Category Archives: งานก่อสร้าง

รถบรรทุกที่ใช้ในงานก่อสร้าง

รถบรรทุก รถบรรทุก (truck) จะทำหน้าที่ในการเคลื่อนย้ายวัสดุและอุปกรณ์ในงานก่อสร้าง เช่น จะใช้งานร่วมกับรถตักในการเคลื่อนย้ายดินไปเทในที่ไกล ๆ หรือลำเลียงวัสดุมาใช้ในการทำถนน หรือใช้ในการขนวัสดุมาใช้ในการก่อสร้าง หรืออาจจะใช้ในการขนส่งเครื่องจักรกลไปยังที่ที่จะทำการก่อสร้าง รถบรรทุกที่ใช้ในงานก่อสร้างที่สำคัญ ๆ ก็จะมี 1.  รถบรรทุกกระบะ จะใช้ในการลำเลียงวัสดุได้แก่ หิน ทราย ซีเมนต์และวัสดุที่ใช้ในการก่อสร้างอื่นๆ โดยทั่วไปจะใช้ขนาดนํ้าหนักบรรทุก 6 ตัน แบบ 4×2 (6 ล้อ ขับเคลื่อนสองล้อหลัง) จนถึงขนาดนํ้าหนักบรรทุกประมาณ 15ตันแบบ 6×2 (10 ล้อขับเคลื่อนสองล้อกลาง) หรือแบบ 6×4 (10 ล้อขับเคลื่อนสี่ล้อหลัง) สำหรับส่วนที่สำคัญของรถบรรทุกกระบะจะประกอบด้วยเครื่องยนต์นิยมใช้เครื่องยนต์ดีเซลขนาด 120 แรงม้า ถึงประมาณ 300 แรงม้า ระบบถ่ายทอดกำลังโดยทั่วไปจะใช้คลัตช์แบบแห้งแผ่นเดียว ห้องเกียร์เป็นห้องเกียร์แบบธรรมดา ระบบเบรกจะเป็นแบบน้ำมันโดยใช้ลมช่วย หรือเป็นแบบเบรกลมมีเบรกไอเสียช่วย กระบะอาจจะเป็นกระบะไม้หรือกระบะเหล็กก็ได้ 2.  รถกระบะเทท้าย (rear dump truck) ที่ใช้สำหรับงานก่อสร้างจะแบ่งออกเป็น 2 ชนิดคือ… Read More »

ลิฟต์ที่ใช้ในงานก่อสร้าง

ลิฟต์ ลิฟต์ที่ใช้ในงานก่อสร้างโดยทั่วไปจะเป็นงานก่อสร้างในอาคารสูงซึ่งเป็นลิฟต์ที่ใช้ในการส่งคนและวัสดุก่อสร้าง หรืออาจจะเป็นลิฟต์ที่ใช้เฉพาะส่งวัสดุเพียงอย่างเดียว เช่น ลิฟต์ที่ ใช้ในการขนส่งคอนกรีต เป็นต้น ส่วนประกอบของลิฟต์ที่ใช้ในงานก่อสร้างจะต้องมีโครงในแนวตั้งทำหน้าที่เป็นรางในแนวดิ่งบังคับให้ห้องส่งของหรือห้องโดยสารเลื่อนขึ้นลงในแนวของโครง โครงในแนวตั้งนี้จะยึดติดกับพื้นและจะยึดติดกับตัวอาคารที่ทำการก่อสร้างด้วยเพื่อเพิ่มความแข็งแรง นอกจากโครงในแนวตั้งแล้วลิฟต์ก็จะต้องประกอบด้วยห้องโดยสารหรือห้องส่งของ โดยทั่วไปทำเป็นห้องสี่เหลี่ยมกั้นโดยรอบด้วยตะแกรงลวดตาข่ายมีประตูปิดเปิดซึ่งมีระบบล็อกด้วยแม่เหล็กไฟฟ้า เพื่อป้องกันการเปิดประตูในขณะลิฟต์เคลื่อนที่ โดยประตูจะเปิดได้เมื่อลิฟต์จอดสนิทเท่านั้น การยกห้องโดยสารหรือห้องส่งของขึ้นลงจะกระทำด้วยชุดกว้านที่ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าทำหน้าที่กว้านเคเบิลหรือลวดสลิงที่ใช้ยกห้องโดยสารหรือห้องส่งของ โดยชุดกว้านนี้จะมีระบบเบรกที่ใช้ในการหยุดลิฟต์ นอกจากนี้ก็จะมีตัวปลดเบรก ในกรณีที่ไฟฟ้าดับ ถ้าลิฟต์ค้างอยู่ตอนบนก็สามารถที่จะบังคับให้ลิฟต์เคลื่อนลงด้วยนํ้าหนักของตัวเองและจะมีเบรกฉุกเฉิน (em­ergency safety brake) เพื่อทำหน้าที่ในกรณีที่เบรกของชุดกว้านไม่ทำงานและลิฟต์เคลื่อนลงเร็วกว่าความเร็วปกติ เบรกฉุกเฉินนี้จะทำหน้าที่หยุดลิฟต์ทันที ขนาดของลิฟต์นิยมกำหนดด้วยนํ้าหนักที่ยกขึ้นได้ซึ่งจะขึ้นอยู่กับความแข็งแรงของโครงสร้างของตัวลิฟต์และขนาดของตัวกว้าน การเลือกขนาดของลิฟต์จึงต้องคำนึงถึงความต้องการ ในการขนคนหรือวัสดุขึ้นไปในแต่ละเที่ยว

เทาเวอร์เครนงานก่อสร้างอาคาร

เทาเวอร์เครน (tower crane) เป็นเครื่องยกหรือปั้นจั่นประเภทหนึ่งที่นิยมใช้ในงานก่อสร้างอาคารสูง สำหรับยกวัสดุต่าง ๆ ขึ้นไปในที่สูงตามจุดต่าง ๆ ที่ต้องการ เช่น การยกบุ้งกี๋คอนกรีตขึ้นไปเท การยกคานที่หล่อสำเร็จขึ้นไปวางในตำแหน่งที่ต้องการ เทาเวอร์เครนจะเหมาะสำหรับงานก่อสร้างขนาดใหญ่และสูงโดยเฉพาะอาคารที่สูงตั้งแต่ 10 ชั้นขึ้นไป เทาเวอร์เครนที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบันสามารถแบ่งไต้ตามลักษณะของการติดตั้งเป็นแบบติดตั้งบนรถ (mobile crane) แบบติดตั้งบนราง (rail mounted) และแบบติดตั้งอยู่กับที่ (stationary) เทาเวอร์เครนทั้ง 3 แบบจะมีลักษณะของโครงสร้างคล้าย ๆ กัน คือจะประกอบด้วยโครงสร้าง ในแนวตั้ง มีลักษณะเป็นหอสูงซึ่งมีขนาดความสูงหลายขนาด แล้วแต่ขนาดของเทาเวอร์เครน และความต้องการในการใช้งานโดยทั่วไปเทาเวอร์เครนขนาดหนึ่ง ๆ สามารถที่จะต่อความสูง ของหอหรือโครงสร้างในแนวตั้งได้ตามความต้องการของงาน แต่ก็จะมีขีดจำกัดอันหนึ่งตามขนาด ของตัวโครงสร้าง ที่ส่วนบนของโครงสร้างในแนวตั้งก็จะมีโครงสร้างในแนวนอนติดตั้งไว้มีลักษณะเป็นแขน โดยแขนในแนวนอนนี้จะติดตั้งอยู่บนแป้นหมุนที่สามารถหมุนได้รอบตัวและแขนในแนวนอนนิยมทำเป็นสองส่วน คือส่วนของแขนที่ใช้ในการยกของ และส่วนของแขนถ่วงซึ่งอยู่ตรงกันข้ามกับแขนที่ใช้ในการยกของ ที่ปลายของแขนถ่วงจะใช้ก้อนนํ้าหนักถ่วง โดยทั่วไปจะใช้แท่งคอนกรีต การใช้แท่นถ่วงนี้ก็เพื่อที่จะให้การทรงตัวของเทาเวอร์เครนในการยกนํ้าหนักดียิ่งขึ้น สำหรับด้านบนของแขนในแนวนอนทั้งสองส่วนจะมีแท่งเหล็กโยงยึดแขนเข้ากับปลายของหอ หรือโครงสร้างในแนวตั้งเพื่อเพิ่มความแข็งแรงของแขนในแนวนอนดังกล่าว นอกจากตัวโครงสร้างแล้ว เทาเวอร์เครนก็จะต้องมีชุดเครื่องยก ชุดหมุนแขนยก และห้องควบคุม ชุดเครื่องยกโดยทั่วไปจะประกอบด้วยเคเบิลหรือลวดสลิงที่ร้อยผ่านชุดรอกต่าง ๆ  และตัวกว้าน ตัวกว้านมีลักษณะเป็นดรัม… Read More »

ปั้นจั่นงานก่อสร้างและโครงสร้าง

ปั้นจั่น ปั้นจั่น (crane) เป็นเครื่องมือกลที่ใช้ในการยกและเคลื่อนย้ายวัสดุแข็งขนาดใหญ่สำหรับงานก่อสร้างอาคารและโครงสร้าง และสำหรับงานขึ้นของลงของทั่ว ๆ ไป ปั้นจั่นจะประกอบด้วยส่วนสำคัญ 2 ส่วน คือ  ส่วนของเครื่องยก (hoisting machinery) และส่วนของเสาหรือแขนยกหรือคาน เครื่องยกหรือชุดกว้านจะประกอบด้วยดรัมซึ่งจะถูกขับเคลื่อนโดยกำลังจากเครื่องยนต์ หรือมอเตอร์ไฟฟ้า โดยดรัมจะกว้านสลิงขึ้นลงโดยผ่านชุดรอกต่าง ๆ ปั้นจั่นที่ใช้งานในการยกและเคลื่อนย้ายวัสดุในปัจจุบันมีหลายชนิดและประเภทซึ่งพอ ที่จะแบ่งตามลักษณะต่าง ๆ ได้คือ 1.  แบ่งตามลักษณะของการเคลื่อนที่ของเสา หรือแขนยก หรือคาน ซึ่งจะแบ่งเป็น 1.1 traveling crane ประกอบด้วยคานซึ่งปลายทั้งสองของคานจะเป็นลูกล้อที่เคลื่อนที่ไปบนราง โดยปกติแล้วจะเป็นรางซึ่งยกสูงสำหรับชุดกว้านหรือเครื่องยกก็จะเคลื่อนที่ไปมาได้ ในแนวของคานตามรูปที่ 12.9 ปั้นจั่นชนิดนี้ส่วนใหญ่จะใช้งานยกภายในอาคาร 1.2 gantry crane เป็นปันจั่นซึ่งปรับปรุงมาจาก traveling crane เพื่อจะนำไปใช้ งานภายนอกอาคาร ตัวคานจะมีขาสองด้านซึ่งขาก็จะมีลูกล้อที่จะใช้เลื่อนไปบนรางหรือเลื่อนไปบนพื้น ส่วนชุดกว้านหรือเครื่องยกก็จะเคลื่อนที่ไปมาได้เช่นเดียวกับ traveling crane และชุดกว้านโดยทั่วไปก็จะเป็นแบบกว้านไฟฟ้า สำหรับขนาดเล็กอาจจะเป็นกว้านแบบใช้คนดึงหรือ ใช้คนหมุนก็ได้ 1.3  rotory crane ปั้นจั่นแบบนี้อาจจะมีแขน… Read More »

เครื่องจักรกลงานคอนกรีต

คอนกรืตเป็นวัสดุที่ใช้ทำชิ้นส่วนที่ใช้ในการก่อสร้าง เช่น เสา พื้น และคาน ซึ่งในปัจจุบัน คอนกรีตยังเป็นที่นิยมอยู่มาก ทั้งนี้เนื่องจากความคงทนแข็งแรงและราคาถูก คอนกรีตทั่วไปจะประกอบด้วยซีเมนต์ กรวดหรือหิน ทราย และนํ้า ผสมเข้าด้วยกัน บางครั้งอาจจะใส่ตัวเติมเพื่อวัตถุประสงค์พิเศษ เช่น ให้แข็งตัวเร็ว หรือลดการแยกตัวอีกก็ได้ สำหรับสัดส่วนของส่วนประกอบ ของคอนกรีต จะขึ้นอยู่กับคุณสมบัติของคอนกรีตที่ต้องการ ซึ่งจำเป็นจะต้องมีการออกแบบโดย กำหนดสัดส่วนของส่วนประกอบและชนิดของส่วนประกอบที่แน่นอน เพื่อจะให้ได้คอนกรีตที่มีคุณสมบัติตามต้องการ เมื่อกำหนดสัดส่วนและชนิดของส่วนประกอบที่แน่นอนได้แล้ว การที่จะได้มาซึ่งงานคอนกรีตนั้นก็จะเป็นไปตามผังขบวนการงานคอนกรีตที่ประกอบด้วยขั้นตอนต่าง ๆ คือ 1.  การจัดปริมาณของส่วนผสม (batching the materials) ก็คือการควบคุมให้ปริมาณของส่วนประกอบแต่ละชนิดที่จะส่งไปยังเครื่องผสมมีปริมาณตามที่กำหนด ซึ่งการจัดปริมาณของส่วนผสมนี้อาจกระทำโดยการควบคุมปริมาตรหรือนํ้าหนักก็ได้ แต่การควบคุมโดยนํ้าหนักนั้นจะเชื่อถือได้มากกว่าการควบคุมโดยปริมาตร ดังนั้นถ้าจะควบคุมโดยนํ้าหนัก การจัดปริมาณของส่วนผสมก็จำเป็นจะต้องมีเครื่องชั่ง 2.  การผสม (mixing) ก็คือ การนำเอาส่วนประกอบที่จัดได้อย่างพอเหมาะแล้วมาคลุก ข้าด้วยกัน และจะรวมถึงการเติมนํ้าด้วยปริมาณที่พอเหมาะ เพื่อให้นํ้าผสมกับซีเมนต์และทำให้ของผสมทั้งหมดที่เรียกว่าคอนกรีตสามารถเปลี่ยนรูปร่างเพื่อจะหล่อเป็นชิ้นส่วนตามรูปร่างที่ต้องการได้ การผสมอาจจะทำได้โดยแรงคนหรืออาจจะใช้เครื่องจักรที่นิยมใช้กันมากก็คือโม่ ซึ่งจะหมุนเพื่อให้ส่วนประกอบต่าง ๆ ที่อยู่ภายในผสมเข้าเป็นเนื้อเดียวกัน 3.  การลำเลียงและขน (handling and transporting) หมายถึงการรับคอนกรีตออกจากที่ผสมหรือโม่แล้วขนไปเทยังที่ที่กำหนด… Read More »

ประเภทของเครื่องตอกเสาเข็มงานก่อสร้าง

เสาเข็มก็คือส่วนของโครงสร้างที่ตอกลงบนพื้น เพื่อใช้รองรับแรงกดของตัวอาคาร สะพาน หรือสิ่งก่อสร้างอื่น ๆ ซึ่งจะใช้ในกรณีที่พื้นไม่สามารถรองรับแรงดังกล่าวได้ เสาเข็ม อาจจะเป็นไม้ เหล็ก หรือคอนกรีต ซึ่งจะมีขนาดและความยาวตามสภาพของพื้นและแรงกดที่จะต้องรับ เครื่องตอกเสาเข็ม (pile-driving equipment) ที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบันจะแบ่งออกเป็น 2 ประเภทคือ 1.  เครื่องตอกเสาเข็มแบบกระแทก (impact-type hammer) ซึ่งจะมีชนิดต่าง ๆ คือ 1.1  ชนิดใช้ตุ้มนํ้าหนักปล่อยลงมากระแทก (drop hammer) 1.2  ชนิดฆ้อนลม (air-powered hammer) คือจะใช้ลมดันฆ้อนให้เคลื่อนที่ขึ้นในกระบอก แล้วให้ปล่อยให้ตกลงมากระแทก และ 1.3  ชนิดฆ้อนดีเซล (diesel pile hammer) จะใช้ความดันที่เกิดจากการจุดระเบิด ของนํ้ามันดีเซลในการกระแทกเสาเข็มให้จมลงบนพื้น 2.  เครื่องตอกเสาเข็มแบบสั่นสะเทือน (vibratory hammer) ซึ่งจะแตกต่างจากเครื่องตอกเสาเข็มแบบกระแทก โดยที่เครื่องตอกเสาเข็มแบบสั่น สะเทือนจะใช้แรงกดด้วยความถี่สูงซึ่งอาจจะใช้แรงกด 15-100 ครั้งต่อวินาที แต่ถ้าเป็นเครื่องตอกเสาเข็มแบบกระแทกจะมีการกระแทกหนึ่งหรือสองครั้งต่อวินาทีเท่านั้น การสั่นสะเทือนนี้เกิดขึ้นโดยการหมุนของเพลาลูกเบี้ยวซึ่งถูกขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฮดรอลิกหรือมอเตอร์ไฟฟ้า

เครื่องสูบน้ำที่นิยมใช้ในงานก่อสร้าง

เครื่องสูบนํ้า ในงานก่อสร้างทั่ว ๆ ไปจะต้องใช้เครื่องสูบนํ้า เพื่อสูบและส่งนํ้าไปใช้งานก่อสร้างและ เพื่อที่จะสูบน้ำออกจากบริเวณที่ไม่ต้องการให้มีนํ้า ซึ่งลักษณะการใช้งานของเครื่องสูบนํ้าที่สำคัญ ๆ มีดังต่อไปนี้ 1.  สูบนํ้าออกจากบริเวณที่จะทำการก่อสร้าง เช่น บริเวณที่ขุดเพื่อจะทำฐานราก และ ร่องที่จะวางท่อ เป็นต้น 2.  สูบนํ้าออกจากบริเวณโดยรอบของบริเวณที่จะขุดในกรณีที่ระดับนํ้าใต้ดินสูง เพื่อจะลดระดับนํ้าใต้ดินลง 3.  สูบนํ้าไปใช้สำหรับงานคอนกรีตหรืองานบดอัด สำหรับการเลือกชนิดและขนาดเพื่อใช้ในงานดังกล่าวข้างต้น จะต้องคำนึงถึงปัจจัยที่ สำคัญคือ 1.  ปริมาณนํ้าที่ต้องการสูบซึ่งประมาณได้จากลักษณะและรายละเอียดของงานที่ต้องสูบนํ้าออกหรือส่งนํ้าไปใช้ 2.  คุณภาพของนํ้าที่จะสูบ เช่น มีสิ่งสกปรกมากน้อยเพียงใด เป็นต้น 3.  ความสูงของนํ้าจากระดับที่จะสูบจนถึงระดับที่จะส่งโดยรวมการสูญเสียเนื่องจาก ความฝืดในระบบท่อด้วย สำหรับชนิดของเครื่องสูบนํ้าที่นิยมใช้ในการก่อสร้างมีอยู่ 3 ชนิดคือ 1.  เครื่องสูบน้ำหอยโข่ง (centrifugal pump) เป็นเครื่องสูบนํ้าที่อาศัยการหมุนของใบพัดเหวี่ยงให้นํ้าออกไปด้านทางออก ซึ่งเป็นผล ให้ความดันตรงกลางของใบพัดลดลงตํ่ากว่าความดันบรรยากาศ น้ำก็จะไหลเข้าใบพัดที่ทางดูด เครื่องสูบนํ้าหอยโข่งที่ใช้ในการก่อสร้างอาจจะเป็นแบบขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซินสำหรับเครื่องสูบนํ้าขนาดเล็ก หรืออาจจะเป็นแบบขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ดีเซลสำหรับเครื่องสูบนํ้าขนาดใหญ่ หรืออาจจะเป็นแบบขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า ซึ่งสามารถใช้กับเครื่องสูบน้ำทั้งขนาดเล็กขนาดใหญ่ เครื่องสูบนํ้าหอยโข่งที่ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าที่ใช้สูบน้ำออกจากบริเวณที่ทำการก่อสร้าง นิยมใช้แบบที่ตัวเครื่องสูบและมอเตอร์ไฟฟ้าจุ่มลงในนํ้าที่จะสูบออก (submersible pump) ซึ่งทำให้สะดวกในการใช้งานที่ไม่ต้องมีท่อดูด และทำให้สามารถสูบนํ้าออกจากบริเวณที่จะก่อสร้าง… Read More »

เครื่องอัดอากาศสำหรับงานก่อสร้าง

เครื่องจักรกล งานก่อสร้างประเภทอื่น ๆ นอกจากเครื่องจักรกลงานก่อสร้างที่ได้กล่าวไว้แล้วในบทต่าง ๆ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นเครื่องจักรกลงานดิน ยังมีเครื่องจักรกลประเภทอื่น ๆ อีกที่ใช้ในงานก่อสร้างคือ เครื่องจักรกลงานย้ายวัสดุแข็งขนาดใหญ่ ได้แก่ รถเครน รถยก และลิฟต์ เครื่องจักรกลงานย้ายวัสดุแข็งขนาดเล็ก ได้แก่ เครื่องลำเลียง เครื่องจักรกลงานผสมวัสดุ ได้แก่ เครื่องผสมคอนกรีต และเครื่องผสมแอสฟัลต์ เครื่องจักรกลสำหรับเคลื่อนย้ายของไหล ได้แก่ เครื่องอัดอากาศ เครื่องสูบนํ้า และปั๊มคอนกรีต เครื่องจักรกลงานเจาะและตอก ได้แก่ เครื่องเจาะหลุม และเครื่องตอกเสาเข็ม รถบรรทุกประเภทต่าง ๆ และเครื่องจักรกลงานทำและซ่อมผิวพื้น ได้แก่ เครื่องขูดผิวแอสฟัลต์ เครื่องปูผิวแอสฟัลต์ และเครื่องปูผิวคอนกรีต เครื่องจักรกลประเภทต่าง ๆ ดังกล่าวข้างต้นที่ ใช้งานกันแพร่หลายสำหรับงานก่อสร้างในประเทศเราก็จะมีเครื่องอัดอากาศ เครื่องสูบนํ้า เครื่องตอกเสาเข็ม เครื่องจักรกลงานคอนกรีต เครนประเภทต่าง ๆ รถยก และรถบรรทุกประเภท ต่าง ๆ เครื่องอัดอากาศ เครื่องอัดอากาศสำหรับก่อสร้างก็จะใช้เป็นตัวกำเนิดกำลังอากาศในรูปของอัตรา การไหลและความดันของอากาศเพื่อนำไปใช้กับอุปกรณ์ที่ทำงานด้วยอากาศต่าง ๆ เช่น… Read More »

รถบดอัดของบริษัทผู้ผลิตต่าง ๆ

รถบดอัดของบริษัทผู้ผลิตต่างๆ มีรายละเอียดที่สำคัญตามตารางที่ 11.2

ปริมาณงานที่เครื่องบดอัดสามารถทำได้

ปริมาณงานที่เครื่องบดอัดจะทำได้นั้นจะขึ้นอยู่กับขนาดของลูกกลิ้ง ความเร็วของเครื่องบดอัด ความสูงของชั้นของการบดอัด จำนวนครั้งที่จะต้องบดอัด และประสิทธิภาพของการทำงานซึ่งสามารถเขียนเป็นสมการได้คือ P = DxTxLxCxE N เมื่อ P คือ ปริมาณงานในหน่วยปริมาตรของดินที่บดอัดต่อชั่วโมง ในหน่วย อังกฤษก็จะเป็นลูกบาศก์หลาต่อชั่วโมง ในหน่วยเมตริกก็จะเป็น ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง D คือ ความกว้างของลูกกลิ้ง ในหน่วยอังกฤษเป็นนิ้ว ในหน่วยเมตริกเป็น เซนติเมตร T คือ ความเร็วของเครื่องบดอัด ในหน่วยอังกฤษเป็นไมล์ต่อชั่วโมง ในหน่วย เมตรตริก เป็นกิโลเมตรต่อชั้วโมง L คือ ความสูงของชั้นดินที่จะบดอัด (Lift) ในหน่วยอังกฤษเป็นนิ้ว ในหน่วย เมตริกเป็น เซนติเมตร C คือ ตัวเปลี่ยนหน่วย ในหน่วยอังกฤษเท่ากับ 1.36 ในหน่วยเมตริกเท่ากับ 0.01 N คือ จำนวนครั้งของการบดอัด (Passes) เพื่อจะให้ได้ความหนาแน่นที่ ต้องการ E คือ ประสิทธิภาพของการทำงานเป็นทศนิยม ตัวอย่างการคำนวณหาปริมาณของเครื่องบดอัด… Read More »