Tag Archives: รถเกลี่ยดิน

รถเกลี่ยของบริษัทผู้ผลิตต่าง ๆ

รถเกลี่ยของบริษัทผู้ผลิตต่าง ๆ มีรายละเอียดที่สำคัญตามตารางที่ 10.3

อุปกรณ์ที่ติดตั้งเพิ่มเติมของรถเกลี่ย

นอกจากอุปกรณ์มาตรฐานของรถเกลี่ยคือใบมีดที่ติดตั้งตรงกลางแล้ว รถเกลี่ยยังสามารถ ติดตั้งอุปกรณ์เพิ่มเติมเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการทำงานได้อีก ซึ่งที่สำคัญ ๆ ก็คือ 1.  คราดขนาดเล็ก (scarifier) ซึ่งสามารถติดตั้งได้ทั้งข้างหน้าและข้างหลังของตัวรถ แต่ที่นิยมใช้กันจะเป็นแบบที่ติดตั้งไว้ด้านหน้าของใบมีด ใช้ในงานซ่อมบำรุงถนนซึ่งจะทำหน้าที่ขุดพื้นถนนเดิมออก แล้วใช้ใบมีดเกลี่ยออกด้านข้างทำให้สามารถขุดพื้นที่แข็งได้ 2.  ใบมีดด้านหน้า (front blade) ซึ่งจะติดตั้งไว้ด้านหน้าสุดของตัวรถ ใช้ในการดันกอง วัสดุลักษณะเดียวกับการทำงานของรถตักดิน 3.  คราดขนาดใหญ่ (ripper) โดยทั่วไปจะติดตั้งไว้ด้านหลังของตัวรถ ควบคุมการทำงาน ด้วยระบบไฮดรอลิก ใช้ในการขุดพื้นที่แข็งมีลักษณะการทำงานเช่นเดียวกับคราดที่ติดหลังรถแทรกเตอร์

ปริมาณงานที่รถเกลี่ยสามารถทำได้

เนื่องจากรถเกลี่ยสามารถทำงานได้หลายลักษณะ ปริมาณงานที่รถเกลี่ยทำได้จึงคิด ได้หลายวิธีคือ 1.  การคิดปริมาณงานที่ทำได้เป็นจำนวนพื้นที่ซึ่งใช้สำหรับงานซ่อมถนน หรืองานปรับ ระดับพื้น จะหาได้จากสมการคือ A = 60 X D X W X E Σ (P X Cm) โดยที่ A คือจำนวนพื้นที่ที่ทำงานในหนึ่งชั่วโมงเป็นตารางเมตรต่อชั่วโมง D คือระยะทางที่ต้องทำงานเป็นเมตร W คือความกว้างของงานเป็นเมตร E คือประสิทธิภาพของการทำงานเป็นทศนิยม Σ(P X Cm) คือเวลาที่ใช้ทั้งหมดในการทำงาน โดย P คือจำนวนรอบหรือเที่ยวที่รถเกลี่ยต้องทำ และ cm คือเวลาที่ใช้ในแต่ละรอบหรือเที่ยวเป็นนาที ซึ่งหาได้จากสมการคือ cm = 0.06 D + t         (สำหรับการทำงานทั้งไปและกลับ) V1 หรือ cm = 0.06 (D +… Read More »

ลักษณะการทำงานของรถเกลี่ย

ลักษณะของงานที่รถเกลี่ยดินสามารถทำได้นั้นมีหลายลักษณะ แต่ที่สำคัญ ๆ นั้นได้แก่ 1.  การกระจายกองวัสดุ (spreading a pile) สามารถทำได้โดยการเลื่อนใบมีดออกด้านข้าง แล้วเข้าไปดันให้กองวัสดุกระจายออกทีละน้อย ซึ่งล้อของรถเกลี่ยจะไม่ปีนกองวัสดุ และในขณะที่ดันกองวัสดุออกก็ค่อย ๆ ยกใบมีดขึ้นเพื่อจะเกลี่ยวัสดุด้านหน้าของใบมีดให้กระจายออก 2.  การปรับระดับพี้นที่ขรุขระ เช่น การซ่อมถนนลูกรังหรือถนนดินประเภทอื่น การปรับระดับสามารถกระทำได้ โดยการขูดผิวพื้นเดิมที่ขรุขระออก ซึ่งในการขูดนั้นใบมีดของรถเกลี่ยจะลดลงและเอียงให้วัสดุที่ถูกขูดออกไหลไปกองไว้ด้านข้าง หลังจากนั้นก็จะเกลี่ยกองวัสดุมายังบริเวณที่ถูกขูดออกอีกและปรับให้ได้ระดับ ซึ่งรายละเอียดของขั้นตอนการทำงานมตามรูปที่ 10.12 3.  การตัดร่องนํ้า (cutting gutter) โดยทั่วไปแล้วในการสร้างถนน ขอบของถนนจะตัดเป็นร่องนํ้า ซึ่งรถเกลี่ยจะทำการตัดร่องนํ้าโดยการกดใบมีดด้านที่จะตัดลง และยกใบมีดอกด้านหนึ่งขึ้นพร้อมกับเสียงใบมีดเพื่อให้วัสดุที่ถูกตัดออกมากองด้านข้าง การตัดนี้จะค่อย ๆ ทำ ๆ หลาย ๆ ครั้งจนได้ความลึกและความกว้างตามต้องการ ซึ่งการตัดอาจกระทำสลับกับการเกลี่ยกองวัสดุที่ถูกตัดออกขึ้นมาบนพื้นถนน ตามรูปที่ 10.13

ระบบไฮดรอลิกของรถเกลี่ย

ระบบไฮดรอลิกของรถเกลี่ยที่ผลิตออกมาจำหน่ายในปัจจุบันนับว่าเป็นระบบที่สำคัญ เป็นอย่างยิ่ง เพราะเป็นระบบที่ใช้ในการควบคุมการทำงานของอุปกรณ์ต่าง ๆ ของตัวรถหลาย ประการตั้งแต่การเลี้ยว การเอียงล้อ การควบคุมตำแหน่งของใบมีด และควบคุมการทำงานของอุปกรณ์ที่จะติดตั้งเพิ่มเติม ตามรูปที่ 10.8 และรูปที่ 10.9 เป็นระบบไฮดรอลิกของรถเกลี่ยโครงตัวรถแข็ง (rigid frame) คือมีการเลี้ยวโดยการเลี้ยวล้อเท่านั้น ไม่มีการหักลำตัวซึ่งประกอบด้วย ปั๊มไฮดรอลิกแบบเฟือง ส่งนํ้ามันผ่านวาล์วแบ่งปริมาณการไหลแบ่งนํ้ามันไปยังชุดวาล์วควบคุม ทิศทางด้านซ้ายและด้านขวา สำหรับชุดวาล์วควบคุมทิศทางด้านซ้ายจะควบคุมการทำงานของ กระบอกไฮดรอลิกยกใบมีดตัวซ้าย กระบอกไฮดรอลิกยกคราด มอเตอร์ไฮดรอลิกหมุนเฟืองวงกลม และกระบอกไฮดรอลิกแกว่งเฟืองวงกลม ส่วนชุดวาล์วควบคุมทิศทางด้านขวาจะควบคุม การทำงานของกระบอกไฮดรอลิกยกใบมีดตัวขวา กระบอกไฮดรอลิกที่ใช้ในการเอียงล้อและกระบอกไฮดรอลิกที่ใช้ในการเลื่อนใบมีดออกด้านข้าง

ส่วนประกอบที่สำคัญของรถเกลี่ย

รถเกลี่ยแบบขับเคลื่อนด้วยตัวเองที่นิยมใช้กันมากจะเป็นแบบ 6 ล้อ ซึ่งมีส่วนประกอบที่สำคัญ ๆ ตามรูปที่ 10.3 คือ 1.  เครื่องยนต์ โดยทั่วไปจะเป็นเครื่องยนต์ดีเซลติดตั้งอยู่บนโครงรถด้านหลังของตัวรถ 2.  ระบบถ่ายทอดกำลัง จะมีทั้งแบบใช้คลัตช์พร้อมห้องเกียร์แบบธรรมดา หรือคลัตช์พร้อมห้องเกียร์แบบใช้นํ้ามันช่วยแบบใช้ทอร์คคอนเวอร์เตอร์พร้อมห้องเกียร์แบบใช้นํ้ามันช่วย และแบบไฮโดรสแตติก  คลัตช์ที่นิยมใช้กันจะเป็นแบบแผ่นเปียกหลายแผ่น (oil disc clutch) ต่อจากห้องเกียร์ก็จะมีชุด bevel pinion และ bevel gear เพื่อขับเพลาข้าง ซึ่งจะขับผ่านชุดขับเคลื่อนท้าย (final drive) แล้วไปแยกขับล้อหลังทั้งสองห้องที่แยกกำลังไปขับล้อหลังทั้งสองนี้เรียกว่า Tandem Drive โดยจะมีทั้งแบบใช้โซ่ตามรูปที่ 10.4 หรืออาจเป็นแบบใช้เกียร์ชนิดฟันตรง ห้องที่แยกกำลังไปขับล้อหลังทั้งสองนี้จะหมุนได้บนเสื้อเพลาข้างทำให้ล้อหลังทั้งสองแกว่งได้ในแนวดิ่ง 3.  ระบบบังคับเลี้ยวและเบรก สำหรับระบบบังคับเลี้ยวของรถเกลี่ยจะมีทั้งแบบเลี้ยวล้อ และแบบเลี้ยวล้อรวมกับการหักลำตัว การเลี้ยวล้อจะเป็นชนิดใช้กำลังช่วย (power steering booster) หรือชนิดใช้กระบอกไฮดรอลิกดันล้อโดยตรง (full hydraulic power) ส่วนการเลี้ยวโดยการหักลำตัวจะเป็นชนิดควบคุมโดยระบบไฮดรอลิก ระบบเบรกสำหรับรถเกลี่ยแบบ 6 ล้อโดยทั่วไปจะเป็นระบบเบรก ที่กระทำที่ล้อหลังทั้งสี่ซึ่งจะมีทั้งแบบดรัมและแบบจาน โดยใช้กำลังจากนํ้ามันไฮดรอลิกแบบใช้สมช่วยเป็นส่วนใหญ่… Read More »

โครงสร้างของรถเกลี่ย

รถเกลี่ย รถเกลี่ยดินเป็นเครื่องจักรกลอีกประเภทหนึ่งของเครื่องจักรกลงานดิน ซึ่งจะใช้ในงานขุด เกลี่ย และตบแต่งผิว สำหรับงานสร้างถนนหรืองานปรับระดับพื้น รถเกลี่ยจะเป็นเครื่องจักรกลล้อยางแบบขับเคลื่อนด้วยตัวเอง มีทั้งแบบ 4 ล้อขับเคลื่อน 2 ล้อ และ 4 ล้อ แบบ 6 ล้อขับเคลื่อน 2 ล้อ, 4 ล้อ และ 6 ล้อ ขนาดของตัวรถซึ่งนิยมกำหนดด้วยขนาดของเครื่องยนต์มีให้เลือกตั้งแต่ขนาด 50 แรงม้าจนถึง 350 แรงม้า โครงสร้างของรถเกลี่ย โครงสร้างของรถเกลี่ยจะแตกต่างจากรถแทรกเตอร์ล้อยางทั่ว ๆ ไป เพราะต้องการ ความละเอียดของงานค่อนข้างสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในงานตบแต่งผิวโครงสร้างของรถเกลี่ยจึงจะต้องมีลักษณะดังนี้คือ 1.  ระยะช่วงล้อ (wheel-base) คือระยะระหว่างกึ่งกลางของล้อหน้าถึงกึ่งกลางของล้อหลัง ถ้าล้อหลังเป็นล้อคู่ ระยะช่วงล้อก็คือระยะจากกึ่งกลางของล้อหน้าถึงแนวกึ่งกลางของล้อหลังทั้งสอง สำหรับรถเกลี่ยดินระยะช่วงล้อนี้จะต้องยาว 2.  ใบมีดจะต้องติดอยู่ประมาณกึ่งกลางของโครงตัวรถ 3.  เพลาหน้าและเพลาหลังจะต้องแกว่งขึ้นลงในแนวดิ่งได้ 4.  จะต้องไม่มีระบบกันสะเทือน 5.  ล้อหน้าจะต้องเอียงได้ 6.  ไม่จำเป็นต้องมีเฟืองท้าย สำหรับลักษณะโครงสร้างของรถเกลี่ยตามข้อที่… Read More »