Friday, September 24th, 2010 at
9:32 am

การพัฒนาของไฟ (Fire Development) หมายถึง การเริ่มขยายตัวของไฟไปจนถึงการมอดของไฟเป็นปฏิกิริยาทางเคมีและฟิสิกส์ ในการศึกษาเรื่องไฟจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องศึกษาให้เข้าใจ เพราะไฟเป็นสิ่งที่มีการเปลี่ยนแปลงพัฒนาหรือมีพลวัต (Dynamic)อยู่ตลอดเวลา เมื่อทำการศึกษา เราพบว่าไฟมีพฤติกรรมการเกิดไปจนถึงดับว่าเป็นอย่างไร และมีอะไรบ้าง ทั้งนี้เพื่อที่จะนำไปหาวิธีป้องกันและคุ้มครองอันตรายจากอัคคีภัยต่อไป
ในด้านการพัฒนาของไฟ จะเป็นการศึกษาในแต่ละขั้นตอนของการเกิดการขยายตัว และการมอดของไฟ ซึ่งเป็นไฟที่อยู่ในห้องหรือพื้นที่ที่มีการปกคลุมอยู่ โดยสังเกตุจากช่วงเริ่มต้นของไฟ แล้วพัฒนาจนเป็นไฟที่ลุกลามเต็มที่แล้วหลับลงหรือพัฒนาได้ไม่มากแล้วดับลง เป็นต้น
การพัฒนาของไฟแบ่งเป็นขั้นตอนได้ดังนี้
1. ไฟระยะเริ่มเติบโต (Growth Period)
เป็นระยะแรกเริ่มของไฟที่ลุกติดวัสดุเชื้อเพลิง อยู่ในช่วง 1 – 2 นาที ความร้อน (Heat) จะทำให้วัสดุใกล้เคียงเริ่มคายอนุภาคเล็กๆ เนื่องจากผลของความร้อน โดยถ้าสังเกตจะเห็นเป็นควันสีเทาลอยขึ้นมาจากนั้นจะเกิดเป็นเปลวไฟ อุณหภูมิประมาณ 38°c
2. ช่วงลุกไหม้อย่างต่อเนื่องและเริ่มพัฒนาเป็นไฟใหญ่
หลังจากลุกไหม้ผ่านมาในช่วง 4 – 5 นาที ความร้อนจากการลุกไหม้ของวัสดุในห้องจะลอยขึ้นสู่เพดาน เมื่อกระทบเพดานจะไม่มีอ๊อกซิเจนบริเวณส่วนบริเวณตอนล่างที่สัมผัสกับอากาศ ก็จะเกิดการสันดาปลุกเป็นเปลวไฟม้วนเคลื่อนไปตามฝ้าเพดาน ในขณะเดียวกันก็แผ่รังสีความร้อนไปยังวัสดุอื่นๆในห้องจนเกิดออกมาเรื่อยๆ โดยมีอุณหภูมิประมาณ 700°c
3. ช่วงลุกไหม้อย่างฉับพลันไปทั่วของควัน/ไอเชื้อเพลิง (FLASH OVER)
เป็นช่วงที่ผ่านการลุกไหม้มาแล้วประมาณ 7 – 8 นาที วัสดุเชื้อเพลิงต่างๆในห้องได้คายไอออกมาเป็นปริมาณมากเหมาะสมกับสัดส่วนของออกซิเจน และความร้อนที่มีอยู่แล้วในห้อง ทำให้เกิดการลุกไหม้อย่างฉับพลัน โดยมีอุณหภูมิประมาณ 1000°c และแผ่รังสีความร้อนออกมาประมาณ 25KW/M2 โดยวัสดุเชื้อเพลิง ซึ่งเป็นควันและไอในห้องจะถูกเผาไหว้เกือบหมด
4. ช่วงลุกไหม้เต็มที่
จะมีอุณหภูมิประมาณ 1300°c โดยขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ เช่น ปริมาณเชื้อเพลิง ความหนาแน่นของเชื้อเพลิง รูปร่างและตำแหน่งที่ตั้งของเชื้อเพลิง ปริมาณอากาศ ลักษณะทางเลขาคณิตของห้อง และคุณสมบัติของสิ่งต่างๆรอบบริเวณนั้น
5. ช่วงไฟเริ่มมอด
เมื่อพัฒนาถึงขั้นเต็มที่แล้ว และไม่มีเชื้อเพลิงหรือขาดออกซิเจน ไฟจะค่อยๆดับลง
ไฟที่คุไหม้
ไฟที่คุไหม้ แบ่งได้ 2 ระยะ คือ
1. ระยะเริ่มคุไหม้
หลังจากไฟเริ่มลุกติดเชื้อเพลิงในช่วงแรก ถ้าไฟขาดออกซิเจนหรือเชื้อเพลิง ไฟนั้นจะค่อยๆมอดดับลงแต่ถ้ายังมีเชื้อเพลิงและออกซิเจนอยู่ ไฟนั้นจะคงลุกไหม้แบบคุแต่ยังคงปล่อยความร้อนออกมาเรื่อยๆ เนื่องจากออกซิเจนเริ่มน้อยลงทำให้อุณหภูมิภายในห้องสูงขึ้นและไอจากสารเชื้อเพลิงจะมีมากขึ้น อุณหภูมิจะอยู่ที่ประมาณ 700°c
2. การลุกไหม้แบบระเบิดหวนกลับเนื่องจากอากาศวิ่งเข้ามาทำให้ไฟและควันไฟลุกไหม้รุนแรง (ฺBACKDRAFT)
เมื่ออุณหภูมิภายในห้องสูงขึ้นและไอจากสารเชื้อเพลิงมีจำนวนมากแต่ยังขาดออกซิเจนซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญในการลุกไหม้ ดังนั้นเมื่อมีการเปิดประตูหรือเจาะผนังทำให้ออกซิเจนกลับเข้าไปภายในได้และจะเกิดการลุกไหม้อย่างรวดเร็วในระยะเวลาสั้นมาก ซึ่งก็เป็นเสมือนการระเบิดนั่นเอง ซึ่งกรณีที่อากาศหวนกลับไปในห้องทำให้เชื้อเพลิงติดไฟอย่างรวดเร็วอีกครั้ง (backdraft) นักผจญเพลิงต้องเห็นความร้ายกาจและต้องระมัดระวังเป็นอย่างมาก
ไฟที่จำกัด
เป็นไฟที่เกิดจากการลุกไหม้อย่างรวดเร็วทันทีทันใดเสมือนการระเบิด โดยสาเหตุมาจากการที่ไอร้อนจากการเผาไหม้ส่วนอื่นอัดเข้ามาในพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งมานานจนมีแรงอัดมาก จนในที่สุดก็เกิดความร้อนสูงและระเบิดขึ้นอย่างรุนแรง เรียกว่า การติดไฟเอง (Autoignition) ของก๊าซต่างๆ
ที่มา : “หนังสือความรู้เรื่องไฟ” โดยอาจารย์ เอื้อนพร ภู่เพ็ชร์