัลนั้นได้ถูกเตรียมพร้อมมาแล้วซึ่งค่าใช้จ่ายจะไม่สูงมากและง่ายต่อการปฏิบัติ คำพูดหรือข้อความที่ควรจะกล่าวเมื่อจะมีการมอบรางวัลคือผลของการทำความดี และควรให้ผู้จัดการ ผู้บริหารเป็นผู้มอบรางวัล เพื่อแสดงให้เห็นว่ารางวัลที่มอบให้นั้นมีความสำคัญ

การส่งเสริมความปลอดภัยนั้น  จะเพิ่มความตระหนักให้กับพนักงานในหัวข้อที่ต้องการจะสื่อและจะมีผลต่อทัศนคติ พฤติกรรมโดยการจัดกิจกรรมส่งเสริมความปลอดภยที่มีประสิทธิภาพ การส่งเสริมความปลอดภัยนั้น สามารถทำได้หลายกิจกรรม แม้ว่าจะใช้รูปแบบและวิธีการต่างกัน แต่วัตถุประสงค์นั้นควรจะเหมือนกัน  เพื่อที่จะทำให้เกิดความตระหนักในเรื่องความปลอดภัย และเป็นแบบอย่างเพิ่มทัศนคติในด้านความปลอดภัย การจะทำให้ประสบความสำเร็จตามวัตถุประสงค์ที่ได้ตั้งไว้นั้นจะต้องกำหนดแนวทางการปฏิบัติดังนี้

1  กำหนดเป้าหมาย เช่น กิจกรรมส่งเสริมความปลอดภัยสามารถที่จะ

  • เพิ่มความตระหนัก(Awareness)
  • เปลี่ยนทัศนคติ(Attitudes)
  • เพิ่มความรู้(Knowledge)
  • กระตุ้นให้เกิดพฤติกรรมความปลอดภัย(Behaviors)

2  พิจารณาปัญหาที่วิกฤต เลือปัญหาที่ด้านความปลอดภัยที่กำลังประสบอยู่  ปัญหาด้านความปลอดภัยในอดีตหรือจุดที่มีศักยภาพสูงที่อาจทำให้เกิดความสูยเสียร้ายแรง  แล้วนำมาพิจารณาเพื่อเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาเหล่านี้

ปัญหาด้านความปลอดภัยที่ต้องได้รับการแก้ไขทางด้านวิศวกรรมหรือการควบคุม  จัดการโดยการบริหารงานนั้นไม่สามารถที่จะใช้การส่งเสริมความปลอดภัย แก้ปัญหาเหล่านั้นได้ การส่งเสิรมความปลอดภัยจะสามารถใช้แก้ปัญหาด้านความปลอดภัยที่สามารถแก้ไขได้ด้วยการเพิ่มความตระหนักและทัศนคติ

3  เกี่ยวข้องกับข้อความเพื่อระบุสาเหตุของอุบัติเหตุและการป้องกัน ข้อความทั่วไป เช่น “ความปลอดภัย” “ขับอย่างปลอดภัย” หรือ “โปรดระวัง” เป็นคำที่มีข้อจำกัดในการสื่อความหมายแต่ข้อความ “ย่อเข่าลงหน่อย เพื่อความปลอดภัยของหลัง” จะมีคุณค่า/ความสำคัญมากกว่า

4 ส่งเสริมการปฏิบัติที่จุดที่ต้องการควบคุม จากการศึกษาพบว่าโปสเตอร์จะมีประสิทธิภาพมากที่สุด เมื่อใช้ในจุดที่ต้องการ เช่น โปสเตอร์มีการใช้คำเตือนว่า “ใช้ราวบันได เพื่อความปลอดภัยในการใช้บันได” ซึ่งควรจะติดตั้งบริเวณ จุดที่คนขึ้นลงบันไดในกรณีที่มีการทำงานที่วิกฤติก็จะต้องติดตั้งบริเวณที่มีการทำงานนั้น ๆ

5  จัดเคมเปญการรณรงค์หรือหัวข้อของโปรแกรม

ควรมีการเน้นในเรื่องความปลอดภัยตามช่วงเวลาที่เหมาะสมตั้งแต่ 2 สัปดาห์ถึง 2 เดือน ในแต่ละโปรแกรมควรจะระบุหัวข้อที่ต้องการสื่อ  โดยผู้นำโครงการควรจะเป็นผู้จัดการและมีสมาชิกเป็นพนักงานในทุกระดับขององค์กร  มีการกำหนดการรณรงค์ โดยใช้การติดต่อสื่อสารหลาย ๆ ทาง เช่น

  • การสนทนาความปลอดภัย
  • โปสเตอร์
  • บันทึกจากผู้บรหาร
  • บอร์ดประชาสัมพันธ์ วารสาร แมกกาซีน Newsletter
  • ประกาศเสียงตามสาย
  • จัดนิทรรศการ
  • ใบปลิว
  • ป้ายผ้า(Benner)
  • การจัดการแข่งขัน/การประกวด
  • การสังเกตการทำงาน
  • การตรวจสอบ
  • รูปภาพ-สไลด์-ภาพถ่าย-วีดีโอ
  • การตั้งคำถาม

โดยควรจะมีทีมพนักงานที่ทำงานในแต่ละสื่อ และเป็นไปได้ที่จะทำให้มีสมาชิกในระดับจัดการมีส่วนร่วมในแต่ละกิจกรรม  เพื่อเป็นการแสดงให้พนักงานทราบถึงข้อตกลงด้านความปลอดภัย

6  เน้นย้ำในทางบวก ในกิจกรรมส่งเสริมความปลอดภัย  ควรเน้นให้ทำมากกว่าที่จะเน้นว่าไม่ให้ทำ  เน้นในสิ่งที่ถูกต้องมากกว่าสิ่งที่ไม่ถูกต้อง  หรือเน้นย้ำในทางบวก/มากกว่าทางลบ

การจัดการประกวด  กิจกรรมข้อเสนอแนะการให้รางวัลนั้นจะเป็นเครื่องมือที่สามารถใช้ในการส่งเสริมความปลอดภัยที่ดีทางหนึ่ง  การประกวดจะช่วยให้เกิดความสนใจในระดับสูง  โดยมุ่งเน้นไปที่พื้นที่วิกฤติและพื้นที่ ๆ มีความจำเป็นที่ต้องการให้ปรับปรุง  มากกว่าที่จะเน้นไปที่อัตราการบาดเจ็บ/เจ็บป่วย  โดยควรมุ่งเน้นให้เกิดการเรียนรู้  นำไปสู่การปฏิบัติ  เพื่อจดจำเรื่องความปลอดภัย ส่วนการจัดการประกวดนั้นจะทำให้เกิดความกระตือรือร้น และควรมีการแจกรางวัลในที่สาธารณะ โดยรางวัลที่มอบให้นั้นควรจะมีความหมาย

โปรแกรมข้อเสนอแนะด้านความปลอดภัยจะเป็นเครื่องมือที่ช่วยส่งเสริมความปลอดภัยในทางบวก  โดยจะต้องมีการวางแผนที่ดี มีการจัดทำแผนงาน มีการประกาศให้พนักงานทราบและต้องมีการติดตามผล กิจกรรมนี้ก็จะสามารถนำความคิดที่ดี ๆ จากการทำงานที่ใกล้ชิดกับอันตราย ซึ่งเป็นโอกาสที่ดีสำหรับการที่จะให้เกิดการยอมรับในด้านบวก

การให้รางวัลเป็นการกระตุ้นให้เกิดความสนใจ  สร้างให้เกิดความตั้งใจ รวมทั้งรักษาความสนใจในเรื่องความปลอดภัย และเป็นการเปิดโอกาสให้เกิดการยอมรับในกลุ่มพนักงาน เพื่อให้การดำเนินการมีประสิทธิภาพนั้น รางวัลที่จะมอบให้นั้นจะต้องมีคุณค่าและมีความหมาย(ไม่ได้เป็นการมองว่าเป็นการให้สินบน) มีความเหมาะสมการมอบรางวัลให้กับผู้ชนะนั้นควรกระทำในโอกาสพิเศษ เช่น วันปีใหม่ วันครบรอบการจัดตั้งบริษัทฯ และจะเป็นสิ่งที่ดีถ้ามีการมอบรางวัลให้กับหัวหน้างานของผู้ชนะ ครอบครัว เพื่อนร่วมงาน หรือผู้บริหารในหน่วยงานนั้น ๆ ด้วย

“การวัดประสิทธิภาพของกลุ่ม” เป็นการส่งเสริมความปลอดภัยในด้านบวกอีกวิธีหนึ่ง โดยจะเกี่ยวข้องกับกลุ่มคนไม่ว่าในระดับแผนกหรือฝ่ายของโรงงานที่ปฏิบัติตามมาตรฐาน  การส่งเสริมความปลอดภัยวิธีนี้จะเกิดประสิทธิภาพสูงสุด  เมื่อวัดประสิทธิผลในด้านการเรียนรู้ การปฏิบัติและการจดจำมากกว่าที่จะเน้นไปที่วัดปลอดอุบัติเหตุ การส่งเสริมความปลอดภัยในเชิงบวกนั้นจะเป็นโปรแกรมที่ประสบความสำเร็จได้นั้นจะขึ้นอยู่กับกิจกรรมข้อเสนอแนะด้านความปลอดภัย การสังเกตการทำงาน การใช้อุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคลตามที่กำหนด การสนทนาความปลอดภัย การรายงานเหตุการณ์ผิดปกติ การปฏิบัติตามกฎ การตระหนักในกฎระเบียบ และตัวชี้สมรรถนะอื่น ๆ ที่จะสามารถวัดประสิทธิภาพของกลุ่มได้

7  พิจารณาวิธี โปรแกรม หรือกิจกรรมที่จะเลือกใช้ในการส่งเสริมความปลอดภัย

ซึ่งกิจกรรมส่งเสริมความปลอดภัยนั้นมีมากมาย  จะต้องเลือกใช้ให้เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย  ตัวอย่างของกิจกรรม หรือสื่อความปลอดภัย เช่น

  • ประกาศข้อความสั้น ๆ                      ๐ จัดฝึกอบรม
  • การประกาศเสียงตามสาย                 ๐ การประชุมกลุ่ม
  • วิทยุกระจายเสียง                                      ๐ โปสเตอร์
  • การตรวจสอบ/การตรวจติดตาม         ๐ ภาพยนต์
  • การให้รางวัล                                   ๐ Newsletter
  • แบนเนอร์                                 ๐ หนังสือพิมพ์
  • หนังสือ,วารสาร                               ๐ ภาพถ่าย
  • บอร์ดประชาสัมพันธ์                        ๐ สไลด์
  • เอกสารเผยแพร่                               ๐ กฎระเบียบความปลอดภัย
  • ใบปลิว                                            ๐ การประกวด
  • แผ่นพับ                                          ๐ Safety Clubs
  • การให้คำแนะนำ                         ๐ การสนทนาความปลอดภัย
  • การอบรมพนักงานใหม่                    ๐ การประกวดคำขวัญ
  • นิทรรศการ                                                ๐ กิจกรรมข้อเสนอแนะ

ฯลฯ

8  ให้หลักที่พิสูจน์ได้เพื่อการส่งเสริมความปลอดภัยที่มีประสิทธิภาพ

  • หลักของข้อมูลข่าวสาร คนส่วนใหญ่มีแนวโน้มที่จะเล่นเกมส์ถ้าเขารู้ว่าเกมส์ที่จะเล่นนั้นคืออะไร
  • หลักของการกระตุ้น  การสื่อสารที่มีประสิทธิผลนั้นจะกระตุ้นให้คนปฏิบัติ
  • หลักของความเป็นเจ้าของ  คนส่วนใหญ่มีแนวโน้มที่จะสนับสนุนสิ่งที่เขาสร้างขึ้นมา
  • หลักการสร้างความสนใจร่วมกัน  ความร่วมมือกันจะช่วยสร้างการกระทำร่วมกัน
  • หลักการบังคับให้ปฏิบัติ พฤติกรรมในด้านบวกจะต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่องและเพิ่มมากขึ้น
  • หลักของการรับซ้ำ ๆ กัน  ยิ่งได้รับข้อความบ่อยมากขึ้นเท่าใด ก็จะสามารถจำได้มากขึ้นเท่านั้น

9  การประเมินผลการส่งเสริมความปลอดภัย  เพื่อให้ได้ข้อมูลย้อนกลับ

เพื่อให้ทราบว่าคนให้ความสนใจมากน้อยเพียงใด  สามารถจำได้หรือไม่ มีการใช้ข้อมูลนั้นอย่างไร อาจใช้วิธีการหาข้อมูลจากการสื่อสารระหว่างบุคคล การอภิปราย การสัมภาษณ์ การตั้งคำถามการสังเกตการณ์ การวิเคราะห์ข้อมูล การทดสอบ การสอบถามทัศนคติ การสุ่มตัวอย่าง

หยุดและเปลี่ยนกิจกรรมที่ทำแล้วไม่ประสบความสำเร็จ โดยเลือกวิธีใหม่ที่มีประสิทธิภาพและจะต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง

10 ใช้กิจกรรมส่งเสริมความปลอดภัยร่วมกับองค์ประกอบอื่น ๆ ในระบบการบริหารงานความปลอดภัย

ไม่ว่าจะเป็นโปสเตอร์ การประกวดหรือกิจกรรมส่งเสริมความปลอดภัยที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับระบบการบริหารงานความปลอดภัยโดยใช้หัวข้อองค์ประกอบความปลอดภัยที่ดำเนินงานเสร็จ เช่น นโยบายความปลอดภัยการยศาสตร์-การควบคุมการจัดซื้อ-กฎระเบียบความปลอดภัย-การฝึกอบรมพนักงานใหม่-การฝึกอบรมการสอบสวน-การตรวจสอบ-ระเบียบปฏิบัติงานวิกฤต-การประชุมความปลอดภัย-การเตรียมการในภาวะฉุกเฉิน-ตัวอย่างการเป็นผู้นำ

การส่งเสริมความปลอดภัยนั้นเป็นสิ่งที่จำเป็นแม้ว่าในสถานที่ทำงานนั้น ๆ จะถูกออกแบบมาให้มีความปลอดภัย  มีระเบียบปฏิบัติงานที่ถูกเขียนขึ้นมาให้มีความปลอดภัยมากที่สุด  มีการฝึกอบรมพนักงานทุกคน  และมีการบังคับใช้ระเบียบปฏิบัติงานแล้วก็ตาม เพราะการป้องกันอุบัติเหตุนั้นขึ้นอยู่กับความต้องการของบุคคลที่จะทำให้เกิดความปลอดภัย  แม้ว่าสภาพที่ต่ำกว่ามาตรฐานและการปฏิบัติที่ต่ำกว่ามาตรฐาน  สามารถกำจัดและควบคุมได้  แต่ทุกคนควรเริ่มที่ตนเองในการป้องกันอุบัติเหตุ

ลักษณะของการส่งเสริมความปลอดภัยที่มีประสิทธิภาพ

มีลักษณะสำคัญหลายประการในการที่จะทำให้การส่งเสริมความปลอดภัยมีประสิทธิภาพดังนี้

1.  ครอบคลุม(Comprehensive)

คือการทำให้บุคคลเกิดความตระหนัก(Awareness) การยอมรับ(Acceptance)การนำไปประยุกต์ใช้(Application) การเข้าใจ รับรู้(Assimilation) ระดับของการตระหนัก นั้นจะสร้างความสนใจในโปรแกรมความปลอดภัย  โดยชักนำให้คนสนใจว่าความปลอดภัยคืออะไร และจะต้องทำอะไรบ้าง จุดประสงค์เพื่อที่จะทำให้คนคิดถึง และพูดในเรื่องความปลอดภัยมากที่สุด ลำดับต่อไปคือการยอมรับ  โดยชักนำให้คนคิดว่าโปรแกรมความปลอดภัยและผลของความปลอดภัยนั้น  เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับพวกเขา  การที่จะระบุชี้ชัดว่าจุดมุ่งหมายและวัตถุประสงค์ของโปรแกรมความปลอดภัยจะนำไปสู่ความปลอดภัยในลำดับต่อไปคือ การนำไปประยุกต์ใช้  การนำไปประยุกต์ใช้นี้จะทำให้คนที่เข้าไปเกี่ยวข้องในโปรแกรมความปลอดภัย  ซึ่งสิ่งเหล่านี้คือ ขั้นตอนซึ่งคนจะเรียนรู้โดยการกระทำและจะได้มาซึ่งประสบการณ์ในด้านความปลอดภัย  จากการพิจารณาของผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยเชื่อว่า พนักงานที่เกี่ยวข้องกับโปรแกรมความปลอดภัยจะปรับปรุงสถิติความปลอดภัยให้ดีขึ้น  จะทำให้คนเข้าใจและเปลี่ยนพฤติกรรมและเข้าใจถึงการที่จะได้มาซึ่งจิตสำนึกด้านความปลอดภัย การเข้าใจ รับรู้  เป็นการที่จิตสำนึกด้านความปลอดภัยกลายมาเป็นความคิดของคน  มีคุณค่าและทัศนคติที่ดี  เป็นผลให้เกิดพฤติกรรมความปลอดภัย  ความไม่ประสบผลสำเร็จของโปรแกรมส่งเสริมความปลอดภัยหลาย โปรแกรมนั้น ผู้บริหารมักจะไปยึดกับข้อใดข้อหนึ่ง โดยไม่ครอบคลุมหลักการทั้งหมด

2.  ความต่อเนื่องของกิจกรรม(Continuous)

ควรมีการกำหนดเวลาที่แน่นอนในการจัดกิจกรรมที่ไม่ใช่เวลาการทำงานปกติ  อย่างไรก็ตามถ้าดำเนินการในช่วงเวลาเพียงเล็กน้อยก็จะไม่ประสบผลสำเร็จ

ความพยายามที่จะทำให้เกิดความสนใจเรื่องความปลอดภัย  จะทำให้มีการพัฒนาลักษณะนิสัยในด้านพฤติกรรมความปลอดภัย

3.  การให้ความสนใจ(Concentrated On)

การกำหนดปัญหาด้านความปลอดภัยที่องค์กรประสบอยู่  การเลือกเทคนิคและวิธีการส่งเสริมความปลอดภัยที่เหมาะสมที่สามารถแก้ปัญหา มากกว่าที่จะมองว่ามีค่าใช้จ่ายต่าง ๆ พิจารณาปัญหาประสบการณ์ในอดีตอย่างรอบคอบ รวมทั้งนโยบายขององค์กร กลุ่มเป้าหมาย ปัญหาต่าง ๆ ที่องค์กรประสบอยู่ ลักษณะของพนักงาน เพื่อเลือกกิจกรรมส่งเสริมความปลอดภัยให้เหมาะสม

4.  ความน่าเชื่อถือ(Credibility)

เป็นอีกหัวข้อหนึ่งที่จะต้องพิจารณาของการจัดกิจกรรมการส่งเสริมความปลอดภัย โปรแกรมส่งเสริมความปลอดภัยจะน่าเชื่อถือเมื่อได้รับการสนับสนุน จากคณะกรรมการบริหารของบริษัท และข้อตกลงนั้นสามารถดูได้จากนโยบายของบริษัท  โดยมีโปรแกรมการตรวจสอบที่มีประสิทธิภาพ มีการฝึกอบรมการปฏิบัติงานรวมถึงมีสอบสวนอุบัติเหตุ ฯลฯ แนวทางที่จะทำให้พนักงานเห็นว่าบริษัทมีความตั้งใจที่จะให้เกิดความปลอดภัยในการทำงาน พนักงานจะสามารถเรียนรู้ได้จากการจัดกิจกรรมส่งเสริมความปลอดภัย ข้อความด้านความปลอดภัยที่มีประสิทธิภาพนั้นจะนำเสนอโดยใช้เทคนิคการส่งเสริมความปลอดภัยและยังขึ้นอยู่กับการรับรู้ของพนักงานด้วยว่าผู้บริหารให้ความสนใจในเรื่องความปลอดภัย

ทั้ง 4 ระดับของการพัฒนาควรจะมีการดำเนินการในเวลาเดียวกัน  แม้ในบางโอกาส จะต้องดำเนินการในช่วงเวลาสั้น ๆ เช่น มีการลาออกของพนักงาน การโอนย้ายงาน หรือการเลื่อนระดับของพนักงาน และการจ้างงานใหม่ หรือการโอนย้ายเข้ามาใหม่ในบางครั้งพนักงานอาจลืมหรือไม่ปฎิบัติตาม  ดังนั้นการส่งเสริมความปลอดภัยจะต้องทำอย่างคงที่ต่อเนื่องทั้ง 4 ระดับ

กิจกรรมส่งเสริมความปลอดภัย

การจัดกิจกรรมส่งเสริมความปลอดภัย  จะเป็นการสร้างจิตสำนึกและยังสามารถเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม  ทัศนคติของพนักงานในเรื่องความปลอดภัยได้  การส่งเสริมความปลอดภัยและอาชีวอนามัย  สามารถใช้รูปแบบที่แตกต่างกันขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของกิจกรรมนั้น ๆ แต่วัตถุประสงค์ของกิจกรรมแต่ละกิจกรรมจะเหมือนกัน กล่าวคือ  จะสร้างเสริมทัศนคติจิตสำนึกในเรื่องความปลอดภัย  ซึ่งการที่จะดำเนินกิจกรรมส่งเสริมความปลอดภัยให้ประสบความสำเร็จได้ตามวัตถุประสงค์นั้นขึ้นอยู่กับการประยุกต์กิจกรรมไปใช้ให้เหมาะสมกับองค์กรได้อย่างไร  และหลักการส่งเสริมความปลอดภัยที่ดีนั้นจะต้องส่งสารที่ถูกต้อง(Right Message) ไปให้ถูกคน (Right Audience) และถูกจังหวะเวลา (Right Time) โดยมีหลักการดำเนินการดังนี้

1  วิเคราะห์สถานการณ์

-  ปัญหาด้านความปลอดภัยที่องค์กรประสบอยู่

การจัดกิจกรรมส่งเสริมความปลอดภัย เป็นที่นิยมใช้ในกรณีที่ต้องการสร้างความสนใจในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง เรื่อง/หัวข้อที่จะทำการจัดกิจกรรมจะต้องเหมาะสมและตรงกับสภาพของปัญหาที่องค์กรประสบอยู่ เช่น การรณรงค์ให้ใช้แว่นตานิรภัย การจัดสัปดาห์แห่งความสะอาด ฯลฯ โดยจะต้องมีการสำรวจเพื่อหาข้อมูล  และนำมาวิเคราะห์เพื่อสามารถชี้วัดว่าขณะนี้ถึงเวลาที่จะต้องจัดให้มีการรณรงค์ความปลอดภัยไม่ว่าจะเป็น  สถิติการเกิดอุบัติเหตุ  การบาดเจ็บ หรือเหตุการณ์ผิดปกติที่อาจจะทำให้เกิดอุบัติเหตุที่มีมากขึ้น  สภาพความเป็นระเบียบเรียบร้อยในบริษัทที่เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ลดลง เช่น มีการวางสิ่งของระเกะระกะ ผู้ปฏิบัติงานวางของในคลังพัสดุไม่เรียบร้อยหรือพบว่าผู้ปฏิบัติงานไม่สวมอุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล การ์ดของเครื่องจักรถูกถอดออกขณะปฏิบัติงาน  สิ่งต่าง ๆ ที่กล่าวมาล้วนแต่เป็นตัวชี้ว่าควรจะมีการรณรงค์เพื่อความปลอดภัยขึ้น

-  ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการจัดกิจกรรมส่งเสริมความปลอดภัย

การจัดกิจกรรมส่งเสริมความปลอดภัยนั้นจะต้องดำเนินการในโอกาสที่เหมาะสม เช่น  ไม่เป็นช่วงที่กำลังเร่งการผลิตสินค้า ต้องรีบส่งมอบงาน

2  กำหนดวัตถุประสงค์และกลุ่มเป้าหมาย

การกำหนดวัตถุประสงค์ของการจัดกิจกรรมส่งเสริมความปลอดภัยนั้นจะต้องเกี่ยวข้องโดยตรงกับปัญหาด้านความปลอดภัยที่องค์กรประสบอยู่  ต้องกำหนดวัตถุประสงค์ให้สามารถแก้ไขหรือลดปัญหาเหล่านั้นได้  และกำหนดกลุ่มเป้าหมายของการจัดกิจกรรมส่งเสริมความปลอดภัยให้ชัดเจน

3  แผนการดำเนินการและวิธีการดำเนินการ

ควรมีการกำหนดแผนการดำเนินการและวิธีการดำเนินการดังนี้

- การกำหนดขั้นตอนการดำเนินงาน  โดยจัดการดำเนินการเป็นขั้นตอนเรียงตามลำดับก่อนหลังและกำหนดเวลาเริ่มต้นและสิ้นสุดของแต่ละกิจกรรมไว้ด้วย

-  การกำหนดหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องต่าง ๆ เพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติในแต่ละหัวข้อ เช่น  หลักการดำเนินกิจกรรม  กำหนดวิธีการประเมินผลกิจกรรมส่งเสริมความปลอดภัยที่ดำเนินการ กำหนดวิธีการวัดผล

-  กำหนดเงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง เช่น กรณีที่จัดการประกวดหรือแข่งขันนั้น จะต้องกำหนดเงื่อนไขการให้คะแนน เงื่อนไขรางวัล เงื่อนไขการให้สิ่งตอบแทน เป็นต้น

4  สื่อที่จะใช้

สื่อที่จะใช้ในการจัดกิจกรรมส่งเสริมความปลอดภัยในการทำงาน เช่น

-  บุคคล เป็นสื่อที่ดีมาก เพราะบุคคลสามารถโต้ตอบ สนทนากับผู้รับสาร(ในที่นี้คือผู้ปฏิบัติงาน/กลุ่มเป้าหมาย) โดยผู้ที่ทำหน้าที่ที่ส่งสารควรจะเป็นบุคคลที่มีทักษะในการพูดสามารถสร้างบรรยากาศให้ผู้ฟังให้ความสนใจ  และสามารถเข้าใจในสารที่ต้องการส่ง

- เครื่องเล่นวีดิทัศน์ เป็นสื่อที่สามารถทำให้ผู้ชมได้เห็นภาพ และเกิดความเข้าใจได้มากกว่าการได้ยินเพียงแต่อย่างเดียว  โดยจะต้องมีการควบคุมสิ่งแวดล้อมให้ผู้ปฏิบัติงาน/พนักงานที่เข้าชมมีสมาชิกในการชม  เพื่อให้เกิดการรับรู้ตามวัตถุประสงค์ของสื่อ

-  สื่อสิ่งพิมพ์ เช่น Newsletter แผ่นพับ วารสาร โปสเตอร์ จดหมายข่าว ฯลฯ การเลือกสื่อสิ่งพิมพ์นั้น  จะต้องพิจารณาถึงสภาพของปัญหาของสถานประกอบการด้วยว่าเหมาะที่จะใช้สื่อสิ่งพิมพ์ชนิดใด  เพื่อให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมายได้ทั่วถึง  และยังจะต้องคำนึงด้วยว่าระดับการศึกษา ความสามารถในการอ่าน การตีความของผู้ปฏิบัติงานนั้นดีเพียงใด  สื่อสิ่งพิมพ์ที่จัดทำขึ้นมานั้นควรทำรูปเล่ม มีสีสรรสวยงามจูงใจให้ผู้อ่านเกิดความสนใจที่จะอ่าน และควรมีรูปภาพประกอบ เพื่อให้เห็นภาพหรือแนวคิด ถ้าสื่อสิ่งพิมพ์มีแต่ข้อความ ไม่มีรูปภาพประกอบ  จะไม่จูงใจให้ผู้อ่านอ่านสื่อนั้นได้

-  สื่อเสียงตามสาย ถ้าสถานประกอบการใดมีระบบเสียงตามสายแล้ว  สามารถนำมาใช้ประโยชน์ในการจัดกิจกรรมส่งเสริมความปลอดภัยได้ เช่น การให้ความรู้สั้น ๆ ในช่วงพักกลางวันก่อนเลิกงาน เพื่อเตือนสติ เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ

5  การกำหนดงบประมาณ/การประมาณค่าใช้จ่าย

ในการดำเนินกิจกรรมส่งเสริมความปลอดภัย  ไม่ว่าจะใช้สื่อใด ๆ ในการประชาสัมพันธ์ก็ตามจะต้องดำเนินการประมาณการค่าใช้จ่ายในการทำกิจกรรม  กำหนดงบประมาณที่จะต้องใช้เสนอไปยังผู้บริหาร  เพื่อพิจารณาว่ามีความเหมาะสมเพียงใด  สามารถที่จะทำให้กลุ่มเป้าหมายมีพฤติกรรมที่ดี  หรือสามารถแก้ไขพฤติกรรมให้ดีขึ้นได้หรือไม่  ในงบประมาณที่ขอดำเนินการนี้

6  การนำเข้าใช้งานและการประเมินผล

ในขั้นตอนสุดท้ายของหลักการจัดกิจกรรมส่งเสริมความปลอดภัย คือ กลยุทธ์ในการนำเข้าใช้งาน  รวมทั้งเทคนิควิธีการสำหรับการประเมินผลสำเร็จของกิจกรรมนั้น ๆ การประเมินผลว่ากิจกรรมประสบความสำเร็จหรือไม่นั้นยังมีปัจจัยที่เกี่ยวข้องคือ  การวางแผนการดำเนินการนั้นดีเพียงใด  สามารถดำเนินการได้ตามวัตถุประสงค์หรือไม่

สัปดาห์ความปลอดภัย

การส่งเสริมความปลอดภัยในโรงงาน  เป็นกิจกรรมที่มีความสำคัญยิ่งในการสร้างเสริมทัศนคติ จิตสำนึก ความรู้และความเข้าใจของพนักงานทุกระดับคือ  ตั้งแต่ฝ่ายจัดการ ผู้ควบคุม จนถึงพนักงาน นั่นคือ  เมื่อผู้บริหารทุกระดับมีจิตสำนึกและรับผิดชอบในเรื่องความปลอดภัยและถือปฏิบัติเช่นเดียวกับการบริหารงานด้านอื่น ๆ แล้ว  ก็ย่อมจะหวังได้ว่า พนักงานระดับปฏิบัติจะได้รับการคุ้มครองดูแลทั้งในด้านการป้องกันอุบัติเหตุและสุขภาพอนามัย และในอันดับถัดไปจะต้องพยายามส่งเสริมให้พนักงานทุกคนได้มีจิตสำนึกและทัศนคติ  ตลอดจนความรู้ในการปฏิบัติงานอย่างปลอดภัย  และร่วมมือในการดูแลให้สถานที่ทำงานนั้น  ปลอดภัยตลอดเวลาทั้งนี้เพราะการป้องกันอันตรายจากงานขึ้นอยู่กับความ “ปรารถนา” ของบุคคล ผู้ที่นับว่ามีบทบาทในการประสานงานส่งเสริมความปลอดภัยในโรงงาน  คือ  เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน

การจัดกิจกรรมส่งเสริมความปลอดภัยนิยมใช้ในกรณีที่ต้องการสร้างจุดสนใจเรื่องความปลอดภัยเรื่องใดเรื่องหนึ่งโดยเฉพาะ เช่น จัดสัปดาห์การรณรงค์การใช้ที่อุดหู/ที่ครอบหูป้องกันเสียงดัง จัดสัปดาห์แห่งความสะอาด เป็นต้น  ในบางกรณีก็อาจใช้ในลักษณะเป็นเรื่องรวม ๆ ด้านความปลอดภัย เช่น การจัดสัปดาห์ความปลอดภัย เป็นต้น เมื่อจะจัดให้มีกิจกรรมส่งเสริมความปลอดภัยเรื่องอะไรก็ตามควรที่จะมีการวางแผนเป็นอย่างดีก่อน  โดยจะต้องมีการสำรวจข้อมูลว่าเรื่องใดควรที่จะจัดให้มีการรณรงค์ขึ้นมา  ซึ่งแน่นอนว่าควรเป็นเรื่องที่ผู้บริหารและผู้ปฏิบัติมองว่าเป็นเรื่องที่สำคัญ  ทั้งนี้เพื่อจะได้รับความเห็นชอบให้ดำเนินการส่งเสริมความปลอดภัย อันจะทำให้ผู้ปฏิบัติงานเห็นความสำคัญในเรื่องนั้น ๆ ในที่สุด  จากนั้นก็พิจารณาดูว่ามีปัจจัยพื้นฐานต่าง ๆ รองรับการส่งเสริมความปลอดภัยที่จะจัดขึ้นแล้วหรือยัง  และจะมีใครเข้าร่วมในกิจกรรมส่งเสริมความปลอดภัยบ้าง  แต่ละฝ่ายแต่ละคนจะมีหน้าที่รับผิดชอบดำเนินการในเรื่องอะไรบ้าง ถ้าได้ดำเนินการในลักษณะดังกล่าวก็เชื่อว่ากิจกรรมส่งเสริมความปลอดภัยย่อมประสบผลสำเร็จตามที่มุ่งไว้

นอกจากนี้แล้วคงจะต้องยอมรับกันว่าโดยสภาพความเป็นจริงในปัจจุบันผู้ปฏิบัติงานยังคงให้คนสนใจต่อการทำงานที่ปลอดภัยน้อยกว่าที่ควรเป็น  ความเชื่อหรือเจตคติของผู้ปฏิบัติงานยังคงคิดว่าอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องของคราวเคราะห์ร้ายหรือเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ตามเคราะห์กรรมของแต่ละคน  ดังนั้นลำพังการป้องกันควบคุมการเกิดอุบัติเหตุและภัย โดยไม่มีกิจกรรมส่งเสริมความปลอดภัยในการทำงานเป็นกิจกรรมเสริม ก็อาจจะทำให้ผลสำเร็จเกิดขึ้นไม่รวดเร็วเท่าที่ควรจะเป็น หรืออาจไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควรก็เป็นได้  ที่กล่าวเช่นนี้เพราะว่าสิ่งหนึ่งที่ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบงานความปลอดภัยในสถานประกอบการจะสร้างให้เกิดขึ้นทั้งในระดับผู้บริหารและระดับผู้ปฏิบัติ คือ การมีความสนใจเรื่องความปลอดภัยในการทำงานตลอดเวลา เมื่อใดที่บุคคลทั้งสองระดับข้างต้นหมดความสนใจในเรื่องความปลอดภัย  เมื่อนั้นโอกาสการเกิดอุบัติเหตุและภัยย่อมจะมีมากทีเดียว กิจกรรมส่งเสริมความปลอดภัยจึงเป็นแนวทางหนึ่งที่มีความสำคัญในการสร้างความสนใจต่องานความปลอดภัยให้เกิดขึ้นกับบุคคลทั้งสองระดับข้างต้น

อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าจะดำเนินการปฐมนิเทศก์พนักงานใหม่เรียบร้อยแล้ว ก็ยังควรมีระบบในการติดตามผลการปฏิบัติและจัดกิจกรรมเพื่อกระตุ้นให้พนักงานใหม่เหล่านั้นให้ความสนใจต่อกิจกรรมความปลอดภัยตลอดเวลา  โดยกิจกรรมที่สำคัญมีดังต่อไปนี้

1. การประเมินผลการปฏิบัติงานของพนักงานใหม่

หลังจากปฐมนิเทศก์และให้การฝึกอบรมแก่พนักงานใหม่เสร็จสิ้น  ผู้บังคับบัญชาของพนักงานใหม่ควรกำหนดแผนในการติดตามการปฏิบัติงานของพนักงาน  เพื่อให้มั่นใจว่า พนักงานมีความรู้ความเข้าใจในการปฏิบัติงานให้เกิดความปลอดภัยอย่างแท้จริง  โดยการปฏิบัตินี้อาจใช้หลักการของเรื่อง “การสังเกตการปฏิบัติงาน (Task observation)” ก็ได้

2. การจัดกิจกรรมส่งเสริมความปลอดภัย

safetytalk

เพื่อให้พนักงานใหม่ไม่ละเลยต่อเรื่องของความปลอดภัยในการปฏิบัติงาน  ผู้บังคับบัญชาอาจจัดกิจกรรมส่งเสริมความปลอดภัยต่อไปนี้เพื่อให้ข้อมูลด้านความปลอดภัยแก่พนักงานใหม่เป็นระยะ ๆ เช่น การสนทนาความปลอดภัย การประชุมกลุ่ม การติดประกาศข้อมูลข่าวสาร ด้านความปลอดภัย กิจกรรม 5 ส และการประกวดบุคคลดีเด่นด้านความปลอดภัย เป็นต้น

การปฐมนิเทศก์จะเป็นกระบวนการสำคัญในการสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับองค์กรและข้อกำหนดที่สำคัญทางด้านความปลอดภัยให้แก่พนักงานใหม่  ดังนั้นองค์กรควรจะให้ความสนใจต่อการดำเนินกิจกรรมนี้ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด  เพื่อให้แน่ใจว่าพนักงานใหม่แต่ละคนจะได้รับข้อมูลที่เหมาะสมต่อการสร้างความปลอดภัยในการปฏิบัติงาน

safetytraining

(1)  ใครควรเป็นผู้จัดการปฐมนิเทศก์

การปฐมนิเทศก์จะแบ่งออกเป็นสองส่วนหลัก ๆ ได้แก่ การให้ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับองค์กรและความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับความปลอดภัย  ซึ่งควรดำเนินการโดยเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยขององค์กร  และในส่วนที่สองจะเป็นเรื่องความปลอดภัยที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานที่ควรดำเนินการโดยผู้บังคับบัญชาของพนักงานใหม่  เนื่องจากจะสามารถให้รายละเอียดและชี้ชัดถึงวิธีการทำงานที่เหมาะสมให้พนักงานใหม่ทราบได้อย่างชัดเจน

(2)  รายละเอียดหัวข้อเรื่องที่จะทำการปฐมนิเทศก์และฝึกอบรมด้านความปลอดภัย

ก่อนที่จะเริ่มเข้าปฏิบัติงานพนักงานใหม่ทุกคนไม่ว่าจะเป็น  พนักงานปฏิบัติการ ผู้บริหารหรือแม้แต่ผู้รับเหมาควรจะได้รับการปฐมนิเทศก์เพื่อให้ข้อมูลในเรื่องต่อไปนี้เป็นอย่างน้อย

  • ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับบริษัทที่กล่าวถึงการจัดองค์กร นโยบายทั่วไป การผลิตและกฏระเบียบทั่วไปขององค์กร
  • นโยบายความปลอดภัยขององค์กร
  • กฎหมายความปลอดภัย อาชีวอนามัยและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง
  • โปรแกรมการฝึกอบรมที่เกี่ยวข้อง
  • ปรัชญาในการดำเนินงานความปลอดภัยขององค์กร
  • ระบบการบริหารความปลอดภัยขององค์กร
  • หน่วยงานด้านความปลอดภัยและให้ความช่วยเหลือในภาวะฉุกเฉิน
  • การประชุมด้านความปลอดภัยและคณะกรรมการต่าง ๆ
  • รายละเอียดขั้นตอนการรายงานสอบสวนอุบัติเหตุ
  • กฎระเบียบและระเบียบปฏิบัติงานต่าง ๆ
  • อุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล(การเบิกจ่ายและใช้งาน)
  • ข้อปฏิบัติในภาวะฉุกเฉิน
  • ข้อห้ามต่าง ๆ
  • ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม

ในทางปฏิบัติการให้ข้อมูลดังกล่าวข้างต้นจะกำหนดหัวข้อวิชาและผู้รับผิดชอบ  ดังนี้

เจ้าหน้าที่ความปลอดภัย รับผิดชอบในการปฐมนิเทศก์หัวข้อต่อไปนี้

  • ประวัติความปลอดภัยของโรงงาน
  • นโยบายความปลอดภัย
  • ความสำคัญของพนักงานกับความปลอดภัย
  • ระบบความปลอดภัย อาชีวอนามัยและการักษาพยาบาลในโรงงาน
  • การแบ่งเขตพื้นที่ในโรงงาน
  • กองทุนเงินทดแทน
  • วิธีรายงานสอบสวนอุบัติเหตุ
  • อุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล
  • ระบบขออนุญาตต่าง ๆ
  • ระบบการให้ข้อมูลอันตราย
  • ขั้นตอนการตัดแยกอุปกรณ์
  • โครงการความปลอดภัยของบริษัท
  • กฎระเบียบด้านความปลอดภัยและรักษาความปลอดภัย
  • การป้องกันอัคคีภัยและอุปกรณ์ระงับเหตุ
  • แผนควบคุมภาวะฉุกเฉินของโรงงาน

ผู้บังคับบัญชาของพนักงานใหม่  รับผิดชอบในการปฐมนิเทศก์หัวข้อต่อไปนี้

  • หน้าที่ความรับผิดชอบของพนักงาน
  • อันตรายในพื้นที่ปฏิบัติงาน
  • กฎระเบียบด้านความปลอดภัยของหน่วยงาน
  • การป้องกันอัคคีภัยของหน่วยงาน
  • การรายงานอุบัติเหตุและสภาพความไม่ปลอดภัย
  • อุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคลที่จำเป็นในการปฏิบัติงาน
  • คู่มือและมาตรฐานการปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้อง
  • การติดต่อสื่อสารภายในหน่วยงาน
  • ขั้นตอนการทำงานที่รับผิดชอบ
  • การใช้อุปกรณ์เครื่องมืออย่างปลอดภัย
  • แนะนำสถานที่และจุดติดตั้งอุปกรณ์ต่าง ๆ
  • การดูแลความสะอาดและเป็นระเบียบในสถานที่ทำงาน
  • กิจกรรมความปลอดภัยในหน่วยงาน

วิธีการปฐมนิเทศก์ข้างต้นอาจใช้คู่มือสรุปรายละเอียดที่พูดและมอบให้พนักงานไว้ศึกษาและทบทวนได้ตลอดเวลา

อบรมปฐมนิเทศน์ความปลอดภัย

ข้อควรระวังในการจัดการปฐมนิเทศก์

การปฐมนิเทศก์ที่มีประสิทธิภาพจะช่วยให้พนักงานมีความเข้าใจในหน้าที่ความรับผิดชอบของตนเองและวิธีการทำงานที่เหมาะสม ในทางตรงกันข้ามหากการดำเนินการดังกล่าวขาดประสิทธิภาพก็จะเกิดปัญหาด้านการปฏิบัติงานและความปลอดภัยตามมาอย่างมากมาย ดังนั้น  ผู้รับผิดชอบในการจัดปฐมนิเทศก์จะต้องตระหนักถึงผลเสียดังกล่าวและปรับปรุงการดำเนินการให้มีประสิทธภาพอยู่เสมอ  รวมทั้งหลีกเลี่ยงการดำเนินการต่อไปนี้

(3.1)  ต้อนรับด้วยเอกสาร(An emphasis on paper) กล่าวคือให้พนักงานเซ็นสัญญาจ้างเสร็จก็จะมอบคู่มือพนักงานโดยไม่มีการชี้แจงรายละเอียดใด ๆ ของบริษัท หรือข้อมูลทั่วไปที่จำเป็นต่อการทำงาน  แล้วส่งพนักงานเข้าทำงานทันที

- ต้อนรับฉบับย่อ (A sketchy overview of the basis) จะชี้แจงภาพรวมกว้าง ๆ อย่างรวดเร็วแล้วส่งพนักงานปฏิบัติงานในสภาพคลุมเครือ

- มอบหมายสไตล์มิคกี้เม้าท์ (Micky mouse assignment) วิธีการนี้จะมอบหมายให้พนักงานเข้าไปทำงานและศึกษาวิธีการจากเพื่อนร่วมงานเองโดยไม่มีการสอนงาน

- รับจนล้น(Suffocation) คือ การให้ข้อมูลมากเกินไปในระยะเวลาอันสั้น ทำให้พนักงานรับข้อมูลไม่ทันจนเกิดความรู้สึกเบื่อหน่ายและขาดความสนใจ

การจ้างงานจะเป็นระบบแรกในการควบคุมความปลอดภัยขององค์กร ทั้งนี้เพราะเป็นกระบวนการตัดสินใจแรกที่จะนำบุคคลประเภทใดเข้ามาปฏิบัติงาน หากองค์กรมีระบบในการคัดเลือกที่ดีก็จะช่วยสร้างความมั่นใจว่าจะได้พนักงานใหม่ที่มีความเหมาะสมกับการปฏิบัติงาน ดังนั้นสิ่งที่ควรคำนึงถึงในขั้นตอนการจ้างงานมีดังนี้

(1) การกำหนดคุณสมบัติด้านความรู้และประสบการณ์
ผู้ที่ต้องการจ้างงานจะต้องกำหนดคุณสมบัติด้านความรู้และประสบการณ์ของผู้ที่จะจ้างให้ชัดเจน โดยพิจารณาให้สอดคล้องกับหน้าที่ความรับผิดชอบของผู้นั้น เช่นต้องการจ้างพนักงาน 1 คน เข้ามารับผิดชอบซ่อมบำรุงระบบไฟฟ้าในอาคารโรงงาน ก็ควรจะระบุคุณสมบัติว่าอย่างน้อยต้องจบการศึกษาประกาศนียบัตรขั้นสูงทางด้านไฟฟ้า เป็นต้น
นอกจากนี้ หากเป็นกรณีการจ้างงานชั่วคราวหรือการจ้างผู้รับเหมาก็ควรที่จะกำหนดเงื่อนไขประสบการณ์ในงานที่รับผิดชอบและเงื่อนไขทางด้านความปลอดภัยที่ต้องการให้ชัดเจน เช่น ต้องมีประสบการณ์การทำงานประเภทเดียวกับที่ต้องการจ้างมาอย่างน้อย 1 ปี และมีระบบการบริหารจัดการด้านความปลอดภัยที่ชัดเจน เป็นต้น
(2) การกำหนดคุณสมบัติด้านสุขภาพอนามัย
การกำหนดคุณสมบัติด้านสุขภาพอนามัยจะคำนึงถึงสภาพของอันตรายที่จะเกี่ยวข้องในการปฏิบัติงาน เช่น การกำหนดความสูงของผู้ปฏิบัติงานควบคุมเครื่องจักรเพื่อให้สอดคล้องกับขนาดของเครื่องจักร การกำหนดเรื่องสมรรถภาพการมองเห็นสำหรับงานที่ต้องใช้สายตาในการสังเกต และการกำหนดเรื่องโรคกลัวความสูงกับงานซึ่งต้องปีนป่ายบนที่สูง เป็นต้น
นอกจากการกำหนดคุณสมบัติที่ชัดเจนแล้วยังควรกำหนดรายละเอียดของการตรวจสุขภาพและสมรรถภาพการทำงานของร่างกายของพนักงานใหม่ก่อนเข้าทำงานอีกด้วย ทั้งนี้เพื่อเก็บเป็นข้อมูลสุขภาพเบื้องต้น เพื่อใช้ในการเปรียบกับผลการตรวจในระหว่างปฏิบัติตามเพื่อติดตามผลกระทบซึ่งอาจเกิดขึ้นจากการปฏิบัติงาน การตรวจสุขภาพและสมรรถภาพร่างกายที่สำคัญ เช่น
• การตรวจสมรรถภาพการได้ยินสำหรับผู้ซึ่งจะต้องปฏิบัติงานในบริเวณที่มีเสียงดัง
• การตรวจสมรรถภาพการทำงานของปอด สำหรับผู้ที่จะปฏิบัติงานในบริเวณที่มีฝุ่นจำนวนมาก
• การตรวจประสิทธิภาพการทำงานของตับ ไต และความผิดปกติของเลือด ในผู้ที่ต้องปฏิบัติงานกับสารเคมี เป็นต้น
คุณสมบัติด้านความรู้และประสบการณ์ รวมทั้งคุณสมบัติด้านสุขภาพอนามัยดังกล่าวข้างต้น จะต้องนำมาเป็นเงื่อนไขหนึ่งในการคัดเลือกบุคคลเข้าทำงาน สับเปลี่ยนโยกย้ายพนักงานรวมทั้งการจัดจ้างผู้รับเหมาด้วย แต่ทั้งนี้ในกรณีของผู้รับเหมาอาจกำหนดเพียงเงื่อนไขขั้นต่ำเท่าที่จำเป็นก็ได้

Business Meeting

ในปัจจุบันโครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศไทยเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก เมื่อเปรียบเทียบกับเมื่อ 20 ปีที่ผ่านมา  เนื่องจากมีการก่อตั้งโรงงานอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก  ทำให้แรงงานภาคการเกษตรเคลื่อนย้ายเข้ามาสู่ภาคอุตสาหกรรม  จากการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวพบว่าสถิติการประสบอันตรายจากการทำงาน  จำนวน 1,026,521 คน ในจำนวนนี้มีผู้เสียชีวิต จำนวน 5,591 คน ทุพพลภาพ 108 คน  และสูญเสียอวัยวะบางส่วน  จำนวน 24,672 คน  ซึ่งกองทุนเงินทดแทนต้องจ่ายเงินชดเชยการเกิดเหตุดังกล่าวถึง 6,297.12 ล้านบาท  และจากการวิเคราะห์อุบัติเหตุดังกล่าวพบว่า ผู้ประสบอันตรายจำนวนมากมีอายุงานต่ำกว่า 3 ปี  ซึ่งถือว่าเป็นพนักงานที่มีประสบการณ์ค่อนข้างน้อย  ยิ่งไปกว่านั้นยังพบว่าในกลุ่มพนักงานใหม่ที่เพิ่งเข้ามาทำงานหรือผู้ที่ย้ายงานใหม่ไม่เกิน 1 ปี จะมีการเกิดเหตุสูงที่สุดในกลุ่มนี้

จากข้อมูลดังกล่าวข้างต้นมีการศึกษาวิจัยพบว่า สาเหตุสำคัญอย่างหนึ่งที่ทำให้พนักงานใหม่ประสบอุบัติเหตุ ก็คือ ขาดระบบในการควบคุมความปลอดภัย สำหรับพนักงานใหม่ที่ดีพอ

การควบคุมความปลอดภัยสำหรับพนักงานใหม่

พนักงานใหม่ หมายถึง  พนักงานที่เริ่มเข้าทำงานกับบริษัทเป็นครั้งแรก  และผู้ที่ได้รับการโยกย้ายหรือเปลี่ยนหน้าที่ความรับผิดชอบใหม่ในบริษัท  ทั้งนี้ไม่ได้จำกัดเพียงพนักงานประจำของบริษัทเท่านั้น  แต่ยังหมายรวมถึงพนักงานชั่วคราว  หรือพนักงานผู้รับเหมาซึ่งมีสัญญาผูกพันให้เข้ามาปฏิบัติงานกับบริษัทอีกด้วย

พนักงานใหม่ซึ่งเป็นผู้ที่มีอายุน้อยและเพิ่งจบการศึกษามาใหม่ ๆ จะเป็นกลุ่มที่มีปัญหาค่อนข้างมาก  เนื่องจากกลุ่มนี้จะเป็นผู้ที่มีความรู้ทางวิชาการดีแต่ยังขาดทักษะหรือประสบการณ์ในการทำงาน  ดังนั้น  หากไม่มีระบบการให้ข้อมูลหรือมอบหมายงานที่ถูกต้องก็จะก่อให้เกิดพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้องในเรื่องความปลอดภัยได้ในระยะยาว  ทั้งนี้มีเหตุผลสนับสนุนที่สำคัญ 3 อย่าง ดังนี้

(1)  พนักงานใหม่ต้องการที่จะเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่ม  ต้องการการยอมรับ  ดังนั้น จึงอาจถูกชักจูงให้มีพฤติกรรมที่ไม่ปลอดภัยตามกลุ่มที่มีอยู่เดิมได้

(2)  พนักงานใหม่จะมีความคิดที่บริสุทธิ์  การได้รับข้อมูลอย่างถูกต้องและเป็นจริงจะทำให้เกิดพฤติกรรมความปลอดภัยที่ถูกต้อง  แต่ในทางตรงกันข้ามหากได้รับข้อมูลที่ไม่ถูกต้องก็จะก่อให้เกิดพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมได้เช่นเดียวกัน

(3)  พนักงานใหม่จะยึดถือการปฏิบัติในครั้งแรก กล่าวคือ พนักงานใหม่จะจดจำกับสิ่งแรก ๆ ที่เขาได้พบเห็น  จากนั้นจะยึดถือเป็นพฤติกรรมการปฏิบัติของตนเอง  ซึ่งถ้าการจดจำในครั้งนั้นเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องก็จะทำให้เกิดพฤติกรรมที่ผิดได้เช่นเดียวกัน

จากปัญหาดังกล่าวข้างต้น  องค์กรจึงควรมีระบบในการควบคุมความปลอดภัย  สำหรับพนักงานใหม่ที่สำคัญดังต่อไปนี้

- การจ้างงานและการสับเปลี่ยนโยกย้ายงาน

- การปฐมนิเทศก์และฝึกอบรมด้านความปลอดภัย

- การกระตุ้นให้พนักงานปฏิบัติงานอย่างปลอดภัย