Sunday, January 23rd, 2011 at
10:17 am
วันที่ 21 มกราคม 2554 ได้มีการประกาศกฏกระทรวง เรื่อง กำหนดมาตรฐานในการบริหารและการจัดการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย
และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับไฟฟ้า พ.ศ. ๒๕๕๔ ลงในราชกิจจานุเบกษา โดยหลังจากประกาศ 180 วัน กฏกระทรวงนี้จะมีผลบังคับใช้
ภายในกฏกระทรวงฉบับนี้ ที่ด้านท้าย ได้มีตารางแนบท้ายเรื่องระยะห่างในการปฏิบัติงานเกี่ยวกับไฟฟ้าสำหรับไฟฟ้ากระแสสลับ ซึ่งมีความสำคัญมากสำหรับผู้ที่ทำงานเกี่ยวข้องกับไฟฟ้า จึงนำมาโพสไว้ในบทความวันนี้
ตารางที่ ๑ ระยะห่างต่ำสุดในการปฏิบัติงานเกี่ยวกับไฟฟ้า และการใช้ฮอตสติก (Hot Stick) สำหรับไฟฟ้ากระแสสลับ

ตารางที่ ๒ ระยะห่างต่ำสุดในการปฏิบัติงานทั่วไปสำหรับไฟฟ้ากระแสสลับ

หวังว่าทุกท่านที่เกี่ยวข้องกับงานด้านไฟฟ้า คงไม่ละเลยที่จะปฏิบัติตามกฏหมายฉบับนี้ เพื่อความปลอดภัยในการทำงาน
ในกฏกระทรวงฉบับนี้ ยังมีรายละเอียดอื่นๆที่สำคัญอีกมาก ท่านสามารถ ดาวน์โหลดได้ที่นี่
Sunday, October 17th, 2010 at
11:06 am

กฏหมายแรงงานของไทย ซึ่งในที่นี้คือ พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน ได้มีข้อกฏหมายที่เกี่ยวกับของกับหญิงตั้งครรภ์ ดังนี้
มาตรา ๓๙ ห้ามมิให้นายจ้างให้ลูกจ้างซึ่งเป็นหญิงมีครรภ์ทำงานในระหว่างเวลา ๒๒.๐๐ นาฬิกา ถึงเวลา ๐๖.๐๐ นาฬิกา ทำงานล่วงเวลา ทำงานในวันหยุด หรือทำงานอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้
(๑) งานเกี่ยวกับเครื่องจักรหรือเครื่องยนต์ที่มีความสั่นสะเทือน
(๒) งานขับเคลื่อนหรือติดไปกับยานพาหนะ
(๓) งานยก แบก หาม หาบ ทูน ลาก หรือเข็นของหนักเกินสิบห้ากิโลกรัม
(๔) งานที่ทำในเรือ
(๕) งานอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
มาตรา ๔๐ ในกรณีที่นายจ้างให้ลูกจ้างซึ่งเป็นหญิงทำงานระหว่างเวลา ๒๔.๐๐ นาฬิกา ถึงเวลา ๐๖.๐0 นาฬิกา และพนักงานตรวจแรงงานเห็นว่างานนั้นอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพและความปลอดภยัของหญิงนั้น ให้พนักงานตรวจแรงงานรายงานต่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายเพื่อพิจารณาและมีคำสั่งให้นายจ้างเปลี่ยนเวลาทำงาน หรือลดชั่วโมงทำงานได้ตามที่เห็นสมควร และให้นายจ้างปิฏบัติตามคำสั่งดังกล่าว
มาตรา ๔๑ ให้ลูกจ้างซึ่งเป็นหญงิมีครรภ์มีสิทธิลาเพื่อคลอดบุตรครรภ์หนึ่งไม่เกินเก้าสิบวัน วันลาตามวรรคหนึ่ง ให้นับรวมวันหยุดที่มีในระหว่างวันลาด้วย
มาตรา ๔๒ ในกรณีที่ลูกจ้างซึ่งเป็นหญิงมีครรภ์มีใบรับรองของแพทย์แผนปัจจุบันชั้นหนึ่งมาแสดงว่าไม่ อาจทำงานในหน้าที่เดิมต่อไปได้ ให้ลูกจ้างนั้นมีสิทธิขอให้นายจ้างเปลี่ยนงานในหน้าที่เดิมเป็นการชั่วคราวก่อน หรือหลังคลอดได้ และให้นายจ้างพิจารณาเปลี่ยนงานที่เหมาะสมให้แก่ลูกจ้างนั้น
มาตรา ๔๓ ห้ามมิให้นายจ้างเลิกจ้างลูกจ้างซึ่งเป็นหญิงเพราะเหตุมีครรภ์
ข้างต้นก็เป็นข้อกฏหมายแรงงานที่เกี่ยวข้องกับหญิงมีครรภ์ ซึ่งเมื่อตั้งท้องแล้วจะทำให้ไม่สามารถทำงานหนักในหลายประเภทได้ เนื่องจากสภาพร่างกายไม่เอื้ออำนวย อาจก่อให้เกิดอันตรายขึ้น ทั้งกับผู้เป็นแม่และลูกในท้องได้
หากไม่มีข้อกฏหมายเหล่านี้บังคับไว้ สถานประกอบการที่มีผู้บริหารที่ขาดจริยธรรมอาจจะเลิกจ้างลูกจ้างหญิงเพียงเพราะเหตุตั้งครรภ์ได้ หรือให้ลูกจ้างหญิงที่ตั้งครรภ์ทำงานหนัก ภาครัฐเล็งเห็นถึงปัญหาที่จะเกิดขึ้นจึงได้ออกกฏหมายมาคุ้มครองแรงงานหญิงตั้งครรภ์
Tuesday, October 12th, 2010 at
12:35 pm

มีภาพยนตร์อยู่เรื่องหนึ่ง ชื่อว่า ฟิลาเดลเฟีย ตัวเอกของเรื่อง รับบท โดย ทอม แฮงค์
เนื้อหาของภาพยนตร์ คือ ตัวเอกของเรื่อง เป็นชายที่มีความรักร่วมเพศ ประกอบอาชีพ เป็นทนายหนุ่มอนาคตไกล แต่อยู่ๆเขาก็ถูกไล่ออกจากบริษัท โดยไม่มีเหตุผล ซึ่งเขามาสงสัยภายหลังว่าที่โดนไล่ออก เป็นเพราะบริษัทรู้ว่าเขาติดเชื้อเอดส์
เขาจึงได้จ้างทนาย (นำแสดงโดย เดนเซล วอชิงตัน) มาว่าความให้เขา พอทนายรู้ว่าต้องว่าความให้คนเป็นเอดส์ก็ไม่อยากรับงาน เพราะกลัวที่จะติดโรค แต่สุดท้ายก็ยอมช่วย และก็ว่าความให้ตัวเอกของเรื่องชนะคดีในที่สุด ด้วยการพิสูจน์ให้ศาลเห็นได้ว่า ผู้บริหารในบริษัทเห็นแผลที่เกิดจากเชื้อเอดส์ จึงตัดสินใจให้ออกจากงาน
สำหรับประเทศไทยเอง เรามีกฏหมายที่เกี่ยวข้องกับผู้ติดเชื้อเอชไอวี หรือ เอดส์ ในสถานประกอบการ ดังนี้
- บริษัทใด บังคับหรือ แอบตรวจเลือดเพื่อหาเชื้อ เอชไอวีของพนักงาน เป็นการกระทำที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 30
- บริษัทใดเลือกจ้างพนักงาน เพราะเหตุที่ติดเชื้อ เป็นการกระทำที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 31
- โรงพยาบาลเจาะเลือดแล้วตรวจเอดส์ โดยไม่ได้รับคำยินยอมจากผู้ถูกตรวจ เป็นการกระทำที่ผิดข้อบังคับแพทยสภา หมวด 3 ข้อ 4
- โรงพยาบาลใดแจ้งผลตรวจเลือดเอดส์ ให้บริษัททราบโดยไม่ได้รับคำยินยอมจากผู้ถูกตรวจ เป็นการกระทำที่ขัดต่อรัฐธนนมนูญมาตรา 34 ละเมิดกฏหมายอาญามาตรา 323 และผิดข้อบังคับแพทยสภา หมวด 3 ข้อ 9
- บริษัทใดเปิดผนึกซองผลตรวจเลือดของพนักงาน เพื่อล่วงรู้ผลการตรวจเลือด โดยไม่ได้รับคำยินยอมจากผู้ถูกตรวจ ละเมิดกฏหมายอาญามาตรา 323
- บริษัทใดประมาท เลินเล่อ ทำข้อมูลรั่วไหล และทำให้ผู้อื่นทราบว่าใครติดเชื้อ เป็นการกระทำที่ละเมิดกฏหมายเพ่ง มาตรา 420
- บริษัทเลือกปฏิบัติโดยการเลิกจ้างพนักงาน เพราะเหตุที่ติดเชื้อเอดส์ เป็นการกระทำที่ขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 30
- การปฏิบัติในทุกข้อที่กล่าวมาแล้ว ขัดต่อนโยบายแห่งชาติว่าด้วยการตรวจเอดส์ของคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยการป้องกันและแก้ไขปัญหาเอดส์ซึ่งมีนายกรัฐมนตรเป็นประธาน
Saturday, April 3rd, 2010 at
7:19 pm

ภาพที่ท่านเห็นข้างบน เป็นภาพการทำงานหน้าห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นการทำงานบนที่สูง เป็นการทำงานบนนั่งร้าน แต่เราจะเห็นได้ว่าไม่มีมาตรฐานด้านความปลอดภัย และไม่เป็นไปตามกฏหมายความปลอดภัยในการทำงาน เช่น การทำงานบนที่สูงตั้งแต่ 4 เมตร นายจ้างต้องจัดให้มีอุปกรณ์ป้องกันการตก ก็ไม่เห็นจะมีเข็มขัดนิรภัยเลย
ส่วนสภาพนั่งร้านก็อย่างที่เห็นครับ ไม่มีบันได ไม่มีแผ่นพื้น มีแต่โครงสร้างเพียงอย่างเดียว
พื้นที่การทำงานด้านล่างนั่งร้านก็ไม่ได้มีการกั้นพื้นที่อย่างเหมาะสม หากมีผู้สัญจรเดินเข้าไปในบริเวณนั้นแล้วของตกใส่ศรีษะ ใครจะรับผิดชอบ
ผมยังอยากให้แรงงานจังหวัดควบคุมการทำงานทั้งในโรงงานและนอกโรงงาน ให้เป็นไปตามกฏหมายอย่างเท่าเทียมกัน เพราะชีวิตที่อยู่นอกโรงงาน นอกเขตก่อสร้าง ก็มีคุณค่าเช่นกัน ที่สำคัญไม่ควรปล่อยให้การกระทำผิดกฏหมายเกิดขึ้น เพราะกฏหมายที่ออกมาก็เป็นกฏหมายในกระทรวงแรงงาน
Saturday, January 9th, 2010 at
5:58 pm
สาเหตุหนึ่งที่ทำให้บริษัทต่างๆในประเทศไทย เอาใจใส่ในเรื่องความปลอดภัยในการทำงานของลูกจ้าง เป็นเพราะประเทศไทยเรามีกฏหมายเกี่ยวกับความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อมในการทำงาน อยู่หลายฉบับ และกฏหมายเหล่านี้ก็มีการปรับปรุงอยู่เสมอ เพื่อให้เหมาะสมกับสภาพการทำงานในปัจจุบัน
กฏหมายที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยในการทำงาน ออกโดยกระทรวงต่างๆหลายกระทรวง ในบางข้อที่มีการซ้อนกัน เราจะต้องปฏิบัติตามข้อกฏหมายที่มีมาตรฐานสูงกว่า
เพื่อให้การทำงานของเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน เป็นไปอย่างถูกต้อง ผมคิดว่าพวกเราทุกคนควรที่จะตรวจสอบกฏหมายใหม่ๆที่ออกมาอยู่เสมอครับ ซึ่งก็สามารถตรวจสอบข้อมูลกฏหมายได้จาก เว็บไซท์ http://www.shawpat.or.th/newweb/laws.htm