Monday, January 16th, 2012 at
5:00 pm
ดินทุกประเภทจะไม่จับตัวกันแน่น แต่ภายในจะเป็นช่องว่างระหว่างเม็ดดิน ซึ่งในช่องก็จะมีอากาศและนํ้า ดังนั้นการบดอัดเพื่อที่จะทำให้ดินนั้นแข็งขึ้นก็คือการใช้แรงกดเพื่อให้เม็ดของดินเคลื่อนที่ไปลดช่องว่างระหว่างเม็ดดินให้น้อยลง หรือเป็นการเพิ่มความหนาแน่นของดินนั่นเอง ถ้าจะพิจารณาต่อไปจะเห็นว่าความหนาแน่นจะสูงสุดก็ต่อเมื่อช่องว่างระหว่างเม็ดดินหมดไป แต่ในทางปฎิบัตินั้นเราไม่สามารถบดอัดดินให้ช่องว่างระหว่างเม็ดดินหมดไปได้ นอกจากนี้ยังพบว่า ปริมาณความชื้นในดินจะมีความสัมพันธ์กับความหนาแน่นของดินด้วย

ถ้าเอาดินประเภทใดประเภทหนึ่งมาบดอัด โดยบดอัดเมื่อปริมาณความชื้นในดินนั้นแตกต่างกัน ผลปรากฎว่าเมื่อปริมาณความชื้นตํ่า ความหนาแน่นเมื่อแห้งที่ได้จากการบดอัดจะต่ำ แต่เมื่อเพิ่มปริมาณความชื้นความหนาแน่นจะเพิ่ม และถ้าเพิ่มปริมาณความชื้นขึ้นเรื่อย ๆ ค่าความหนาแน่นจะเพิ่มขึ้นจนถึงค่าสูงสุด หลังจากนั้นก็จะลดลงตาม
กราฟรูปที่ 11.5 ค่าปริมาณความชื้นที่จุดที่ค่าความหนาแน่นสูงสุด (maximum density) นี้เราเรียกว่า ค่าความชื้นที่ให้ผลดีที่สุด (optimum moisture) ค่าความหนาแน่นสูงสุดนี้ยังน้อยกว่าค่าความหนาแน่นเมื่อช่องว่างของอากาศ ไม่มี
สาเหตุที่ทำให้ความหนาแน่นของดินเพิ่มขึ้น เมื่อความชื้นเพิ่มขึ้นและเพิ่มจนถึงจุดสูงสุด และหลังจากนั้นจะลดลงถึงแม้ว่าความชื้นจะเพิ่มขึ้นก็ตาม ทั้งนี้เพราะว่าที่ปริมาณความชื้นตํ่า ๆ นั้นเม็ดดินไม่สามารถเลื่อนตัวได้ง่าย จึงไม่สามารถบดอัดให้แข็งได้ ดังนั้นเมื่อปริมาณความชื้นขึ้นจนถึงจำนวนที่พอเหมาะ นํ้าซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวลดความต้านทานก็จะทำให้สามารถบดอัดดินให้มีความหนาแน่นสูงสุดได้ แต่หลังจากนั้นเมื่อเพิ่มความชื้นอีกจะไม่ทำให้ความหนาแน่นเพิ่มขึ้น เพราะเม็ดของดินจะไม่จับตัวกัน
ความสัมพันธ์ระหว่างความชื้นและความหนาแน่นของดินแต่ละประเภทจะไม่เหมือนกัน ดินประเภทกรวดและทรายนั้น ช่วงของความชื้นที่มีผลต่อความหนาแน่นจะกว้างซึ่งหมายความว่า ถึงแม้ปริมาณความชื้นจะเปลี่ยนแปลงไปบ้าง ความหนาแน่นก็จะไม่ผิดไปมาก ส่วนดินประเภททรายละเอียดหรือทรายตะกอน และดินเหนียวนั้น ถ้าปริมาณความชื้นเปลี่ยนแปลงไป ความหนาแน่นก็จะเปลี่ยนแปลงไปมาก
Tuesday, January 10th, 2012 at
3:20 pm
ถังนํ้ามันไฮดรอลิกเป็นอุปกรณ์ที่ติดตั้งไว้ที่ทางเข้าของปั๊มไฮดรอลิก จะต้องมีขนาดใหญ่เพียงพอที่จะทำหน้าที่ต่าง ๆ คือ
1. เก็บนํ้ามันที่ไหลกลับจากอุปกรณ์ต่างๆ
2. ให้ระดับนํ้ามันอยู่สูงกว่าท่อดูดของปั๊มไฮดรอลิก
3. ระบายความร้อนบางส่วนออกจากนํ้ามันไฮดรอลิก
4. ให้อากาศและสิ่งสกปรกแปลกปลอมแยกตัวออกจากนํ้ามันไฮดรอลิก

ถังนํ้ามันไฮดรอลิกโดยทั่ว ๆ ไปจะประกอบด้วยฝาปิด (filler cap) ที่ดูระดับนํ้ามัน (oil level gauge) แผ่นกั้น (baffle) เพื่อกั้นนํ้ามันที่ไหลกลับกับนํ้ามันที่จะเข้าปั๊มโดยให้สิ่งแปลกปลอมในนํ้ามันที่ไหลกลับมีเวลาที่จะแยกตัวจากนํ้ามัน ทางเข้าและทางออก (outlet and return lines) ตะแกรงกรอง (intake screen) และรูระบาย (drain hole)
Monday, January 9th, 2012 at
10:42 am
การทำงานของเครื่องจักรกลล้อยางบางประเภท ต้องการนํ้าหนักที่กดลงบนยางมาก เช่น รถบดอัดล้อยาง และเครื่องจักรกลล้อยาง เมื่อทำงานบนพื้นบางลักษณะ เช่น บนพื้นที่ไม่แน่นก็ต้องการนํ้าหนักที่กดลงบนยางเพิ่มขึ้น เพื่อให้สามารถใช้แรงฉุดลากได้มาก ดังนั้นการเพิ่มนํ้าหนักที่ล้อก็จะเป็นวิธีที่ดีและประหยัดกว่าที่จะสร้างเครื่องจักรกลให้มีนํ้าหนักมากขึ้น
ปริมาณของนํ้าหนักที่ต้องการเพิ่มจะขึ้นอยู่กับประการแรกคือ สภาพของพื้นในการทำงาน ถ้าเป็นพื้นที่ไม่แน่นก็ต้องการน้ำหนักมากกว่าพื้นที่แน่น ประการที่สองคือความเร็วของตัวรถ ถ้าความเร็วของตัวรถสูงก็ต้องการนํ้าหนักที่เพิ่มน้อย และประการสุดท้ายจะขึ้นอยู่กับกำลังที่ต้องการนำมาใช้งานของตัวรถ ถ้ายิ่งมากก็จะต้องการนํ้าหนักเพิ่มมาก สำหรับปริมาณนํ้าหนักสูงสุดที่สามารถเพิ่มได้นั้นจะขึ้นอยู่กับขีดความสามารถในการรับแรงกดของยาง

การเพิ่มนํ้าหนักที่กดลงบนยางนี้สามารถทำได้สองแบบคือ การเพิ่มนํ้าหนักโดยใช้ของเหลว ซึ่งนิยมใช้น้ำเติมเข้าไปในยางไม่เกิน 75 เปอร์เซ็นต์ของปริมาตรภายในทั้งหมดของยางเพื่อให้เหลืออากาศไว้สำหรับการยุบตัวของยาง อีกแบบหนึ่งก็คือการใช้แผ่นเหล็กยึดติดกับกระทะล้อ การเพิ่มนํ้าหนักแบบนี้จะมีข้อดีคือยางจะสึกหรอน้อยกว่า และไม่มีแรงกระแทกไปมาเนื่องจากนํ้า แต่ข้อเสียก็คือมีราคาแพงกว่า
Monday, January 9th, 2012 at
10:21 am
ขนาดของยาง (tire size)
ขนาดของยางและกระทะล้อจะถูกกำหนดตามรายละเอียดในรูปที่ 5.13 คือ
1. ความกว้างของหน้าตัด (section width) คือ ความกว้างซึ่งรวมความหนาของแก้มยาง แต่ไม่รวมความหนาของครีบหรือปุ่มที่ใช้ตกแต่งแก้มยาง
2. ความกว้างทั้งหมด (overall width) คือ ความกว้างที่วัดจากส่วนนอกสุดของแก้มยาง ซึ่งรวมครีบหรือปุ่มที่ใช้ตกแต่งด้วย
3. เส้นผ่านศูนย์กลางทั้งหมด (overall diameter) คือ เส้นผ่านศูนย์กลางของยางเมื่อเติมลมตามกำหนดและยังไม่รับแรงกด
4. รัศมีขณะรับแรงกดอยู่กับที่ (static loaded radius) คือ ระยะจากกึ่งกลางของกระทะล้อหรือแกนล้อจนถึงผิวพื้นที่ยางสัมผัส โดยยางเติมลมและรับแรงกดอยู่กับที่
5. พื้นสัมผัสรวม (gross contact area) คือ พื้นที่ที่ยางสัมผัสกับพื้นเมื่อเติมลมและรับแรงกด

6. อัตราส่วนของรูปร่าง (aspect ratio) คือ อัตราส่วนระหว่างความสูง (section hight) และความกว้างของหน้าตัด สำหรับยางที่มีหน้ากว้างธรรมดา(standard base tyre) จะมีอัตรา ส่วนของรูปร่างประมาณ 1.0 ซึ่งจะใช้กับรถบรรทุกและรถดิน เป็นต้น ส่วนยางที่มีหน้ากว้างมาก (wide base tyre) จะมีอัตราส่วนของรูปร่างระหว่าง 0.80 ถึง 0.85 ยางแบบนี้จะทำให้ตัวรถมีความมั่นคงมากกว่ายางที่มีหน้ากว้างธรรมดา จึงนิยมใช้กับเครื่องจักรกลงานก่อสร้างที่ ต้องการความมั่นคงในขณะทำงาน เช่น รถตัก และรถขูด นอกจากยางทั้งสองแบบแล้วยังมียางแบบหน้ากว้างพิเศษ (low profile tyre) ซึ่งมีอัตราส่วนของรูปร่างประมาณ 0.65 ยางแบบนี้จะให้ความมั่นคงสูงสุด
ขนาดของยางที่กำหนดโดยบริษัทผู้ผลิดยางจะนิยมกำหนดด้วย ความกว้างของหน้าตัด เส้นผ่านศูนย์กลางของกระทะล้อ จำนวนชั้นของแผ่นเส้นลวด และรหัสการใช้งาน เช่น ยางขนาด 23.5×25 16 PR L2 ก็คือยางที่มีความกว้างของหน้าตัด 23.5 นิ้ว ใส่ในกระทะล้อขนาดเส้นผ่าน ศูนย์กลาง 25 นิ้ว จำนวนชั้นของแผ่นเส้นลวดเทียบเท่า 16 ชั้น และเป็นยางสำหรับรถตักแบบ L-2
สำหรับจำนวนชั้นของยาง (ply rating) แต่เดิมนั้นเป็นจำนวนชั้นที่แท้จริงของแผ่นเส้นลวด ในปัจจุบันเป็นเพียงตัวเลขเทียบเท่า เพื่อจะกำหนดขีดความสามารถในการรับแรงกดของยางเท่านั้น เช่น ยางมีจำนวนชั้นของแผ่นเส้นลวดเทียบเท่า 4 ชั้น (4-ply rating) ยางอาจจะมีจำนวนชั้นของแผ่นเส้นลวดเพียง 2 ชั้นก็ได้ แต่แผ่นเส้นลวดเพียง 2 ชั้นนี้จะมีขนาดเส้นลวดที่ใหญ่กว่า ทำให้สามารถรับแรงกดได้เท่ากับยางที่มีจำนวนชั้น 4 ชั้นที่ใช้ขนาดเส้นลวดขนาดมาตรฐานที่กำหนด



การรับแรงกดของยาง
ยางจะรับแรงกดได้มากน้อยเท่าใดนั้นจะขึ้นอยู่กับขนาดของยาง จำนวนชั้นของแผ่นเส้ ลวดเทียบเท่า และลมยาง ซึ่งยางแต่ละขนาดจะรับแรงกดได้ตามตารางที่ 5.1 และตารางที่ 5.2
Thursday, January 5th, 2012 at
12:25 pm
สามารถเปรียบเทียบตามหัวข้อต่าง ๆได้คือ
1. กำลังงาน เมื่อติดเทอร์โบชาร์จเจอร์เครื่องยนต์จะมีกำลังเพิ่มขึ้น
2. สภาวะการทำงาน เมื่อติดเทอร์โบชาร์จเจอร์เครื่องยนต์จะต้องทำงานภายใต้ความดัน และอุณหภูมิที่สูงขึ้น
3. การซ่อมและบำรุงรักษา การเพิ่มเทอร์โบชาร์จเจอร์เป็นการเพิ่มอุปกรณ์ขึ้นมาอีกชนิด ซึ่งเทอร์โบชาร์จเจอร์เป็นอุปกรณ์ที่ซ่อมยาก จึงทำให้การซ่อมและการบำรุงรักษาของเครื่องยนต์ที่มีเทอร์โบชาร์จเจอร์ยุ่งยากขึ้นกว่าเครื่องยนต์ที่ไม่มี
Wednesday, January 4th, 2012 at
10:33 pm

รถประจำทาง หรือ รถบัส ที่ยาวที่สุดในโลก เป็นของประเทศจีน เป็นรถรุ่น JNP6250G หรือที่รู้จักกันในชื่อ Youth, City Route A-380
รถประจำทางคันนี้มีความยาว 25 เมตร สามารถบรรทุกผู้โดยสารได้มากกว่า 300 คน มีประตูทั้งหมด 5 ประตู และมีรัศมีในการเลี้ยว เท่ากับรถบัสขนาด 12 เมตร
ในส่วนของการออกแบบ รถบัสที่ยาวที่สุดในโลกคันนี้มีความสูงจากพื้นเพียง 2 คืบ เพื่อช่วยให้ผู้โดยสารสามารถเดินขึ้นรถได้อย่างสะดวก โดยเฉพาะผู้สูงอายุ และเมื่อขึ้นมาบนรถก็จะพบว่าทางเดินบนรถและที่นั่งกว้างขวางมาก นอกจากนี้ที่บริเวณกลางรถ ยังมีพื้นที่สำหรับผู้โดยสารที่นั่งรถเข็นอีกด้วย
Wednesday, January 4th, 2012 at
11:31 am

กัปตันทีมชาติอังกฤษ จอห์น เทอรี่ พบภาพของตนเองปรากฏอยู่บนซองบุึหรี่ของอินเดีย ซึ่งเป็นภาพที่ใช้ต่อต้านการสูบบุหรี่ โดยภาพดังกล่าวถูกทำให้เบลอแล้ว แต่ยังมองออกว่าเป็นภาพของจอห์น เทอรี่
ทั้งนี้จอห์น เทอรี่ ต้องการทราบว่า เพราะเหตุใดจึงมีการนำภาพของตนเอง ไปใช้โดยไม่ได้ขออนุญาตก่อน โดยขณะนี้ทีมกฏหมายกำลังติดตามสอบสวนเรื่องนี้อยู่
ก็คงต้องรอดูข่าวกันอีกที ว่าผลจะออกมาอย่างไร
Tuesday, January 3rd, 2012 at
4:39 pm

ชาวอิืนเดีย 17 คนเสียชีวิตเนื่องจากดื่มเหล้าเถื่อนที่ปนเปื้อนสารพิษ ในการเฉลิมฉลองเทศกาลปีใหม่
ทั้งนี้ในเดือนธันวาคม 2554 ที่ผ่านมา ทางการอินเดียเพิ่งทำการจับกุมผู้จำหน่ายเหล้าเถื่อน จำนวน 10 คน ที่นำสารซึ่งเรียกว่ามูนไชน์ (แสงจันทร์) ผสมในเหล้า ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 168 คน
สำหรับเหล้ามูนไชน์ มีการจำหน่ายกันอย่างปกติ ในชุมชนยากไร้ของอินเดีย เนื่องจากมีราคาถูกนั่นเอง
Tuesday, January 3rd, 2012 at
12:25 pm

การควบคุมโครงการ
เมื่อเริ่มดำเนินงานตามโครงการก่อสร้างแล้วก็จะต้องมีการควบคุมโครงการให้เป็นตาม แผนการต่าง ๆ ที่วางไว้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งความก้าวหน้าของงานจะต้องเป็นไปตามแผนงาน ก่อสร้างที่วางไว้ หากงานล่าช้ากว่ากำหนดก็จะต้องหาสาเหตุของความล่าช้า วิธีแกไขและดำเนิน การแก้ไขทันที แต่ถ้าสาเหตุของความล่าช้าเกิดจากสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เช่น ฝนตกหนักไม่สามารถ ทำงานได้ ก็จะต้องมีการปรับแผนงานก่อสร้างให้อัตราการทำงานเร็วขึ้นเพื่อที่จะให้งานแล้วเสร็จ ตามกำหนด นอกจากนี้ก็ยังจำเป็นที่จะต้องควบคุมค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ให้อยู่ในวงเงินที่ประมาณไว้ ในแต่ละช่วงเวลาด้วย การควบคุมโครงการดังกล่าวจำเป็นจะต้องมีการบันทึกประวัติ และรายละเอียด ต่าง ๆ ซึ่งโดยทั่ว ๆ ไปก็จะประกอบด้วย
1. บันทึกการใช้งานของเครื่องจักรกล โดยจะแสดงรายละเอียดการใช้งานของเครื่อง จักรกลแต่ละวัน ได้แก่ ชั่วโมงใช้งาน งานที่ทำ นํ้ามันเชื้อเพลิงและนํ้ามันหล่อลื่นที่ใช้ หรือถ้าไม่ได้ใช้งานก็จะต้องระบุว่า จอดรองานหรือจอดซ่อมด้วย
2. บันทึกการซ่อมบำรุงของเครื่องจักรกล ซึ่งจะแสดงรายการซ่อมบำรุงรักษาอะไหล่และ วัสดุที่ใช้พร้อมราคา วันเวลาที่เริ่มดำเนินการ และวันเวลาที่แล้วเสร็จ
3. บัญชีวัสดุ ซึ่งจะแสดงรายการวัสดุแต่ละรายการ จำนวนที่สั่งเข้ามา จำนวนที่เบิก จำนวนที่เหลือคงคลัง รวมถึงราคาที่ซื้อมาแต่ละครั้งด้วย
4. บัญชีด้านบุคลากร ซึ่งควรจะประกอบด้วยรายงานการปฎิบัติงาน บัญชีค่าแรงงานของ บุคลากรแต่ละคน และบัญชีค่าแรงงานของแต่ละงาน
ค่าใช้จ่ายของเครื่องจักรกลในงานก่อสร้าง
ค่าใช้จ่ายของเครื่องจักรกลในงานก่อสร้างแต่ละประเภทจะแตกต่างกัน งานก่อสร้าง บางประเภทจะมีค่าใช้จ่ายของเครื่องจักรกลสูง แต่บางประเภทจะมีค่าใช้จ่ายตํ่า ทั้งนี้จะขึ้นอยู่กับชนิด ขนาด และจำนวนของเครื่องจักรกลที่ต้องใช้ รวมถึงระยะเวลาที่ใช้งานของเครื่องจักรกล แต่ละคันด้วย

โดยทั่ว ๆ ไปแล้วค่าใช้จ่ายของเครื่องจักรกลจะเป็นส่วนสำคัญส่วนหนึ่งในค่าใช้จ่ายใน การก่อสร้างทั้งหมด ซึ่งพอที่จะประมาณแยกตามประเภทของงานก่อสร้างได้ตามตารางที่ 1.1
Thursday, December 15th, 2011 at
9:35 am
ชาวอินเดีย 33 คน เสียชีวิต และอีกประมาณ 100 คน เข้าโรงพยาบาล เนื่องจากดื่มเหล้าเถื่อน
ทั้งนี้ผู้จัดหาเหล้าเถื่อน 4 คน ซึ่งอยู่ในหมู่บ้านซานกัมเปอร์ ทางตอนใต้ของเขตพากานาส ได้ถูกจับกุมแล้ว โดยเหล้าเถื่อนดังกล่าวถูกเรียกว่า moonshine (แสงจันทร์)
เหตุการณ์เกิดขึ้น หลังจากที่ชาวบ้านดื่มสุราในคืนวันอังคาร ใกล้สถานีรถไฟ พวกเขาก็เริ่มอาเจียน และสูญเสียการทรงตัว มีอาการปวดท้องอย่างรุนแรง
ภายหลังจากเหตุการณ์เสียชีวิตดังกล่าว ชาวอินเดียในหมู่บ้านที่โกรธแค้นต่อการจากไปของญาติพี่น้อง ได้พากันทำลายร้านเหล้าผิดกฎหมาย
ทั้งนี้การขายเหล้าผิดกฎหมายเป็นเรื่องปกติในหมู่บ้านต่างๆของอินเดีย ซึ่งหลายครั้งเหล้าเหล่านี้ทำให้ผู้บริโภคเจ็บป่วย และเสียชีวิต เนื่องมาจากการเจือปนของสารเคมีอันตราย