5p สำหรับการสนทนาความปลอดภัย

1. การเตรียมตัว (PREPARATION)

P.ตัวที่ 1 คนที่พูดได้ดีโดยไม่ต้องเตรียมตัวนั้นคงไม่มีในโลกหรือหายากมาก HAVEN’S SAKE กล่าวว่าอยู่รอจนนาทีสุดท้ายที่คุณกำลังจะไปยืนอยู่หน้ากลุ่มลูกน้องของคุณเพื่อทำ SAFETY TALK และพูดว่า “ในวันนี้เราจะพูดเรื่องอะไรกันดีล่ะ?” มันไม่ยุติธรรมกับลูกน้องของคุณและบริษัทของคุณ และไม่ยุติธรรมกับตัวคุณด้วย ซึ่งวิธีการเตรียมตัวก่อนทำ SAFETY TALK มีดังนี้

Ø ต้องคิด

ผู้ที่จะขึ้นกล่าวนำต้องคิดถึงเรื่องที่จะนำขึ้นมากล่าวต่อที่ประชุมโดยต่อไปนี้เป็น CONCEPT เล็ก ๆ น้อย ๆ ที่จะต้องคิดถึงเรื่องที่จะนำเสนอ เช่น

คิดถึงประสบการณ์ของเรา จากการสังเกต จากความผิดพลาด ความคิดและความรู้สึก เลือกหัวข้อที่คุณรู้ จำไว้ว่าคุณแตกต่างจากคนอื่น ๆ ไม่มีใครมีบุคลิกภาพและการรับรู้เหมือนคุณ จำไว้ว่าคุณแตกต่างจากคนอื่น ๆ ไม่มีใครมีบุคลิกภาพและการรับรู้เหมือนคุณ คุณมีอะไรบางอย่างที่พิเศษกว่า
คิดถึงบริษัทและฝ่ายของคุณ อะไรเป็นกระแสของปัญหา? อะไรเป็นกระแสแห่งความสำเร็จ? อะไรกำลังเป็นสิ่งสำคัญที่คนส่วนใหญ่ตระหนัก? หัวข้อไหนจะเหมาะสมกับเวลาและเป็นประโยชน์มากที่สุด?
คิดถึงลูกน้องของคุณ เขาต้องการอะไร? มีภูมิหลังอย่างไร? งาน/ทัศนคติ/ความประทับใจ และความสามารถเป็นอย่างไร? หยิบยกเอาหัวข้อที่จะมีความหมายต่อเขามาพูด
Ø ต้องเขียน

เขียนสิ่งที่คุณพบเห็นในแต่ละวันเมื่อเข้าไปเดินในโรงงาน (อาจจะใช้สมุดช่วยจดบันทึกและจะต้องรีบเขียนก่อนที่จะลืมเรื่องราวต่าง ๆ) ทั้งนี้เพื่อใช้เป็นข้อมูลสำหรับการนำเสนอและเพื่อไม่ให้เกิดความสับสนขณะสนทนา

Ø ต้องอ่าน

มีวัตถุดิบมากมายสำหรับอ่านเพื่อที่จะเก็บเกี่ยวสิ่งที่มีประโยชน์ แล้วนำไปถ่ายทอดแก่ผู้ใต้บังคับบัญชาของคุณได้ อาทิ วารสาร แผ่นพับ จดหมายข่าวสารต่าง ๆ เกี่ยวกับความปลอดภัยหรือขั้นตอนการทำงาน หากวันนี้ยังไม่เหมาะสม วันหน้าอาจมีโอกาสนำมาใช้ได้ ดังนั้นของให้เก็บสะสมไปเรื่อย ๆ หรืออาจตัดเฉพาะข้อความสำคัญ ๆ ไว้ก็ได้

Ø ต้องฟัง

ฟังอย่างตั้งใจและหากมีใครพูดถึงเรื่องความปลอดภัย จะฟังว่าเขาพอใจหรือไม่พอใจอะไร ชอบหรือไม่ชอบอะไร รับฟังปัญหาและข้อเสนอแนะของผู้อื่น ฟังและเรียนรู้ เพราะนอกจากจะได้เนื้อหาเรื่องความปลอดภัยเพิ่มขึ้นแล้ว คุณยังจะได้รับรู้ถึงทัศนคติด้านความปลอดภัยของบุคคลที่อยู่รอบข้างคุณด้วย รับรองว่าคุณจะได้ข้อมูลและความคิดดี ๆ เพื่อประยุกต์ใช้และนำไปถ่ายทอดต่อได้มากมาย

Ø ต้องจัดการ

หลังจากการรวบรวมความคิดและข้อมูลจากการคิด การจดบันทึก การอ่าน การฟังได้มากพอสมควร นับว่าคุณพร้อมที่จะจัดการ (ORGANIZE) โครงเรื่องที่จะพูดแล้ว ซึ่งการจัดการเป็นกุญแจสำคัญที่จะนำไปสู่ความสำเร็จ การวางโครงเรื่องอาจจะมีเพียง KEY WORD ในเศษกระดาษ/หรือมีโครงเรื่องที่สมบูรณ์ไว้ กล่าวคือ มีประเด็นสำคัญ/สนับสนุนข้อมูล/ยกตัวอย่าง

Ø ต้องฝึกฝน

ทำจิตใจให้เป็นปกติ พยายามพูดให้ช้าตรงประเด็น เพื่อกันการสับสนและพูดให้จบเรื่องแต่ละเรื่องก่อน การฝึกฝนจะเพิ่มความเชื่อมั่นให้คุณ ฝึกให้คล่องแต่อย่าท่องจำ อย่างไรก็ตามหากคุณจำเป็นต้องจดข้อความที่จะพูดเพื่อไม่ให้สับสนก็สามารถทำได้ การฝึกฝนก็จะทำให้การพูดดีขึ้นเรื่อยๆ ช่วยให้คุณจัดการกับเวลาได้ดีขึ้น (คุณจะเห็นข้อแตกต่างระหว่างผู้ที่ไม่ได้จัดลำดับการพูด จะพูดวกวนต่างจากผู้ที่รู้ว่าต้องการพูดอะไร โดยข้อความที่พูดหรือคำพูดนั้นจะชัดเจนและสม่ำเสมอดี

2. การตั้งประเด็น(PINPOINT)

P.ตัวที่2 คือ การพูดหรือการบรรยายให้ตรงประเด็นในการบรรยายแต่ละครั้ง อย่าให้มีหลายเรื่องจนมากเกินไป (โดยปกติการสนทนาความปลอดภัย SAFETY TALK ควรใช้เวลาไม่เกิน 15 นาที) เพราะถ้าหากพูดทุกเรื่องในครั้งเดียวกัน จะทำให้ผู้ฟังจำอะไรไม่ได้เลย ซึ่งจะแนะนำหัวข้อเพื่อใช้เป็นแนวทางตั้งประเด็นในการพูดของแต่ละหัวข้อดังนี้

กฎระเบียบความปลอดภัย
การเกิดอุบัติเหตุ/เหตุการณ์ผิดปกติ
การปฐมพยาบาลเบื้องต้น
การทำความสะอาดหลังเลิกงาน
การปฏิบัติงานที่ไม่ปลอดภัย
การป้องกันไฟไหม้
การควบคุมความเสียหายของอุปกรณ์
การปรับปรุงงานความปลอดภัย
การป้องกันอันตรายขณะปฏิบัติงาน
3. บุคลิกภาพ(PERSONALIZE)

P.ตัวที่ 3 คุณควรจะเข้าให้ถึงพื้นฐานของผู้ฟังที่กำลังฟังคุณกล่าวนำอยู่ ต้องตั้งใจนำเสนอทั้งเนื้อหาและสาระโดยพยายามทำให้เรื่องนั้นมีความหมายสำหรับเขา อาจทำได้ดังนี้ สร้างความสัมพันธ์ที่ดีเกี่ยวกับทัศนคติ ความสามารถและสิ่งที่เขาต้องการให้ได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความคาดหวัง ความคิด เนื้องาน พื้นฐานของเขา ความสนใจและบุคลิกภาพของเขาและทำตัวให้เป็นกันเองกับผู้ฟังของคุณเสมอ

และเกี่ยวกับเรื่องความปลอดภัยนี้คุณค่อนข้างโชคดีเพราะสัญชาตญาณของมนุษย์ ต้องการมีสุขภาพอนามัยที่ดี มีความมั่นคง ได้รับความสะดวกสบาย และไม่ต้องการเจ็บตัว

4. ทำให้เห็นภาพ(PICTURIZE)

P.ตัวที่ 4 เกี่ยวกับวิธีการพูดของคุณ ซึ่งจะดีเยี่ยมถ้าหากสามารถทำให้ผู้ฟังเห็นภาพและจำภาพการพูดของคุณได้ติดหูติดตา และการติดต่อสื่อสารเป็นกระบวนการที่จะให้และรับความเข้าใจถ้าคุณพูดแล้วผู้ฟังไม่เข้าใจก็ถือว่าการสื่อสารไม่สัมฤทธิ์ผล หรืออาจเปรียบเทียบกับสำนวนไทย คือ “เสียงนกเสียงกา” แต่ถ้าสามารถพูดให้ผู้ฟังเข้าใจและยังเข้าใจผู้ฟังอีกด้วย เราจะถือว่าการสื่อสารสัมฤทธิ์ผลอย่างดีเยี่ยม

คุณคงปรารถนาให้ผู้ฟังสนใจในสิ่งที่คุณพูด คุณคงปรารถนาให้ผู้ฟังเข้าใจความหมายในคำพูดของคุณ คุณคงปรารถนาให้ผู้ฟังจำคำพูดคุณได้ คุณจะต้องบรรยายให้เขาฟังและแสดงภาพประกอบให้เขาเห็นไปพร้อม ๆ กัน

สิ่งสำคัญที่จะทำให้เขาเข้าใจและจำได้ จะต้องมีสื่อและวิธีการต่าง ๆ ประกอบ อาทิ

การสาธิต ๐ ภาพประกอบ
แสดงกราฟ ๐ ตั้งคำถาม
อภิปราย-ถกเถียง ๐ การตอบคำถามสั้น ๆ(QUIZZES)
ยกตัวอย่าง ๐ โปสเตอร์
ตาราง ๐ รูปถ่าย
แบบจำลอง ๐ เครื่องมือจริง
รูปผ่าซีก ๐ รูปวาด
หนัง ภาพยนต์ ๐ สไลด์
ข้อความในหนังสือพิมพ์ ๐ อุปกรณ์ของจริง
การบรรยายไปพร้อม ๆ กับการสาธิตให้เห็นภาพนั้น จะทำให้เข้าใจดีขึ้น อีกทั้งยังเพิ่มความสนใจที่จะจดจำได้ดีขึ้นและยังทำให้ผู้ฟังมองเห็นภาพและเข้าใจสิ่งที่คุณต้องการสื่อ ซึ่งถือว่าเป็นการสื่อสารกับเขาอย่างแท้จริง

ตัวอย่างแนวทางการพูด และสาธิตขณะสนทนาความปลอดภัย

1. การตรวจสอบลวดสลิงเป็นสนิม แตก เปราะ ยกเกินน้ำหนัก ลมพัดแรง เป็นสาเหตุให้ลวดสลิงขาดในขณะยก ให้นำลวดสลิงที่มีปัญหาดังกล่าวมาแสดงแล้วชี้ให้ที่ประชุมเห็นจุดบกพร่องของสลิง และอธิบายว่าการเสียเวลาเพียงไม่กี่นาทีจะช่วยรักษาชีวิตคุณได้

2. นำข่าวอุบัติเหตุในหน้าหนังสือพิมพ์เข้ามาเล่าในที่ประชุม โดยให้สัมพันธ์กับกลุ่มไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุจากการทำงาน หรืออุบัติเหตุที่บ้าน DISCUSS ว่าเกิดอะไรขึ้นและจะป้องกันได้อย่างไรทำให้แน่ใจว่าผู้ฟังของคุณเข้าใจอย่างจริงจังแล้ว

3. หากกรดหรือสารเคมีหกรดผิวหนัง ให้ล้างออกด้วยน้ำจำนวนมาก ๆ ข้อความนี้ออกจะเป็นเรื่องธรรมดา แต่การทำให้ดูโดยใช้น้ำจริง ๆ จะทำให้เกิดภาพพจน์มากขึ้นโดยสมมติว่าคุณโดนสารเคมีหกรดหรือเข้าตาแล้วคุณก็รีบทำการปฐมพยาบาลอย่างถูกวิธีโดยเร็ว

4. กระเด้งลูกบอลยาง แล้วอธิบายว่าร่างกายของคนไม่เหมือนบอลลูกนี้ เพราะเมื่อตกลงพื้นแล้วไม่ยืดหยุ่นหรือกระเด้งเหมือนลูกบอลได้ แต่กระดูกจะหัก อวัยวะภายในได้รับอันตราย ทุก ๆ ปีจะมีคนตายเนื่องจากตกจากที่สูง เป็นสถิติอุบัติเหตุถึงขั้นเสียชีวิตมากเป็นอันดับสอง จำไว้ว่าการสะดุดหรือลื่นเป็นสาเหตุให้ตกจากที่สูง ดังนั้นการรักษาความสะอาดเก็บกวาดเศษวัสดุบนพื้นสามารถลดอันตรายได้ และทำไมไม่ทำให้การพูดของคุณเป็นการจุดชนวนให้เกิดการรณรงค์เพื่อความสะอาดต่อไป

5. การสาธิตด้วยวิธีต่อไปนี้ (ค่อนข้างจะได้ผล) ซึ่งอาจจะรักษานิ้วมือของใครบางคนจากการเกิดอุบัติเหตุเครื่องจักรตัดนิ้วได้ กล่าวคือ ใช้ถุงมือเก่า ๆ ยัดนุ่นให้แข็งแล้วนำมาสาธิตหน้าที่ประชุมโดยตัดนิ้วมือออก 1 นิ้ว ลูกน้องคุณอาจตกใจ แต่เขาจะต้องตกใจมากกว่านี้ หากเขาต้องสูญเสียนิ้วมือจริง ๆ จากการยื่นมือเข้าไปในตำแหน่งที่ไม่ปลอดภัยใกล้กับเครื่องจักรที่กำลังทำงาน

6. น้ำมันสามารถติดไฟได้ สาธิตโดยการจุดไฟแล้วโยนลงไปในน้ำมัน และ/หรือใช้เศษไม้ใส่ลงไปในน้ำมัน เปรียบเสมือนเทียนไขสามารถติดไฟได้ง่ายเพราะมีเชื้อเพลิงเคลือบอยู่รอบ ๆ จากนั้นโยงเข้าหาเรื่องใกล้ตัว กล่าวคือการที่เราทิ้งเศษผ้า เศษไม้ เศษขยะ ให้เปื้อนน้ำมันที่นองอยู่นั้น อาจติดไฟเมื่อไรก็ได้ เป็นเหตุผลที่จะต้องมีการทำเรื่อง HOUSE KEEPING ในโรงงานเก็บเศษขยะออกทุกครั้งหลังเลิกงาน และล้างคราบน้ำมันไม่ให้หกหรือนองอยู่บนพื้นโรงงาน

7. ใช้ระเบิดมือเด็กเล่นอธิบายในที่ประชุมให้ทราบว่า มีสารเคมีหลายตัวในที่ทำงานที่มีอันตรายเทียบเท่าลูกระเบิด ถ้าเรายังใช้มันเหมือนของเล่น อันตรายคงไม่ใช่เล็กน้อยอย่างที่คิด เช่น ถังใส่สารเคมีไวไฟ ถังก๊าซที่บรรจุด้วยความดัน หรือถังเชื้อเพลิงต่าง ๆ สามารถระเบิดในขณะที่คุณกำลังทำงานได้ ดังนี้นถังบรรจุสารเคมีเหล่านี้จะต้องมีการเก็บและการใช้โดยคำนึงถึงความปลอดภัยเสมอ

8. ปล่อยลมจากลูกโป่งออกให้ลูกโป่งเหวี่ยงไปทั่วห้อง ความดันของอากาศในถังก๊าซมีความดันมากกว่า 2,200 PSI เมื่อเปรียบเทียบกับความดันของอากาศในปอดของคุณ ซึ่งจะเห็นว่ามันแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง และเมื่อไหร่ก็ตามที่มีอากาศรั่วออกจากถังก๊าซ ถังจะพุ่งไปได้ทุกทิศทุกทาง และอาจจะวิ่งทะลุกำแพงได้เช่นกัน ถึงแม้ว่าถังก๊าซนั้นจะดูเหมือนหนัก แต่คนที่มีความรู้เรื่องความปลอดภัยดีจะทราบว่า การกระแทกจะทำให้วาล์วที่หัวถังหักโดยความดันในถังจะดันออกทันที และอาจเกิดความเสียหายได้มาก ซึ่งเคยมีคนได้รับบาดเจ็บ และเสียชีวิตจากเหตุการณ์เช่นนี้แล้ว ย้ำกับผู้ฟังว่าการเก็บถังก๊าซจะต้องใช้โซ่คล้องทุกครั้ง และถ้าจะนำไปใช้หรือต้องเคลื่อนย้ายก็จะต้องปฏิบัติตามขั้นตอนอย่างปลอดภัย

9. จะเห็นว่าเมื่อหลายปีก่อน ถ้ามีใครต้องการที่จะป้องกันหูของตนเองจากเสียงที่ดังของเครื่องจักร ก็คงจะใช้สำลีอุดหูทั้งสองข้างไว้ ซึ่งก็ยังดีกว่ามิได้ทำการใด ๆ เลย จากนั้นคุณก็นำที่ครอบหู(EAR MUFF) หรือที่อุดหู(EAR PLUGS) มาแสดงให้เขาดูพร้อมทั้งอธิบายคุณสมบัติต่าง ๆ การออกแบบ วิธีการใช้พร้อมทั้งประโยชน์ที่จะได้รับจากการใช้อุปกรณ์ดังกล่าวให้ทุกคนได้รับทราบ

5. การอภิปราย (PRESCRIBE)

P. ตัวที่ 5 การกำหนดความสำคัญของสิ่งที่คุณพูดถึง คำถาม คำตอบ ซึ่งผู้ฟังมักจะมีคำถามว่า “แล้วไง?” “เกี่ยวข้องอะไรกับตัวเขา” “จะช่วยเขาได้อย่างไร” “คุณต้องการให้เขาทำอะไร” พยายามคิดเสมอว่าผู้ฟังของคุณจะมีคำถามอะไรในใจและพยายามตอบคำถามของเขาให้ได้ ก่อนจบการสนทนาความปลอดภัยทุกครั้ง คุณควรจะบอกเขาว่าคุณต้องการให้เขาทำอะไรก่อนที่จะจบการประชุมในวันนั้น

SAFETY TALK ที่ดีมิควรจะเกิดคำถามเช่นนี้ขึ้นเพราะเขาสามารถเข้าใจ และแบ่งเบาภาระของคุณ จากเรื่องที่คุณต้องการสื่อได้ ฉะนั้นให้เริ่มใช้เทคนิค 5p. ตั้งแต่บัดนี้และทุก ๆ สัปดาห์

ถ้าคุณเริ่มใช้เทคนิคนี้ได้เร็วเท่าไหร่? เขาก็จะทำงานให้คุณได้เร็วขึ้นเท่านั้น วิธีการนี้มิได้ใช้เพียงเฉพาะเรื่องความปลอดภัยเท่านั้น ยังใช้ได้กับเรื่องอื่น ๆ ที่สำคัญอีก เช่น QUALITY, PRODUCTIVITY, SERVICE, JOB INSTRUCTION และ COST IMPROVEMENT มิใช่คุณคนเดียวที่จะต้องปรับปรุงประสิทธิภาพในการสอนหรือการติดต่อสื่อสารเท่านั้น แต่หัวหน้าและทีมของคุณก็จะต้องทำด้วยเช่นกัน