Other เรื่องอื่นๆ Archives

ข่าววันนี้แสดงให้เห็นถึงความสำคัญ ในการสอนให้เด็กรู้จักเอาตัวรอดและช่วยเหลือชีวิตผู้อื่น เมื่อถึงคราวจำเป็น

เหตุการณ์เกิดขึ้นในวันที่ 11 เมษายน 2555 ขณะที่นักเรียนทั้งหมด 16 คนกำลังเดินทางกับรถบัส จู่ๆเหตุไม่ตคาดคิดก็เกิดขึ้น เมื่อคนขับรถหัวใจวายกระทันหัน

เด็กชายเจเรมี วิทส์ชิค นักเรียนวัย 13 ขวบ จากโรงเรียนมัธยมมิลตัน ในรัฐวอชิงตัน  ได้รีบเข้าไปจับพวงมาลัยรถและควบคุมรถเข้าสู่เส้นทาง จากนั้นก็ดับเครื่อง แล้วทำ CPR ช่วยชีวิตคนขับรถที่หัวใจวาย

เมื่อดูจากกล้องวงจรปิดจะพบว่า ขณะที่เจเรมี กำลังแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน ทุกคนบนรถก็สามารถควบคุมตนเอง ไม่ให้ตื่นตระหนก

ทั้งหมดนี้คือประโยชน์อย่างแท้จริงของการฝึกให้เด็กรู้จักการแก้ปัญหาเมื่ออยู่ในสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งในต่างประเทศจะมีการอบรมเรื่องเหล่านี้ในโรงเรียนให้กับเด็กๆ ไม่ว่า จะเรื่องการใช้อุปกรณ์ดับเพลิง การหนีไฟ การทำCPR เป็นต้น

เมื่อช่วงเย็นวันจันทร์ที่ผ่านมา หญิงสาวชาวจีน ที่มีนามว่า หยาง ได้เสียชีวิตแล้ว หลังจากต้องทนทุกข์กับการบาดเจ็บถึงหนึ่งสัปดาห์ เนื่องจากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นขณะเดินบนทางเดินในกรุงปักกิ่ง

อุบัติเหตุเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2555  ขณะที่หยาง กำลังเดินทางไปยังที่ทำงานของเธอพร้อมเพื่อนร่วมงาน โดยทั้งคู่ได้เดินไปตามฟุตบาท แต่ทันใดนั้นเองเหตุการณ์ไม่คาดคิดได้เกิดขึ้น จู่ๆพื้นฟุตบาทก็ทรุดตัวลง ทำให้หยางตกลงไปในบ่อน้ำร้อนที่กำลังเดือด

ร่างของหยางจมอยู่ในน้ำร้อนเกือบทั้งตัว ก่อนจะถูกดึงขึ้นมาและนำส่งโรงพยาบาล อย่างไรก็ดีการบาดเจ็บของเธอสาหัสเกินกว่าจะรักษา ในท้ายที่สุดเธอก็ต้องจากโลกนี้ไป

จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุ น้ำร้อนดังกล่าวมาจากการรั่วไหลของท่อน้ำร้อนที่ต่อไปยังหอพักแห่งหนึ่งในบริเวณใกล้เคียง ซึ่งการรั่วไหลดังกล่าวทำให้เกิดการขังตัวของน้ำร้อนใต้พื้นฟุตบาท ซึ่งมีผลทำพื้นถนนดังกล่าวทรุดตัว

ช่วงนี้ หลายท่านคงได้ยินคำว่า เรื่องนี้ถึงครูอังคณาแน่ ในเฟสบุ๊ค และ ทวิตเตอร์เต็มไปหมด

ที่มาของเรื่อง คือ มีเด็กชายคนหนึ่ง เรียนอยู่ในชั้น ม.1/9 ซึ่งเพื่อนๆก็ได้สร้างกรุ๊ปขึ้นมาพูดคุยสื่อสารกันในเฟสบุ๊ค ต่อมาเด็กชายคนนี้ถูกแบนออกจากกรุ๊ปที่สร้าง เนื่องจากมักจะเข้าไปคอมเม้นท์จุดจุดจุด ทุกข้อความ สร้างความรำคาญให้เพื่อนสมาชิก

เมื่อโดนไล่ออกจากกรุ๊ป เด็กชายดังกล่าวรู้สึกปวดใจอย่างมาก ไม่เข้าใจว่าตนเองทำผิดอะไร จึงอัดคลิปวีดีโอ เพื่อถ่ายทอดความรู้สึก นั่นคือที่มาของประโยคว่า เรื่องนี้ถึงครูอังคณาแน่ มาติดตามชมคลิปวีดีโอดังกล่าวกันครับ

เรื่องทั้งหมดของประโยคเด็ด ก็มีด้วยประการฉะนี้

หูฟังของหมอเรียกว่า

เวลาที่เราไปโรงพยาบาล มักจะเห็นหมอสวมหูฟัง เพียงฟังเสียงการเต้นหัวใจของเรา หลายคนสงสัยว่าหูฟังของหมอเรียกว่าอะไร

หูฟังของหมอดังกล่าว มีชื่อเรียกว่า สเตโทสโคป (Stethoscope) มีหน้าที่ช่วยหมอในการฟังเสียงจากภายในของร่างกาย โดยส่วนมากใช้ฟังเสียงจากปอด และชีพจรการเต้นของหัวใจ นอกจากนี้ก็ยังใช้ในการฟังเสียงจากลำไส้ และการไหลเวียนของเลือด ทั้งในหลอดเลือดแดงและหลอดเลือดดำ

สเตโทสโคป ถูกประดิษฐ์ขึ้นมาครั้งแรกในประเทศฝรั่งเศส เมื่อปี ค.ส. 1816 โดยผู้ที่คิดค้นและสร้างขึ้นมามีชื่อว่า นาย เรเน เลเน็ค เป็นนายแพทย์อยู่ที่ โรงพยาบาล Necker-Enfants Malades ในปารีส ซึ่งมีลักษณธเป็นท่อไม้ ดูรูปร่้างแล้วคล้ายกับเครื่องดนตรี ที่มีชื่อว่า ทรัมเปท เป็นอย่างมาก (ดูรูปด้านล่าง)

หูฟังของหมอรุ่นแรก

ปัจจุบัน สเตโทสโคป ถือเป็นอุปกรณ์สำคัญประจำตัวของหมอเลยทีเดียว เรามักจะเห็นหมอหลายท่านที่มีคนไข้มาตรวจรักษาโรคจำนวนมาก แขวนสเตโทสโคป อยู่ติดกับคอ แทบจะตลอดเวลาที่ทำงาน

สเตโทสโคป มีหลายประเภท แบ่งเป็นแบบ อะคูสติก และ อิเล็กทรอนิค (อย่าเข้าใจผิดว่าเป็นเครื่องดนตรี แค่แบ่งประเภทคล้ายกัน)

โดยที่เห็นส่วนใหญ่จะเป็นแบบอะคูสติก

ออกซิเจนเป็นตัวช่วยให้เกิดการลุกไหม้ ถ้าขาดออกซิเจนเสียแล้วจะไม่เกิดการลุกไหม้ขึ้น ในงานเชื่อมแก๊สจำเป็นจะต้องมีออกซิเจนช่วยในการเผาไหม้ ความร้อนที่เกิดจากการเผาไหม้ระหว่างแก๊สออกซิเจนและอะเซทิลีนเมื่อมีอัตราส่วน 1 ต่อ 1 จะให้ความร้อนสูงถึง 3,200

ออกซิเจน ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น ไม่มีรส มีอยู่ในบรรยากาศประมาณ 21 เปอร์เซ็นต์ แต่การใช้ในงานเชื่อมจำเป็นจะต้องใช้ออกซิเจนที่สะอาดบริสุทธิ์จึงจะช่วยให้ความร้อนในการเผาไหม้สูงขึ้น

safety115 - 0005

ทฤษฎีการเตรียมออกซิเจน

  • เตรียม โดยการแยกตัวออกจากน้ำด้วยไฟฟ้า

โดยใช้กระแสไฟฟ้าผ่านลงไปในนํ้า แก๊สออกซิเจนและไฮโดรเจนจะแยกตัวออกจากกัน เพราะนํ้าเป็นสารประกอบระหว่างออกซิเจนและไฮโดรเจนในอัตรา 1 ต่อ 2 โดย ปริมาตร

safety116

  • เตรียมได้จากอากาศเหลว โดยอากาศผ่าน เข้าในถังผลิตแล้วอัดให้มีความดันสูง ขณะเดียวกันก็ลดอุณหภูมิลงประมาณ —200°c อากาศจะเปลี่ยนเป็นของเหลวแล้วส่งไปแยก ตัวโดยลดอุณหภูมิลงไนโตรเจนจะระเหยที่ อุณหภูมิ —196°c และออกซิเจนระเหยที่อุณหภูมิ — 183°c เมื่อจุดระเหยต่างกันก็สามารถแยกออกซิเจนออกมาใช้ได้ นำไปบรรจุขวดต่อไป

ขวดออกซิเจน

ขวดออกซิเจนทำจากเหล็กกล้าไม่มีตะเข็บ

ที่หัวมีจุกวาล์วปิดและเปิด มีฝาครอบป้องกัน

ในการขนย้าย ขวดมาตรฐานมีขนาดบรรจุ

ภายใน 40 ลิตร ขวดสามารถอัดลงไปได้ 150

บรรยากาศ (150 กก./ซม2) ขวดจึงสามารถ

บรรจุได้ 40X150 = 6,000 ลิตร

การป้องกันอุบติภัยในการใช้ออกซิเจน

  • อย่าให้น้ำมันเชื้อเพลิง นํ้ามันเครื่อง และ จาระบีถูกหรือเปื้อนขวด เพราะออกซิเจน ทำปฏิกิริยากับนํ้ามันจะเกิดการระเบิดขึ้น
  • ขวดออกซิเจนบรรจุความดันไว้สูง เวลาเปิดก๊อกขวดต้องเปิดช้า ๆ อย่างระมัดระวัง และเปิดเพียงรอบเดียวก็พอ
  • เวลาตั้งขวดออกซิเจนควรตั้งติดข้างฝาผนัง และมีสายรัดเพื่อกันล้ม
  • อย่าวางขวดไว้ใกล้แหล่งความร้อนหรือวางขวดตากแดด
  • อย่ายืนในทิศที่ออกซิเจนออกขณะเปิดขวด
    • ใช้เสร็จแล้วปิดจุกหัวขวดทันที

การเชื่อมโลหะด้วยแก๊สออกซิเจนอะเซทิลีน เป็นการเชื่อมซึ่งจัดอยู่ในประเภทงานเชื่อมหลอมเหลววิธีหนึ่ง แหล่งความร้อนที่ให้กับชิ้นงานได้จากพลังงานทางเคมีซึ่งเกิดจากการเผาไหม้ระหว่างแก๊สอะเซทิลีน ซึ่งเป็นแก๊สเชื้อเพลิงและแก๊สออกซิเจน อุณหภูมิจากการเผาไหม้ นั้นสูงมากพอที่จะหลอมละลายโลหะงานได้ การเผาไหม้จะสมบูรณ์มากหรือน้อยขึ้นอยู่กับความบริสุทธิ์ของแก๊สทั้งสองและอัตราส่วนผสมที่พอเหมาะ ถ้าแก๊สทั้งสองบริสุทธิ์และอัตราส่วนที่เหมาะสม เกิดการเผาไหม้ที่สมบูรณ์ ให้ความร้อนสูงถึง 3,200 °ซ และจะไม่มีเขม่าหรือควัน

ปัจจุบันงานเชื่อมโลหะด้วยวิธีนี้สามารถเชื่อมโลหะได้แทบทุกชนิด มีหลักการที่ไม่ยุ่งยาก และมีข้อดีกว่างานเชื่อมหลอมเหลวอื่น ๆ เพราะแหล่งกำเนิดความร้อนชิ้นงานที่จะเชื่อม และลวดเชื่อมแยกจากกัน ทำให้ปฎิบัติงานเป็นไปด้วยความสะดวกรวดเร็ว นอกจากนั้นความดันของแก๊สจากเปลวไฟเชื่อม ยังสามารถใช้เป็นตัวควบคุมน้ำโลหะที่กำลังหลอมเหลวในขณะ ที่เชื่อมตำแหน่งต่าง ๆ ได้ดีอีกด้วย อีกประการหนึ่ง เปลวไฟชั้นนอกจะทำหน้าที่เป็นม่านบังอากาศบริเวณรอบ ๆ ซึ่งจะเป็นส่วนป้องกันไม่ให้ออกซิเจนจากบรรยากาศเข้าไปรวมตัวกับนํ้าโลหะที่แนวเชื่อมได้ แนวเชื่อมจะมีความแข็งแรงมาก นอกจากนั้นเครื่องมือและอุปกรณ์ที่ใช้ในการเชื่อมก็ไม่ยุ่งยาก และราคาไม่แพงและสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายน้อย

เชื่อมเหล็กเหนียวด้วยแก๊ส

safety115 - 0002

งานเชื่อมโลหะด้วยแก๊สสองชนิดนี้ สามารถใช้เชื่อมโลหะขนาดบางมากไปจนถึงขนาด หนาประมาณ 20 มม. แต่ในทางปฏิบัติแล้ว นิยมใช้เชื่อมชิ้นงานขนาดเล็กหรือบางเท่านั้น ชิ้นงานที่หนามักจะเชื่อมโดยการอาร์กด้วยไฟฟ้าหรือวิธีอื่นซึ่งจะสะดวกกว่า โดยเฉพาะถ้าเป็นเหล็กเหนียวทั่ว ๆ ไป สามารถเชื่อมได้โดยไม่มีข้อยุ่งยากใด ๆ แต่ถ้าเป็นโลหะอื่นนอกเหนือออกไปจำเป็นต้องใช้ฟลักซ์ (Flux) ช่วยในขณะเชื่อมประกอบกับการใช้เทคนิคใน การเชื่อมที่แตกต่างกันออกไปด้วย โลหะดังกล่าวนั้น เช่น ทองเหลือง ทองแดง อะลูมิเนียม สแตนเลส ฯลฯ

อะเซทิลีนผลิตใช้เอง

ถังผลิตแก๊สหรือถังเตรียมใช้เอง มีหลายแบบและขนาดต่าง ๆ ถันตามขนาดและความต้องการของปริมาณแก๊สที่ใช้การผลิตโดยนำเอาสารแคลเซียมคาร์ไบด์ซึ่งมีลักษณะเป็นก้อน ๆ สีเทา ๆ มาจุ่มลงในน้ำ ก็จะได้แก๊ส อะเซทิลีน

ตามทฤษฏี แก๊สแคลเซียมคาร์ไบด์ 1 กก. จะผลิตอะเซทิลีน 350 ลิตร แต่ทางปฏิบัติจะผลิตแก๊สอะเซทิลีนเฉลี่ยไดไม่เกิน 300 ลิตร แคลเซียมคาร์ไบต์+นํ้า = แก๊สอะเซทิลีน+ขี้แก๊ส

safety115 - 0003

ส่วนประกอบของถังผลิตใช้เอง

  • โครงถังผลิตภายนอกทำด้วยแผ่นเหล็กอาบสังกะสี
  • แคลเซียมคาร์ไบด์บรรจุในรางที่ถอดออกเปลี่ยนได้
  • ท่อป้องกันไฟกลับ
  • ประตูนํ้าที่ปล่อยน้ำเข้ารางบรรจุแคลเซียมคาร์ไบด์
  • เกจสำหรับวัดความดันแก๊ส
  • ทางแก๊สออกไปใช้งาน

สำหรับถังผลิตแบบอื่น ๆ ก็จะมีส่วนประกอบลักษณะคล้าย ๆ กัน บางถังอาจมีเกจวัด เพื่อดูว่ามีแก๊สอยู่ในถังเท่าไร หรือบางชนิด อาจมีลิ้นระบายแก๊สเพื่อป้องกันไม่ให้มีความดันสูงจนเกินไป เป็นต้น

อะเซทิลีนบรรจุขวดสำเร็จ

อะเซทิลีนบรรจุขวดสำเร็จ สะดวกในการใช้ สูญเสียน้อย แต่อาจไม่สะดวกในการจัดซื้อเพราะอยู่ห่างแหล่งจำหน่าย

ขวดอะเซทิลีนทั่วไปทาสีเหลือง อะเซทิลีน บรรจุเต็มขวด 15.บรรยากาศ (15 kg/cm2) การจะนำแก๊สอะเซทิลีนบรรจุขวดสำเร็จรูป จะต้องมีเทคนิคและมีสารช่วยดูดซึมเก็บอะเซทิลีนภายในขวดด้วย สารนั้นเรียกว่า อะซิโตน อะซิโตน 1 ลิตรจะช่วยดูดซึมอะเซทิลีนได้ 25 ลิตร ในขวดมาตรฐานจะบรรจุอะซิโตนอยู่ 16 ลิตร

ปริมาณแก๊สบรรจุ = 16X25X15 = 6,000 ลิตร

การป้องกันอุบัติภัยในการใช้แก๊สอะเซทิลีน

เนื่องจากแก๊สอะเซทิลีนเป็นแก๊สที่ไวไฟมาก การทำงานเชื่อมจึงต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ อย่าฝ่าฝืนกฎในการทำงานเป็นอันขาด

safety115 - 0004safety115 - 0005.1

กฎการป้องกันอุบติภัย

  • กำหนดสถานที่จัดเก็บถังแก๊ส และติดป้าย “ห้ามสูบบุหรี่” รวมทั้งกฎข้อบังคับต่าง ๆ
  • เก็บถังไวัในที่ที่จะไม่เปรอะเปื้อนกับนํ้ามัน หรือจาระบี
  • ไม่ว่าถังนั้นจะบรรจุแก๊สหรือเป็นถังเปล่า ให้ตั้งถังและยึดด้วยโซ่กันถังล้ม
  • อย่าตั้งถังผลิตหรือขวดแก๊สตั้งใกล้กับแหล่ง ความร้อนหรือตากแดด ควรตั้งไว้ในร่ม
  • ขณะขนย้ายระวังอย่าให้ขวดกระทบกันแรง ๆ หรือล้ม
  • อย่าตั้งถังผลิตหรือขวดอะเซทิลีนไว้ในห้องคับแคบที่อากาศถ่ายเทไม่สะดวก เพราะอะเซทิลีนผสมกับอากาศในอัตราส่วนพอเหมาะจะเกิดระเบิดได้ง่าย
  • เมื่ออะเซทิลีนมากกว่า 1.5% ผสมกับอากาศ 98.5% จะระเบิดได้
  • เมื่ออะเซทิลีน 82% ผสมกับอากาศ 18% จะระเบิดได้
  • เมื่ออะเซทิลีน 93% ผสมกับออกซิเจน 7% จะระเบิดได้
  • อย่าวางถังบรรจุแก๊สคาร์ไบด์บนพื้นแฉะ หรือที่ชื้นได้ง่าย เพราะจะเกิดปฏิกิริยากับแก๊สอะเซทิลีนได้ง่าย ควรวางในที่มีฐานรองรับ
  • อย่านอนขวดอะเซทิลีนขณะทำงานเพราะ สารดูดซึมอะเซทิลีนจะอุดทางเดินแก๊ส
  • ควรหนุนไห้ขวดแก๊สตั้งขณะใช้งานให้สูง
  • ถังผลิตแก๊สจะมีตัวกันไฟกลับควรเติมนํ้า ให้ได้ระดับกำหนดไว้เสมอ
  • ขี้แก๊สของแคลเซียมคาร์ไบด์ต้องทิ้งในหลุมที่ทิ้งโดยเฉพาะที่ห่างจากเปลวไฟ
    • หลังจากทำงานแล้วต้องปิดถังผลิตให้เรียบร้อย

งานเตรียมชิ้นงาน

เนื่องจากงานเชื่อมจุด เป็นงานเชื่อมแบบความต้านทานชนิดหนึ่ง ชิ้นงานเชื่อมจุดต้องเป็นประเภทแผ่นเหล็กหรือแท่งตันให้กระแสไฟเดินผ่านสะดวก ชิ้นงานจึงจะร้อนละลายติดกันได้ ความหนาชิ้นงานขึ้นกับขนาดของเครื่องเชื่อมจุด

safety112 - 0009

ลำดับปฏิบัติงานเชื่อมจุด

  • ตัดชิ้นงานตามแบบและทำความสะอาด ขจัดสนิมและสิ่งสกปรกที่เป็นฉนวนไฟฟ้า
  • ปรับทำความสะอาดอิเล็กโทรดทั้งคู่ให้ได้พิกัด
  • ปรับสวิตช์ตั้งเวลาให้กระแสไฟผ่านชิ้นงานเหมาะสมกับขนาดของงาน
  • เปิดสวิตช์ ลองการทำงานของเครื่อง
  • วางชิ้นงานบนอิเล็กโทรดตัวอยู่กับที่
  • เหยียบหรือกดสวิตช์ให้อิเล็กโทรดตัวเคลื่อนที่กดลงบนชิ้นงานติดกับอิเล็กโทรดตัวอยู่กับที่
  • เหยียบหรือกดหนักลงไปอีกที่สวิตช์เดิม ให้กลไกบังคับสวิตช์ไฟฟ้าต่อวงจรอิเล็กโทรด และก็ยังกดชิ้นงานอยู่อย่างเดิม กระแสไฟไหลผ่านตรงขั้วอิเล็กโทรด ชิ้นงานตรงนั้นร้อนละลายติดกัน ช่วงเวลาที่กระแสไฟไหลผ่านอิเล็กโทรดขึ้นกับการปรับไว้ดังกล่าว ในลำดับที่ 3
  • เหยียบหรือกดสวิตช์ค้างไว้จนกว่ารอยเชื่อมจุดจะแข็งตัว ชิ้นงานติดกันแน่น จงปล่อยสวิตช์นำชิ้นงานออก

safety111 - 0010.1

ตรวจรอยเชื่อมจุด

  • ตรวจระยะเชื่อมจากจุดถึงจุดตามแบบกำหนด
  • ตรวจความเรียบร้อยสวยงาม
    • ตรวจความแข็งแรง โดยง้างให้หลุดจากกัน

    safety111 - 0010.2

รูปที่ 3.38  ตรวจรอยเชื่อมจุดด้วยการง้างชิ้นงานให้หลุดจากกัน

safety111 - 0010

คุณลักษณะงานเชื่อมจุด (Spot Welding)

งานเชื่อมจุดเป็นการเชื่อมไฟฟ้าแบบความต้านทานกระแสไฟชนิดหนึ่ง ๆ รอยเชื่อมที่ได้มีลักษณะเป็นจุด (Spot) มีขนาดโตเท่ากับพื้นที่หน้าตัดของอิเล็กโทรด ชิ้นงานวางให้ซ้อนเกยกัน อยู่ในระหว่างแท่งอิเล็กโทรดทั้งสองของเครื่องเชื่อม โดยอิเล็กโทรดจะกดอัดไว้ เมื่อ มีกระแสไฟฟ้าไหลผ่านจะเกิดความต้านทานที่จุดตรงอิเล็กโทรด ชิ้นงานเยิ้มอัดเข้าด้วยเป็นเนื้อเดียวกัน อิเล็กโทรดจะกดอัดต่อเนื่องอีกชั่วครู่เพื่อให้รอยเชื่อมเย็นตัว แล้วอิเล็กโทรดก็จะปล่อยชิ้นงาน ซึ่งผลจากการเชื่อมแบบนี้จะได้รอยเชื่อมเป็นจุดราบเรียบสวยงาม มีความแข็ง- แรงของรอยเชื่อมสูง

วงจรเครื่องเชื่อมจุด

เครื่องเชื่อมจุดเป็นเครื่องเชื่อมแบบหม้อแปลงวงจรทางด้านจ่าย กระแสไฟที่ใช้สูง ประมาณ 1,000 แอมแปร์ และสามารถปรับให้สูงขึ้นได้ตามต้องการถึง 10,000 แอมแปร์ เครื่องเชื่อมแบบนี้มีด้วยกันหลายชนิด เช่น เครื่องเชื่อมแบบยึดอยู่กับที่เป็นเครื่องเชื่อม ที่มีขนาดใหญ่จะเคลื่อนที่ได้ช้าเฉพาะแขนอิเล็กโทรดตัวบนที่ใช้สำหรับกดชิ้นงานเท่านั้น ชุดควบคุมการทำงานของเครื่องจะประกอบติดอยู่ที่ตัวเครื่อง

safety111 - 0008

ส่วนประกอบเครื่องเชื่อมจุดแบบอยู่กับที่

เครื่องเชื่อมจุดแบบนี้ เป็นเครื่องเชื่อมที่แขนอิเล็กโทรดตัวล่างอยู่กับที่ แต่อิเล็กโทรดตัวบนทำหน้าที่เลื่อนขึ้นลง เมื่อต้องการเชื่อมจะกด อัดลงมา ซึ่งอาจจะกดลงในทางดิ่ง หรือกดลงในลักษณะโค้งตามรัศมี

สำหรับชุดหม้อแปลงซึ่งเป็นชิ้นส่วนหลัก มีสารกันความชื้น มีฉนวนหุ้มกันกระแสไฟรั่ว เมื่อใช้งานจะเกิดความร้อนขึ้นภายในตัวฉนวนหุ้มช่วยระบายความร้อนได้ด้วย บางแบบมีระบบนํ้าระบายความร้อนด้วย

safety111 - 0009

อิเล็กโทรด

อิเล็กโทรดของเครื่องเชื่อมจุด ทำจากทองแดงผสมชนิดแข็งที่มีความต้านทานตํ่า อิเล็กโทรดจะหล่อเย็นด้วยอากาศหรือหล่อเย็นด้วยนํ้าก็ได้ หัวของอิเล็กโทรดต้องสะอาดอยู่ตลอดเวลา ถ้าสกปรกมีออกไซด์จะทำให้อิเล็กโทรด ร้อนจัด เป็นสาเหตุให้อิเล็กโทรดละลายติดกับแผ่นงาน, ระเบิดหรือแตก เมื่อหัวอิเล็กโทรดสึกกร่อนให้ปรับแต่งก่อนใช้งาน

safety111 - 0003

ลำดับขั้นทดลองการตั้งไฟเชื่อม

  • ให้ทดลองการตั้งไฟแล้ว อาร์กดูแนวเชื่อม เพื่อจะได้เกิดความรู้และ ทักษะจากการสังเกตลักษณะของเปลวอาร์ก และรอยเชื่อม เมื่อตั้งไฟตํ่าเกินไป สูงเกินไป และการตั้งไฟพอดี
  • ให้ใช้ลวดเชื่อมขนาด 2.6 มม. หรือ 3.25 มม. คนละ 1 เส้น ใช้ทดลอง
  • กรอกชนิดของเครื่องเชื่อมและขนาดลวดเชื่อมลงในใบทดลอง
  • ให้ทดลองตั้งไฟตํ่ากว่ากำหนดลองอาร์กแนว ที่ 1 ดูเปลวเชื่อมและรอยเชื่อม แล้วกรอกในใบทดลอง

ก. วิธีการอาร์กและระยะอาร์ก

ข. ให้ศึกษาจากทฤษฎีงานเชื่อม

(ควรตั้งไฟให้ตํ่ามาก ๆ จะได้สังเกตเห็นได้

ง่าย)

  • ทดลองตั้งไฟให้สูงกว่ากำหนด ทดลองอาร์ก แนวที่ 2 ดูเปลวเชื่อมและรอยเชื่อมแล้วกรอกผลลงในใบทดลอง
  • ทดลองตั้งไฟพอดีตามรายละเอียดที่แจ้งไว้ ข้างกล่องลวดเชื่อม ทดลองอาร์กแนวที่ 3 ดู เปลวเชื่อมการอาร์กและรอยเชื่อมแล้วกรอก ผลการทดลองลงในใบทดลอง
    • นำผลการทดลองมาสรุป โดยประมาณว่า การตั้งไฟเชื่อมที่เหมาะสมจะต้องใช้ประมาณกี่เท่าของความโตแกนลวดเชื่อม (ประมาณ 40 เท่าเมื่อเชื่อมท่าราบ)

    safety111 - 0004

  • safety111 - 0005safety111 - 0006safety111 - 0007

ประกายอาร์กเชื่อมไฟฟ้าเป็นแหล่งเกิดรังสีค่อนข้างสูง ลักษณะเดียวกับรังสีที่เกิดจากแสงอาทิตย์ เริ่มต้นด้วยรังสีคลื่นสั้น อัลตราไวโอเลต จนถึงรังสีอินฟราเรด แต่รังสีที่เกิดจากแสงอาทิตย์จะมีความเข้มข้นน้อยกว่าเนื่องจากต้องผ่านชั้นบรรยากาศหลายชั้นกว่าจะถึงพื้นโลก

รังสีอัลตราไวโอเลตทำให้การเผาไหม้ที่ผนังตาเกิดผนังตาระคายเคือง เจ็บปวด ขัดขวางการไหลหมุนเวียนของโลหิตในประสาทตา เห็นได้จากเลือดในตาเป็นตาแดง มีความระคายเคืองมากเหมือนมีเม็ดทรายเข้าตา เมื่อผนังตาอักเสบต่อมนํ้าตาเกิดการอักเสบด้วย นํ้าตาไหลมาก ช่างเชื่อมเรียกอาการระคายเคืองว่า อาการเจ็บตาจากรังสีเชื่อม เป็นอาการที่เกิดระคายเคืองหลังจากแสงเชื่อมเข้าตาหลายชั่วโมง สังเกตได้ชัดหลังวันทำงานจะเกิดความเจ็บปวดขึ้น การลดความเจ็บปวดโดยใช้ยาหยอดตาและให้ความเย็นแก่เบ้าตา ใช้ผ้าชุบนํ้าเย็น หรือใช้ใบว่านหางจระเข้ หรือเปลือกกล้วยที่สะอาดปิดบริเวณเปลือกตา การป้องกันที่สามารถทำได้คือ ต้องไม่มองแสงเชื่อมด้วยตาเปล่า ไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อม หลังจากเกิดอาการเจ็บตาครั้งแรกแล้วจะเกิดความเคยชิน ไม่รู้สึกเจ็บอีก นอกจากจะหยุดทำการเชื่อมไปนาน ๆ อาการเช่นนี้จึงจะเกิดขึ้นอีก

safety111 - 0001

อุบัติภัยไฟฟ้างานเชื่อม

  • อย่าใช้สายไฟฟ้าที่ชำรุดมาทำงานเชื่อม เช่น สายที่เปื่อยหรือฉนวนขาด
  • ตรวจสภาพของปลั๊กไฟ ขั้วต่อ ด้ามจับเชื่อมก่อนทำงานเชื่อม
  • อย่าเชื่อมกลางฝนหรือที่ชื้นแฉะ ไฟฟ้าจะดูดเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

safety111 - 0002

การป้องกัน

  • เปลี่ยนสายไฟที่ชำรุดก่อนทำงานเชื่อม
  • ใส่ถุงมือหนังทำงาน
  • อย่าใช้รักแร้หนีบจับหัวเชื่อมหรือลวดเชื่อม
  • เมื่อทำงานเหงื่อออกมาก ๆ อย่าพิงเหล็กทำงาน
  • อย่าใส่รองเท้าที่ใช้ตะปูตอกส้นรองเท้า

อุบัติภัยจากการแผ่รังสี

  • ผู้เชื่อมถูกประกายไฟที่กระเด็นออกมา
  • ถูกรังสีที่มองไม่เห็น เช่น รังสีอัลตราไวโอเลตและอินฟราเรด ซึ่งทำให้ตาบอดได้ ถูกรังสีที่มองเห็น เช่น ประกายไฟอาร์ก

การป้องกัน

  • สวมหน้ากากเชื่อมทุกครั้งที่ทำงาน
  • สวมถุงมือและเสื้อหนังก่อนทำงานเชื่อม
  • อย่ามองประกายไฟเชื่อมขณะเชื่อม
  • ควรมีฉากหรือห้องเชื่อมโดยเฉพาะ
  • ควรมีป้ายบอก “อย่ามองประกายไฟอาร์ก”

อุบัติภัยจากความร้อน

  • ความร้อนที่เกิดจากการอาร์กซึ่งสูงถึง 4,000°c
  • ความร้อนที่หลอมละลายลวดและชิ้นงานจนหยดหรือสแล็กทำให้ลุกไหม้ได้

การป้องกัน

  • อย่าเชื่อมไฟฟ้าในห้องแคบ ๆ หรือในถังใหญ่ ที่ไม่มีอากาศถ่ายเทเป็นเวลานาน ๆ
  • เชื่อมทุกครั้งควรให้มีอากาศถ่ายเทสะดวก
  • ควรมีคีมจับของร้อน
  • สวมถุงมือและใส่รองเท้าหุ้มส้น
  • อย่าเคาะสแล็กขณะร้อน
  • ปล่อยให้ลวดเชื่อมเย็นก่อนจึงจับ
  • ทำงานด้วยความระมัดระวัง
    • ควรมีถังนํ้าเตรียมไว้