Safety General : ความปลอดภัย ทั่วๆไป Archives

Construction builder with hardhat, directing crew on site

งานก่อสร้างประเภทต่าง ๆ ตามที่กล่าวมาแล้วนั้น โดยทั่วไปจะประกอบด้วยงานหลาย ลักษณะ และจะต้องทำเป็นขั้นตอน เช่น งานก่อสร้างถนนก็จะประกอบด้วยงานและขั้นตอนดังนี้ คือ

  1. เคลื่อนย้ายเครื่องจักรไปที่หัวงาน และสร้างค่ายหัวงาน
  2. งานบุกเบิกและถางแนวทาง
  3. งานสร้างที่ระบายนํ้า
  4. งานดินตัด ดินถม และงานบดอัด
  5. งานผิวจราจร
  6. งานเบ็ดเตล็ดและรื้อถอนค่ายหัวงาน

สำหรับงานก่อสร้างระบบประปาซึ่งใช้นํ้าผิวดิน อาจจะประกอบด้วยขั้นตอนต่าง ๆ

ดังนี้คือ

  1. งานบุกเบิกและถางบริเวณอ่างเก็บนํ้า
  2. งานก่อสร้างเขื่อนกักเก็บ และอาคารควบคุมต่าง ๆ
  3. งานก่อสร้างโรงสูบ
  4. งานก่อสร้างระบบส่งนํ้าดิบ
  5. งานก่อสร้างโรงกรอง
  6. งานก่อสร้างระบบจ่ายนํ้า

ปัจจัยในการวางแผนงานก่อสร้าง

งานก่อสร้างก็เช่นเดียวกับงานอื่น ๆ ที่จะต้องมีการวางแผนงาน ในการวางแผนงานก่อสร้างจะต้องกำหนดปัจจัยต่าง ๆ เหล่านี้ก่อนคือ

  1. ระยะเวลาในการส่งวัสดุต่างๆ
  2. ชนิด จำนวนเครื่องจักรกลที่ต้องการ และระยะเวลาที่ต้องการใช้งาน
  3. ประเภทของช่าง คน ที่ต้องการ และระยะเวลาที่ต้องการใช้งาน
  4. เงินทุนที่ต้องการใช้ในช่วงเวลาต่าง ๆ

5.  ระยะเวลาที่ต้องการให้งานแล้วเสร็จ

ในปัจจุบันเครื่องจักรกลประเภทและชนิดต่าง ๆ ได้เข้ามามีบทบาททั้งในด้านการผลิต การก่อสร้างและการอำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวันเป็นอย่างมาก ทั้งนี้เนื่องจากความต้องการที่จะได้ผลผลิตและงานก่อสร้างที่มีคุณภาพดี ความสะดวกรวดเร็วในการผลิตและการทำงาน รวมทั้งต้องการลดค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ลงให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

เพื่อสนองตอบความต้องการดังกล่าว โรงงานผู้ผลิตเครื่องจักรกลได้ผลิตเครื่องจักรกล ออกมามากมายหลายประเภท หลายชนิด และหลายขนาด บางชนิดสามารถทำงานได้หลายอย่าง บางชนิดก็ทำงานได้อย่างเดียว ดังนั้นจึงมีความจำเป็นที่จะต้องเรียนรู้เครื่องจักรกลประเภทต่าง ๆ เพื่อที่จะสามารถเลือกเครื่องจักรกลประเภท ชนิด และขนาดให้เหมาะสมกับงานก่อสร้างและการผลิต ซึ่งจะเป็นปัจจัยหนึ่งที่เป็นผลให้การก่อสร้างและการผลิตมีประสิทธิภาพสูงสุด

ประเภทของงานก่อสร้าง

งานก่อสร้างก็คือการดำเนินงานเพื่อสร้างสิ่งของซึ่งค่อนข้างถาวรขึ้นมาเพื่อสนองความ ต้องการและอำนวยความสะดวกแก่มนุษย์ งานก่อสร้างสามารถแบ่งตามลักษณะของสิ่งที่ถูกสร้างขึ้นมาได้เป็น

  1. งานก่อสร้างบ้านเรือนสำหรับอยู่อาศัย
  2. งานก่อสร้างด้านพัฒนาอุตสาหกรรม ได้แก่ โรงงาน และโรงเก็บของ
  3. งานก่อสร้างถนน สะพาน และอุโมงค์
  4. งานก่อสร้างอาคารสาธารณะ เช่น โรงแรม สถานที่ทำงาน โรงเรียนและโรงพยาบาล
  5. งานก่อสร้างโครงการด้านพลังงาน เช่น โรงจักรไฟฟ้า เขื่อนเก็บกักน้ำเพื่อใช้ผลิตกระแสไฟฟ้า สายส่งไฟฟ้า และแท่นขุดเจาะนํ้ามัน
  6. งานก่อสร้างระบบชลประทาน รวมถึงเขื่อนเก็บกักนํ้า อาคารชลประทาน และ คลองส่งนํ้า เป็นด้น

7.         งานก่อสร้างต้านปรับปรุงที่ดิน งานเหมือง และงานเกษตรกรรม

8.         งานก่อสร้างท่าเรือ สนามบิน และทางรถไฟ

9.         งานก่อสร้างประเภทอื่น ๆ ที่ไม่รวมอยู่ในประเภทต่าง ๆ ข้างต้น

คนไทยกับเหล้าเป็นของที่ขาดกันไม่ได้ แต่อย่างไรก็ตาม ผู้ดื่มสุราควรที่จะรู้จักประมาณตนเองได้ว่า ควรดื่มปริมาณเท่าไรจึงเหมาะสม

วันนี้ผมต้องเข้าโรงพยาบาลอีกแล้ว เนื่องจากลูกของน้าเกิดอุบัติเหตุรถมอเตอร์ไซด์ล้ม สาเหตุก็เพราะเมาแล้วขับ

แผลถลอกตามตัวและใบหน้าไม่ได้หนักหนาเท่าไร แต่ที่นิ้วนางข้างซ้ายมีแผลลึกมาก ถึงกระดูก หมอที่โรงพยาบาลประจำอำเภอต้องส่งตัวมาที่โรงพยาบาลในเมืองซึ่งใหญ่กว่า

image

หวังว่าเรื่องนี้คงเป็นอุทาหรณ์ให้หลายคนรู้จักดื่มสุราในปริมาณที่เหมาะสม ไม่ขับรถเมื่อมีอาการมึนเมา และขับรถด้วยความระมัดระวังอยู่เสมอ

BLEVE ใช้เรียกชื่อการลุกไหม้อย่างรุนแรงของก๊าซเหลว โดยเฉพาะของก๊าซปิโตเลียมเหลว หรือ ก๊าซหุงต้ม ที่อยู่ในสภาพกำลังระเหยจากสภาวะของเหลว เป็นต้น บางส่วนของก๊าซเริ่มติดไฟจากประกายไฟ หรือ แหล่งไฟที่มีอุณหภูมิสูงเพียงพอถึงจุดติดไฟ

ลักษณะการลุกไหม้ เป็นการลุกไหม้อย่างรุนแรงจากภายนอกของหมอกก๊าซ ผสมกับออกซิเจนในอากาศ แล้วม้วนตัวกลับ พลิกเอาก๊าซภายในกลุ่มหมอกออกมาติดไฟตามไปด้วย ลูกไฟที่เกิดจากการลุกไหม้ของก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) จะมีสีเหลืองส้ม แสดงอุณหภูมิสูงประมาณ 1200-1500 องศาเซลเซียส ที่บริเวณขอบของลูกไฟ  และอุณหภูมิภายในสูงประมาณ 800 องศาเซลเซียส

BLEVE

เมื่อมองจากระยะไกล หากไม่มีลมแรง จะมีรูปลักษณะเหมือนดอกเห็ดทรงสูง ช่วงเวลาการลุกติดไฟนี้จะสั้งมาก แต่รุนแรงจนจัดได้ว่าเป็นลักษณะการระเบิด

อย่างไรก็ตาม ลักษณะของ BLEVE นี้ ไม่ใ่ช่ลักษณะของก๊าซที่คลุกเคล้ากับออกซิเจนอย่างได้ส่วนของการติดไฟแล้วจึงลุกติดไฟ

คำถามยอดนิยม ที่หลายคนมาถามกันในเว็บบอร์ด คือ หาก เริ่มทำงานในตำแหน่ง เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน (Safety Officer) จะเริ่มทำอะไรก่อน คำตอบของคำถามนี้ก็คงแตกต่างกันไปตามการทำงานของแต่ละท่าน แต่ในส่วนตัวของผม เป็นดังนี้

1. ค้นหาข้อมูลของสถานประกอบการที่เราทำงาน ให้ละเอียดที่สุดเท่าที่ทำได้ เช่น ประเภทกิจการ ,จำนวนพนักงาน ,โครงสร้างองค์กร ,ขั้นตอนการทำงาน ,เครื่องจักรและเครื่องมือที่ใช้ในสถานประกอบการ ,สารเคมีในสถานประกอบการ , มาตรฐานความปลอดภัยที่สถานประกอบการเข้าร่วม ,สถิติิุอุบัติเหตุ และรายละเอียดงานด้านความปลอดภัยที่สถานประกอบการปฏิบัติอยู่ เป็นต้น

2. เมื่อรวบรวมข้อมูลดังกล่าวข้างต้นแล้วก็นำข้อมูลที่ได้มาศึกษาว่า มีประเด็นไหนบ้าง ที่สถานประกอบการไม่ได้ปฏิบัติตามกฏหมายที่เกี่ยวข้องกับงานด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม ให้ทำการเสนอให้นายจ้างให้ปฏิบัติตามข้อกฏหมายที่มี ในกรณีที่บริษัทมีมาตรฐานความปลอดภัยที่เหนือกว่ากฏหมายไทย ให้ยึดตามมาตรฐานที่เหนือกว่า (ในขั้นตอนนี้ จะรวมถึงการกำหนดแผนงานบางอย่างด้วย เช่น การจัดให้มีการอบรมดับเพลิง , ตรวจสอบระบบไฟฟ้าประจำปี ,ตรวจสอบเครนประจำปี เป็นต้น)

3. จัดตั้งคณะกรรมการความปลอดภัย และกำหนดวาระการประชุม

4.  ตรวจสอบเครื่องจักร และอุปกรณ์การทำงานว่าอยู่ในสภาพสมบูรณ์หรือไม่ กำหนดผู้รับผิดชอบในการตรวจสอบเครื่องจักร ในแต่ละเดือน

5.  ตรวจสอบการจัดเก็บสารเคเมีในสถานประกอบการ ว่ามีจัดเก็บที่ถูกต้องเหมาะสมหรือไม่

6.  ตรวจสอบขั้นตอนการทำงานทั้งหมด รวมถึงการใช้เครื่องจักร และสารเคมี ว่ามีขั้นตอนที่ถูกต้อง หรือไม่ และมีอันตรายใดบ้างที่อาจจะเกิดได้ (ค้นหาอันตราย) ในขั้นตอนนี้ควรนำสถิถิอุบัติเหตุมาตรวจสอบด้วยว่าเคยมีอุบัติเหตุอะไรเกิดขึ้นแล้วบ้าง และสถานประกอบการทำการป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุซ้ำแล้วหรือไม่ (ขั้นตอนนี้รวมถึงการตรวจสอบสภาพแวดล้อมในการทำงานด้วย เช่น ความร้อน แสงสว่าง เสียงดัง การยศาสตร์)

7. เมื่อพบอันตรายจากขั้นตอนที่ 5 แล้ว ให้นำมาประเมินความเสี่ยง และหาทางป้องกันอันตรายไม่ให้เกิดขึ้น

8.  นำข้อมูลทั้งหมดมาจัดทำเอกสาร ในการตรวจสอบ ให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ เช่น เอกสารตรวจสอบเครื่องจักร ,อุปกรณ์ไฟฟ้า ,ระบบดับเพลิง เป็นต้น

9. จัดทำหลักสูตรและจัดให้มีการอบรมพนักงานใหม่ ให้ทราบถึงกฏระเบียบ และวิธีทำงานที่ปลอดภัยในสถานประกอบการ

10. จัดทำแผนงานความปลอดภัย รายเดือน รายปี

11. จัดทำแผนฉุกเฉิน กำหนดจุดรวมพล

12. จัดกิจกรรมความปลอดภัยในการทำงาน เช่น การจัดบอร์ด จัดนิทรรศการ

13. เตรียมรายงานส่งราชการ

ที่กล่าวมาข้างต้น ไม่จำเป็นว่าต้องทำอย่างใดให้เสร็จก่อน แล้วจึงเริ่มต้นอีกอย่างนะครับ หลายอย่างสามารถทำไปได้พร้อมๆกัน ถ้ามีการบริหารจัดการที่ดี

รายละเอียดเรื่อง งานด้านความปลอดภัยมีมากครับ แต่ถ้าทำได้ตามขั้นตอนที่ผมกล่าวมาข้างต้น คิดว่าทุกอย่างคงเริ่มเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้นแล้ว

น้ำท่วม

ขณะนี้สถานประกอบการหลายแห่งกำลังประสบปัญหาน้ำท่วม ไม่ว่าจะเป็น บริษัท ห้างร้าน โรงงานต่างๆ

สิ่งหนึ่งที่ จป. ต้องคิดไว้ คือ ภายหลังน้ำลดแล้ว เราจะมีแผนการอย่างไรบ้างที่จะทำให้สถานประกอบการของเราฟื้นสภาพกลับมาปลอดภัย

ยกตัวสิ่งที่ต้องตรวจสอบ เช่น ระบบไฟฟ้า และ เครื่องจักร ที่โดนน้ำท่วมเสียหาย เจ้าหน้าที่ จป. จะต้องแน่ใจว่าไม่มีไฟฟ้ารั่วจากการชำรุดของสายไฟ เครื่องจักร โดยก่อนใช้งานควรให้ช่างไฟฟ้า ช่างเครื่องกลที่มีความชำนาญ เป็นผู้ตรวจสอบและทดลอง

ความสะอาด เป็นสิ่งที่ต้องทำอย่างแน่นอน ทั้งนี้ในขั้นตอนการทำความสะอาด ควรระมัดระวัง สัตว์เลื้อยคลานต่างๆที่หนีน้ำเข้ามาในสถานประกอบการด้วย

ทั้งนี้ในการเตรียมการของแต่ละสถานประกอบการ อาจจะต่างกัน หากเพื่อนๆมีข้อเสนอแนะ อยากให้ช่วยไปแนะนำกันในเว็บบอร์ดด้วยครับ

รถทัวร์เพ้นท์ลาย

วันที่ 1 ตุลาคม 2554 นี้ กรมการขนส่งทางบก จะเริ่มบังคับใช้กฏหมาย ห้ามรถทัวร์เพ้นท์ลายที่มีสีสันฉูดฉาด หลายสี โดยเฉพาะบริเวณด้านหน้า และด้านข้าง ของรถ เนื่องจากมีผลวิจัยว่า สีสันของรถทัวร์ส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุ เนื่องจากรบกวนการมองเห็น และดึงความสนใจจากผู้ขับขี่รถคันอื่นๆ

ในส่วนของด้านข้างรถอนุญาตให้มีลวดลายได้ แต่ต้องผ่านความเห็นชอบจากกรมขนส่งทางบก และต้องไม่เป็นภาพโป๊เปลือย ลามก กระทบศาสนา กระทบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

ทั้งนี้ หากมีรถทัวร์ที่ฝ่าฝืน จะถูกลงโทษปรับ ไม่เกิน 5 หมื่นบาท

อุบัติเหตุจักรยาน

กิจกรรมการขี่จักรยาน เป็นอีกหนึ่งการออกกำลังกายที่ได้รับความนิยมมาก แต่หากขี่จักรยานโดยไม่ระมัดระวังแล้วย่อมนำมาซึ่งอุบัติเหตุได้

วันนี้ผมนำวิธีการขี่จักรยานอย่างปลอดภัย ซึ่งเป็นของ CPSC หรือที่มีชื่อเต็มว่า The U.S. Consumer Product Safety Commission มานำเสนอให้กับทุกท่านได้นำไปใช้กันครับ

1. ตรวจสภาพรถจักรยานก่อนใช้งานทุกครั้ง (ตรวจลมยาง , เบรก , การปรับระดับความสูงของที่นั่งให้เหมาะสม เป็นต้น )

2. ป้องกันการบาดเจ็บที่ศีรษะด้วยการสวมหมวกกันน็อค

3. เพื่อให้ผู้อื่นเห็นได้เด่นชัด ควรสวมเสื้อที่มีสีสันสว่าง

4. หลีกเลี่ยงการขี่รถจักรยานในเวลากลางคืน แต่หากจำเป็นรถจักรยานต้องติดไฟหน้าและไฟท้าย รวมถึงผู้ขี่รถควรใส่เสื้อสะท้อนแสง

5. ตื่นตัวอยู่เสมอ ระมัดระวังตลอดเวลาขณะขี่รถ

6. ปฏิบัติตามกฏจราจร

เทคโนโลยีมีประโยชน์อย่างมากกับการพัฒนาความปลอดภัยให้กับมนุษย์  หลายท่านคงเคยได้ยินเรื่องราวอุบัติเหตุที่เกิดจากใบพัดของพัดลม โดยเฉพาะเด็กๆที่รู้เท่าไม่ถึงการ เอานิ้วเข้าไปแหย่ในพัดลม หลายคนครับที่ต้องได้รับบาดเจ็บจากพัดลม บางคนถึงขั้นต้องสูญเสียนิ้วเลยก็มี

การป้องกันอันตรายเหล่านี้ ผู้ผลิตพัดลมได้ออกแบบ พัดลมที่ช่วยป้องกันอันตรายจากการยื่นอวัยวะเข้าไปในตัวพัดลมได้ ดังภาพที่เห็นข้างล่าง

Honeywell HO-1100RE Oscillating Tower Fan

หลักการคือ ไม่ได้ออกแบบพัดลมให้มีใบพัดใหญ่ๆใบเดียว เหมือนพัดลมทั่วไปที่เราใช้กัน และมีฝาครอบปิดที่ยากต่อการยื่นอวัยวะเข้าไป

วันนี้ ผมอ่านข่าวเกี่ยวกับเทคโนโลยี แล้วไปเจอสินค้าใหม่ เป็นพัดลมแบบไม่มีใบพัด ทุกท่านคงสงสัยว่าเป็นอย่างไร ดูจากรูปข้างล่างได้เลยครับ

พัดลมไม่ต้องมีใบพัด

พัดลมไม่มีใบพัด

พัดลมไม่มีใบพัด2

พัดลมชนิดนี้ใช้เทคโนโลยีแอร์ มัลติพาย ในการขยายอากาศ 15 เท่า ซึ่งเป็นปริมาณลม 450 ลิตร โดยมีลมพัดออกมาต่อเนื่องอย่างนุ่มนวลตลอดเวลา

พัดลมชนิดนี้ มุ่งเน้นการขายไปที่ความปลอดภัยในการใช้งาน มีวางขายแล้วในต่างประเทศ ขนาดใบพัด 12 นิ้ว สนนราคาอยู่ที่ ประมาณ 4300 บาท

การทำงานในประเทศไทย ปัจจุบันนี้ หากไม่ใช่ในนิคมอุตสาหกรรม ดูเหมือนว่าจะไม่มีหน่วยงานใดมาดูแลในเรื่องความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติงานเลย ตัวอย่างภาพที่นำมาให้ชมในวันนี้ ก็เป็นงานก่อสร้างบนที่สูง ซึ่งบริเวณนั้นเดินไปอีกไม่ไกล ก็จะเป็นห้างสรรพสินค้า ซึ่งผมคิดว่าผู้ที่เกี่ยวข้องกับงานด้านความปลอดภัยในการทำงานของภาครัฐคงจะมีใครเห็นบ้าง แต่เพราะเหตุใดจึงไม่มีการดำเนินการใดๆ ทั้งๆที่ก็มีกฏหมายความปลอดภัยในการทำงานควบคุมอยู่แล้ว

แต่อย่างว่า เพราะผมเคยเห็นงานก่อสร้างบนที่สูง ซึ่งนั่งร้านไม่ได้มาตรฐาน อยู่ไม่ไกลจากสำนักงานความปลอดภัยของจังหวัด ยังไม่มีการดำเนินการใดๆเลย

image