Archive for October, 2011

BLEVE ใช้เรียกชื่อการลุกไหม้อย่างรุนแรงของก๊าซเหลว โดยเฉพาะของก๊าซปิโตเลียมเหลว หรือ ก๊าซหุงต้ม ที่อยู่ในสภาพกำลังระเหยจากสภาวะของเหลว เป็นต้น บางส่วนของก๊าซเริ่มติดไฟจากประกายไฟ หรือ แหล่งไฟที่มีอุณหภูมิสูงเพียงพอถึงจุดติดไฟ

ลักษณะการลุกไหม้ เป็นการลุกไหม้อย่างรุนแรงจากภายนอกของหมอกก๊าซ ผสมกับออกซิเจนในอากาศ แล้วม้วนตัวกลับ พลิกเอาก๊าซภายในกลุ่มหมอกออกมาติดไฟตามไปด้วย ลูกไฟที่เกิดจากการลุกไหม้ของก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) จะมีสีเหลืองส้ม แสดงอุณหภูมิสูงประมาณ 1200-1500 องศาเซลเซียส ที่บริเวณขอบของลูกไฟ  และอุณหภูมิภายในสูงประมาณ 800 องศาเซลเซียส

BLEVE

เมื่อมองจากระยะไกล หากไม่มีลมแรง จะมีรูปลักษณะเหมือนดอกเห็ดทรงสูง ช่วงเวลาการลุกติดไฟนี้จะสั้งมาก แต่รุนแรงจนจัดได้ว่าเป็นลักษณะการระเบิด

อย่างไรก็ตาม ลักษณะของ BLEVE นี้ ไม่ใ่ช่ลักษณะของก๊าซที่คลุกเคล้ากับออกซิเจนอย่างได้ส่วนของการติดไฟแล้วจึงลุกติดไฟ

คำถามยอดนิยม ที่หลายคนมาถามกันในเว็บบอร์ด คือ หาก เริ่มทำงานในตำแหน่ง เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน (Safety Officer) จะเริ่มทำอะไรก่อน คำตอบของคำถามนี้ก็คงแตกต่างกันไปตามการทำงานของแต่ละท่าน แต่ในส่วนตัวของผม เป็นดังนี้

1. ค้นหาข้อมูลของสถานประกอบการที่เราทำงาน ให้ละเอียดที่สุดเท่าที่ทำได้ เช่น ประเภทกิจการ ,จำนวนพนักงาน ,โครงสร้างองค์กร ,ขั้นตอนการทำงาน ,เครื่องจักรและเครื่องมือที่ใช้ในสถานประกอบการ ,สารเคมีในสถานประกอบการ , มาตรฐานความปลอดภัยที่สถานประกอบการเข้าร่วม ,สถิติิุอุบัติเหตุ และรายละเอียดงานด้านความปลอดภัยที่สถานประกอบการปฏิบัติอยู่ เป็นต้น

2. เมื่อรวบรวมข้อมูลดังกล่าวข้างต้นแล้วก็นำข้อมูลที่ได้มาศึกษาว่า มีประเด็นไหนบ้าง ที่สถานประกอบการไม่ได้ปฏิบัติตามกฏหมายที่เกี่ยวข้องกับงานด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม ให้ทำการเสนอให้นายจ้างให้ปฏิบัติตามข้อกฏหมายที่มี ในกรณีที่บริษัทมีมาตรฐานความปลอดภัยที่เหนือกว่ากฏหมายไทย ให้ยึดตามมาตรฐานที่เหนือกว่า (ในขั้นตอนนี้ จะรวมถึงการกำหนดแผนงานบางอย่างด้วย เช่น การจัดให้มีการอบรมดับเพลิง , ตรวจสอบระบบไฟฟ้าประจำปี ,ตรวจสอบเครนประจำปี เป็นต้น)

3. จัดตั้งคณะกรรมการความปลอดภัย และกำหนดวาระการประชุม

4.  ตรวจสอบเครื่องจักร และอุปกรณ์การทำงานว่าอยู่ในสภาพสมบูรณ์หรือไม่ กำหนดผู้รับผิดชอบในการตรวจสอบเครื่องจักร ในแต่ละเดือน

5.  ตรวจสอบการจัดเก็บสารเคเมีในสถานประกอบการ ว่ามีจัดเก็บที่ถูกต้องเหมาะสมหรือไม่

6.  ตรวจสอบขั้นตอนการทำงานทั้งหมด รวมถึงการใช้เครื่องจักร และสารเคมี ว่ามีขั้นตอนที่ถูกต้อง หรือไม่ และมีอันตรายใดบ้างที่อาจจะเกิดได้ (ค้นหาอันตราย) ในขั้นตอนนี้ควรนำสถิถิอุบัติเหตุมาตรวจสอบด้วยว่าเคยมีอุบัติเหตุอะไรเกิดขึ้นแล้วบ้าง และสถานประกอบการทำการป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุซ้ำแล้วหรือไม่ (ขั้นตอนนี้รวมถึงการตรวจสอบสภาพแวดล้อมในการทำงานด้วย เช่น ความร้อน แสงสว่าง เสียงดัง การยศาสตร์)

7. เมื่อพบอันตรายจากขั้นตอนที่ 5 แล้ว ให้นำมาประเมินความเสี่ยง และหาทางป้องกันอันตรายไม่ให้เกิดขึ้น

8.  นำข้อมูลทั้งหมดมาจัดทำเอกสาร ในการตรวจสอบ ให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ เช่น เอกสารตรวจสอบเครื่องจักร ,อุปกรณ์ไฟฟ้า ,ระบบดับเพลิง เป็นต้น

9. จัดทำหลักสูตรและจัดให้มีการอบรมพนักงานใหม่ ให้ทราบถึงกฏระเบียบ และวิธีทำงานที่ปลอดภัยในสถานประกอบการ

10. จัดทำแผนงานความปลอดภัย รายเดือน รายปี

11. จัดทำแผนฉุกเฉิน กำหนดจุดรวมพล

12. จัดกิจกรรมความปลอดภัยในการทำงาน เช่น การจัดบอร์ด จัดนิทรรศการ

13. เตรียมรายงานส่งราชการ

ที่กล่าวมาข้างต้น ไม่จำเป็นว่าต้องทำอย่างใดให้เสร็จก่อน แล้วจึงเริ่มต้นอีกอย่างนะครับ หลายอย่างสามารถทำไปได้พร้อมๆกัน ถ้ามีการบริหารจัดการที่ดี

รายละเอียดเรื่อง งานด้านความปลอดภัยมีมากครับ แต่ถ้าทำได้ตามขั้นตอนที่ผมกล่าวมาข้างต้น คิดว่าทุกอย่างคงเริ่มเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้นแล้ว

น้ำท่วม

ขณะนี้สถานประกอบการหลายแห่งกำลังประสบปัญหาน้ำท่วม ไม่ว่าจะเป็น บริษัท ห้างร้าน โรงงานต่างๆ

สิ่งหนึ่งที่ จป. ต้องคิดไว้ คือ ภายหลังน้ำลดแล้ว เราจะมีแผนการอย่างไรบ้างที่จะทำให้สถานประกอบการของเราฟื้นสภาพกลับมาปลอดภัย

ยกตัวสิ่งที่ต้องตรวจสอบ เช่น ระบบไฟฟ้า และ เครื่องจักร ที่โดนน้ำท่วมเสียหาย เจ้าหน้าที่ จป. จะต้องแน่ใจว่าไม่มีไฟฟ้ารั่วจากการชำรุดของสายไฟ เครื่องจักร โดยก่อนใช้งานควรให้ช่างไฟฟ้า ช่างเครื่องกลที่มีความชำนาญ เป็นผู้ตรวจสอบและทดลอง

ความสะอาด เป็นสิ่งที่ต้องทำอย่างแน่นอน ทั้งนี้ในขั้นตอนการทำความสะอาด ควรระมัดระวัง สัตว์เลื้อยคลานต่างๆที่หนีน้ำเข้ามาในสถานประกอบการด้วย

ทั้งนี้ในการเตรียมการของแต่ละสถานประกอบการ อาจจะต่างกัน หากเพื่อนๆมีข้อเสนอแนะ อยากให้ช่วยไปแนะนำกันในเว็บบอร์ดด้วยครับ