ในภาวะที่ร่างกายต้องสัมผัสกับความร้อนเป็นระยะเวลานานๆ อาจพบอาการต่างๆ ดังนี้
การมีไข้ (Fever หรือ Pyrexia)
เป็นสภวะที่ร่างกายมีอุณหภูมิสูงกว่า 37.5 องศาเซลเซียส อาจเกิดขึ้นจากการที่อยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีอุณหภูมิสูงเป็นเวลานาน มีความผิดปกติในเนื้อสมอง เช่น มีเนื้องอก การผ่าตัดสมอง ร่างกายขาดน้ำ หรือเกิดจากสารพิษไปรบกวนการทำงานของศูนย์ควบคุมอุณหภูมิในสมอง แต่โดยทั่วไปมักเกิดอาการนี้จากการติดเชื้อต่างๆ นอกจากนี้ไข้อาจเกิดจากการได้รับยา หรือสารเคมีบางอย่าง
ลมแดด (Heat Stroke) และ การเป็นลม (Heat Syncope)
เกิดขึ้นในภาวะที่ร่างกายต้องเผชิญกับอากาศร้อน เป็นเวลานาน ความสามารถในการควบคุมอุณหภูมิของร่างกายของศูนย์ควบคุมอุณหภูมิที่อยู่ในสมองจะลดลง และห่างมีอุณห๓มิในความชื้นสัมพัทธ์สูง จะทำให้อุณหภูมิร่างกายสูงขึ้นเรื่อยๆ จนถึง 41 – 42 องศา เซลเซียส ถ้าไม่ได้ช่วยลดอุณหภูมิลง บุคคลนั้นจะมีอาการของลดแดด คือ มีอาการมึนงง คลื่นไส้ บางครั้งเพ้อ อาจมีอาการไม่รู้สึกตัว และโคม่าในเวลาต่อมา หากยังไม่ได้ช่วยลดอุณหภูมิอย่างทันท่วงที อาจทำให้เสียชึวิตได้ ซึ่งเกิดภาวะช็อก (Shock) เพราะเสียน้ำและเกลือแร่ที่สำคัญทางเหงื่อ
การเป็นลม (Fainting หรือ Heat Syncope)
เกิดจากสมองขาดเลือดไปเลี้ยง มีสาเหตุมาจากการที่หลอดเลือดส่วนปลายขยายตัวมากหลายแห่ง มักพบร่วมกับการมีความดันต่ำในท่ายืน คนที่มีความไวต่อยานอนหลับและยากล่อมประสาท เพราะขณะใช้ยา หลอดเลือดจะขยายตัวมากกว่าปกติ ความดันโลหิตจะต่ำ อัตราการเต้นของหัวใจจะช้าลง คนกลุ่มนี้จึงมีโอกาสเป็นลมได้ง่าย
การอ่อนเพลียเนื่องจากความร้อน (Heat Exhaustion)
เกิดขึ้นจากระบบหมุนเวียนของเลือดไปเลี้ยงสมองได้ไม่เต็มที่
การขาดน้ำ (Dehydration)
การสูญเสียเหงื่อ เป็นการสูญเสียน้ำและเกลือแร่ออกจากร่างกายไปมาก รู้สึกกระหายน้ำ ผิวหนังแห้ง รู้สึกไม่สบาย นอกจากนี้ ยังพบอาการอื่นๆ เช่น อาการผดผื่นขึ้นตามผิวหนัง เป็นต้น
ตะคริวเนื่องจากความร้อน (Heat Cramp)
เกิดจากร่างกายสูญเสียเกลือแร่ไปกับเหงื่อ ทำให้ขาดเกลือแร่ที่จะไปควบคุมการทำงานของกล้ามเนื้อ ทำให้เกิดการหดเกร็งของกล้ามเนื้อไม่สมดุลกัน


